บริษัท 2 เอส เมทัล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.20
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3244 out_tok=2241 at=2026-07-25T05:55:42 -->
# 2S พลิกขาดทุนหนัก Q3/2565 รับปริมาณขายพุ่ง แต่ GPM วิกฤตต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าราคาขาย
## รายได้โต 6.44% สวนทางกำไรสุทธิหด 181.89% ฝ่ายบริหารชี้ต้นทุนสต็อกกดดัน GPM ติดลบ
บริษัท 2 เอส เมทัล จำกัด (มหาชน) หรือ 2S รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 134.74 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 6.44% เป็น 1,644.99 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกกดดันอย่างหนักจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ติดลบ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบในสต็อกมีราคาสูงกว่าราคาขาย ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้เผชิญความท้าทายอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ 2S ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การหดตัวอย่างรุนแรงของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จนติดลบที่ -4.54%** ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบในสต็อกที่สูงกว่าราคาขายอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นถึง 23.80% และรายได้จากการขายที่เติบโต 6.44% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุที่ GPM ติดลบ มาจากการที่บริษัทมีต้นทุนวัตถุดิบในสต็อกเฉลี่ยสูงกว่าราคาขาย ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะที่ต้นทุนวัตถุดิบที่ซื้อมาในช่วงก่อนหน้ามีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อนำมาผลิตและขายในไตรมาสนี้ ไม่สามารถสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้ทัน ทำให้เกิดส่วนต่างติดลบ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.46% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาพลังงานและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งยิ่งซ้ำเติมผลประกอบการให้แย่ลงไปอีก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุว่า "ต้นทุนวัตถุดิบในสต็อกมีราคาเฉลี่ยสูงกว่าราคาขาย" บ่งชี้ว่าปัญหานี้อาจเป็นผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวนในช่วงก่อนหน้า และการบริหารจัดการสต็อก อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายบริหารไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต หรือแผนการปรับปรุง GPM อย่างชัดเจน ทำให้ยังคงต้องจับตาดูว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายให้กลับมามี GPM เป็นบวกได้ในไตรมาสถัดไปหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 134.74 ล้านบาท:** พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร
* **รายได้จากการขาย 1,644.99 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 6.44% YoY
* **ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 23.80%:** เป็นปัจจัยหนุนรายได้หลัก
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ติดลบ 4.54%:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.85% ในปีก่อน
* **ต้นทุนวัตถุดิบในสต็อกสูงกว่าราคาขาย:** สาเหตุหลักกดดัน GPM
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 16.46%:** จากค่าขนส่งและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท 2 เอส เมทัล จำกัด (มหาชน) รายงานผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 จำนวน 134.74 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 181.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายจะมีการเติบโต 6.44% เป็น 1,644.99 ล้านบาท โดยมีปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 23.80% เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) กลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจนติดลบที่ -4.54% จากเดิมที่ 16.85% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบในสต็อกที่สูงกว่าราคาขาย นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังเพิ่มขึ้น 16.46% จากค่าขนส่งที่สูงขึ้นและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้ขาดทุน
## โอกาส
* **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น:** แสดงให้เห็นถึงความต้องการสินค้าของบริษัทที่ยังคงมีอยู่ และศักยภาพในการเพิ่มยอดขายหากสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี
* **การลดลงของต้นทุนทางการเงิน:** การใช้เงินทุนหมุนเวียนจากเงินกู้ยืมลดลง ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยลดลงเล็กน้อย
## ความเสี่ยง
* **อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ:** เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท หากไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะยาว
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบส่งผลกระทบต่อการบริหารต้นทุนและ GPM
* **ค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูงขึ้น:** การพึ่งพาการขนส่งสินค้าและราคาพลังงานที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันต้นทุน
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะเล็กน้อย แต่ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม GPM:** บริษัทจะมีกลยุทธ์หรือมาตรการใดในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและปรับปรุงราคาขาย เพื่อให้ GPM กลับมาเป็นบวกและยั่งยืน
* **การบริหารจัดการสต็อก:** ความสามารถในการบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบให้สอดคล้องกับราคาขายในอนาคต
* **ทิศทางราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต
* **ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง:** แนวโน้มราคาพลังงานและผลกระทบต่อค่าขนส่ง
* **ปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป:** การรักษาโมเมนตัมของปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท 2 เอส เมทัล จำกัด (มหาชน) เผชิญกับความท้าทายด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อย่างรุนแรง โดย GPM ติดลบที่ -4.54% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจาก **ต้นทุนวัตถุดิบในสต็อกที่มีราคาสูงกว่าราคาขาย** สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความยากลำบากในการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาขายสินค้า ซึ่งอาจเกิดจากสภาวะการแข่งขันในตลาด หรือการบริหารจัดการสต็อกที่ซื้อเข้ามาในช่วงที่ราคาวัตถุดิบอยู่ในระดับสูง
แม้ว่า **ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นถึง 23.80%** ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในแง่ของอุปสงค์และศักยภาพการผลิตของบริษัท แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจาก GPM ที่ติดลบได้ รายได้จากการขายจึงเติบโตเพียง 6.44% เป็น 1,644.99 ล้านบาท
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.46% เป็น 65.39 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาพลังงาน และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบที่หลีกเลี่ยงได้ยากในสภาวะปัจจุบัน
ในส่วนของ **ต้นทุนทางการเงิน** มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 81.66% เหลือเพียง 0.06 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของการใช้เงินทุนหมุนเวียนจากเงินกู้ยืม
ส่วน **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 7.98% เป็น 7.41 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการรับชำระหนี้สกุลต่างประเทศในช่วงที่เงินบาทอ่อนค่า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน D/E หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ของ 2S สะท้อนความท้าทายจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าราคาขาย ทำให้ GPM ติดลบอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าปริมาณการขายจะเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ ส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุน อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณขายยังคงเติบโตเป็นโอกาสที่ต้องจับตา หากบริษัทสามารถแก้ไขปัญหา GPM ได้ในไตรมาสถัดไป ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง ซึ่งนักลงทุนควรติดตามแนวทางการบริหารจัดการของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ 2S ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,829.61
ล้านบาท
↑ 6.4% YoY
กำไรขั้นต้น
92.37
ล้านบาท
↑ 5.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.05
%
กำไรสุทธิ
4.37
ล้านบาท
↓ 55.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.24
%
D/E Ratio
0.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,830
↑ + 6.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
92
↑ + 5.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -55.4%
YoY
D/E Ratio
0.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — 2S
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.72
ROE (%)
7.27
ROA (%)
7.95
Book Value/หุ้น
3.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — 2S
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+361
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — 2S
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
360.55
+162.37%
|
137.42
-123.82%
|
-576.90
+138.75%
|
-241.63
+80.36%
|
-133.97
-24.43%
|
-177.28
-46.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
65.43
-55.68%
|
147.64
+161.03%
|
56.56
-53.19%
|
120.82
-436.17%
|
-35.94
-115.33%
|
234.45
+278.69%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-76.08
-143.96%
|
173.08
-76.26%
|
729.16
+309.34%
|
178.13
-75.04%
|
713.80
+195.64%
|
241.44
-54.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
239.35
-39.25%
|
394.02
+267.14%
|
107.32
-121.34%
|
-502.97
+1,693.12%
|
-28.05
-170.11%
|
40.01
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|