BCH Oppday Summary

P/E 19.53 YIELD 3.96 ราคา 10.10 (0.00%)

## BCH เผยผลประกอบการ Q1 ปี 2568 รายได้รวม 2,929 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจและยกระดับบริการ

สวัสดีค่ะ นักลงทุนทุกท่าน วันนี้มาพบกันกับกิจกรรม Opportunity Day จากบริษัท กรุงเทพเชน ฮอสพิทอล จำกัด มหาชน (BCH) โดยมีคุณวิมลมาน กฤษณการินทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ และดิฉัน สิริวิมล รักโตทรัพย์ นักลงทุนสัมพันธ์ เป็นผู้ให้ข้อมูล

สำหรับการนำเสนอในวันนี้ ประกอบด้วย 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ ภาพรวมกิจกรรมของบริษัทและผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 สรุปภาพรวมและอัตราส่วนสำคัญทางการเงิน และ Outlook สำหรับปี 2568 และสิ่งที่บริษัทจะทำในอนาคต

1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):

  • เครือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์เข้าร่วมการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลประจำปี 2568 ในงาน HA National Forum ครั้งที่ 25
  • บริษัทได้รับรางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานและสร้างรายได้สำหรับผู้สูงอายุประจำปี 2568 ในระดับดีเยี่ยม
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปทุมธานี ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 15189 และ ISO 15190
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ยังได้ลงนาม MOU ร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี เพื่อให้บริการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤตและฉุกเฉิน (UCEP)
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค เปิดให้บริการแผนกไตเทียมใหม่ รองรับผู้ป่วยสิทธิข้าราชการ
  • โรงพยาบาลยังได้ติดตั้งเครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด (ECMO) สำหรับผู้ป่วยวิกฤตโรคหัวใจ
  • โรงพยาบาล World Medical และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ เปิดให้บริการห้องพักผู้ป่วยในเด็กรูปแบบใหม่
  • World Medical เปิดศูนย์ผู้สูงอายุสุขภาพดี พร้อมจัดกิจกรรมสันทนาการต่างๆ
  • สำหรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 1 ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 2,929 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% Year-on-Year (YoY)
  • มีจำนวนผู้ป่วยรวม 1,333,000 ราย เพิ่มขึ้น 0.7% YoY ส่วนใหญ่เป็นการเติบโตจากรายได้ของผู้ป่วยทั่วไปชาวไทย
  • EBITDA เท่ากับ 723.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% YoY ส่งผลให้มี EBITDA Margin อยู่ที่ 24.7% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า
  • กำไรสุทธิอยู่ที่ 321.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% YoY และมี Net Profit Margin อยู่ที่ 11%

2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):

  • การเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยประกันสังคมที่ลงทะเบียนที่โรงพยาบาลในเครือ
  • การปรับปรุงโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปทุมธานี และเกษมราษฎร์ ฉะเชิงเทรา
  • การเพิ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง
  • การเปิดคลินิกรังสีรักษาเกษมราษฎร์ อารีย์
  • การเติบโตของรายได้จากโรงพยาบาลใหม่ทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อรัญประเทศ และเวียงจันทน์
  • การขยายเครือข่ายกับกลุ่มตัวแทนประกันและบริษัทประกัน
  • การเติบโตจากผู้ป่วย CLMV ที่มีรายได้และจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น
  • การให้บริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ รถทันตกรรมเคลื่อนที่ และศูนย์เกษมราษฎร์ พลาสติกศัลยกรรม

3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):

  • การลดลงของรายได้จากผู้ป่วยคูเวต
  • การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล
  • ความผันผวนของเศรษฐกิจ

4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):

  • มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการให้บริการและการรักษา
  • พัฒนาศูนย์การแพทย์ภายในอย่างต่อเนื่อง
  • ขยายฐานผู้ป่วยจาก CLMV และกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ
  • ทำการตลาดเชิงรุกและขยายเครือข่ายกับบริษัทประกัน
  • ควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):

  • บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปี 2568 ที่ 8-10%
  • คาดการณ์แนวโน้มธุรกิจไตรมาส 2 ปี 2568 สดใส จากการกลับมาของผู้ป่วยและการระบาดของ COVID-19
  • มีแผนขยายโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ เกษมราษฎร์ สุวรรณภูมิ และเกษมราษฎร์ ระยอง คาดเปิดดำเนินการปี 2570
  • ยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงหลัก ESG

6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session):

[เริ่ม Q&A นาทีที่ 42:59]

  1. **ความกังวลและแผนรับมือใน 1-3 ปีข้างหน้า**
    • **คำถาม:** บริษัทมีความกังวลใดบ้างในอีก 1-3 ปีข้างหน้า และมีแผนรับมืออย่างไร?
    • **คำตอบ:** ความกังวลหลักคือการขยายโรงพยาบาลของเอกชนรายอื่น และสภาพเศรษฐกิจ บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการให้บริการและการรักษา รวมถึงพัฒนาศูนย์การแพทย์ภายในอย่างต่อเนื่อง
  2. **สิ่งที่ให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ**
    • **คำถาม:** บริษัทให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากที่สุดในการดำเนินธุรกิจ?
    • **คำตอบ:** ความรับผิดชอบต่อผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพการให้บริการด้านการรักษาและการดูแลผู้ป่วย
  3. **ตัวเลข ROIC และ WACC**
    • **คำถาม:** ตัวเลข ROIC และ WACC เป็นเท่าไร?
    • **คำตอบ:** ROIC ณ 31 ธันวาคม 2567 อยู่ที่ 9.4% และ WACC ของบริษัทอยู่ที่ 8.1%
  4. **รายได้ RW มากกว่า 2 ในช่วงครึ่งปีแรก**
    • **คำถาม:** รายได้ RW มากกว่า 2 สำหรับช่วงไตรมาส 2 หรือครึ่งปีแรกของ SSO จะเป็นเท่าไร และคาดว่าจะได้ข้อสรุปประมาณช่วงไหน?
    • **คำตอบ:** ปัจจุบันบริษัทบันทึก RW มากกว่า 2 อยู่ที่ 12,000 บาทต่อ RW และสำนักงานประกันสังคมได้สรุปแล้วตั้งแต่ปลายปีที่แล้วว่าจะจ่าย RW ที่ 12,000 บาทตลอดปี 2568
  5. **ความมั่นใจในการได้รับ RW มากกว่า 2 ที่ 12,000 บาทครบทั้งปี**
    • **คำถาม:** มีความมั่นใจแค่ไหนว่าจะได้รับ RW มากกว่า 2 ที่ 12,000 บาทครบทั้งปี เนื่องจากได้ข่าวว่าประกันสังคมใช้จ่ายงบประมาณด้านอื่นมาก แต่มาประหยัดงบการรักษาพยาบาล?
    • **คำตอบ:** สปสช. มีการจัดสรรงบประมาณการรักษาพยาบาลแยกไว้แล้ว การให้สิทธิประโยชน์อื่น ๆ แก่ผู้ประกันตนจะเป็นส่วนของเงินสมทบที่ไม่ใช่ส่วนของการรักษาพยาบาล ดังนั้น 12,000 บาทต่อปีจึงเป็นสิ่งที่ประกันสังคมได้แจ้งไว้ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว โรงพยาบาลจะยึดถือสัญญาการให้บริการที่ทำไว้กับประกันสังคม
  6. **5 โรคยากที่ประกันสังคมให้มา 15,000 บาท**
    • **คำถาม:** 5 โรคยากที่ประกันสังคมให้มา 15,000 บาท (จาก 12,000 บาท) จะเริ่มให้ตั้งแต่เดือนไหนในปีนี้ และจะสิ้นสุดโครงการในเดือนไหน?
    • **คำตอบ:** ประกันสังคมเล็งเห็นว่าโรคที่มีความรุนแรงสูงคือโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง จึงอาจจะมีการปรับลดโรคที่สามารถเบิกจ่ายได้จาก 5 โรคเหลือ 2 โรค ตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนธันวาคมปีนี้ แต่ RW ละ 15,000 บาทก็ยังคงใช้ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงธันวาคม
  7. **หนี้จาก COVID-19 จะได้รับคืนมากน้อยแค่ไหน**
    • **คำถาม:** หนี้จาก COVID-19 มีโอกาสจะได้รับคืนมากน้อยแค่ไหน หรือมองเป็นหนี้สูญไปเลย ทำไมรัฐบาลจึงเบี้ยวค่ารักษาพยาบาลได้?
    • **คำตอบ:** สำนักงานประกันสังคมและ สปสช. มีการชำระหนี้ COVID มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทยังคงค้างหนี้ที่เป็นรายได้ทางกับ 65 ล้านบาท (ลดลงจากช่วงปลายปีที่ผ่านมาที่ 100 ล้านบาท) บริษัทได้รับชำระอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะมีบางเคสที่เบิกจ่ายไม่ได้ เช่น สิทธิซ้ำซ้อน แต่ส่วนใหญ่ได้รับชำระเงิน
  8. **ความเสี่ยงจากเรื่องประกันสังคมที่งบไม่ค่อยเพียงพอ**
    • **คำถาม:** ความเสี่ยงจากเรื่องประกันสังคมที่งบไม่ค่อยเพียงพอ คิดว่าจะได้รับการแก้ไขหรือไม่ หรือจะเป็นปัญหาเรื้อรังต่อไปเรื่อยๆ ในอนาคต?
    • **คำตอบ:** ทางสำนักงานประกันสังคมรับทราบและน่าจะมีการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอได้ เนื่องจากมีการพยายามปรับปรุงรูปแบบการเบิกจ่ายอยู่ เช่น การผ่าตัดกระเพาะที่อาจจะมีการให้ผู้ป่วยลดน้ำหนักก่อน ก็จะช่วยจำกัดงบประมาณของประกันสังคมได้ สำหรับ BCH และโรงพยาบาลในเครือ มีการทำหัตถการแบบนี้อยู่น้อยมาก จึงไม่ได้รับผลกระทบในสิ่งที่ผ่านมา
  9. **ผลกระทบจาก Co-payment ในปีหน้า**
    • **คำถาม:** มองผลกระทบจาก Co-payment ในปีหน้าอย่างไร จะทำให้คน Admit น้อยลงหรือไม่ สัดส่วน Simple Disease ของเราจะเป็นสัดส่วนมากน้อยแค่ไหน?
    • **คำตอบ:** ปัจจุบันยังไม่มีตัวเลข Simple Disease ที่แน่ชัด และยังไม่เห็นผลกระทบจาก Co-payment เนื่องจากผู้ป่วยในปัจจุบันที่ Admit เช่น รักษาไข้หวัดใหญ่ จะมีอาการรุนแรงที่แพทย์ต้องมองว่าต้อง Admit อยู่แล้ว การวินิจฉัยว่าผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ ซึ่งอาจจะต้องรอประเมินผลกระทบในอนาคต
  10. **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจต่อลูกค้ากลุ่มเงินสด**
    • **คำถาม:** ลูกค้ากลุ่มเงินสดช่วงนี้เห็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจหรือไม่ มีการลดค่าใช้จ่ายลงมากน้อยแค่ไหน?
    • **คำตอบ:** ในปัจจุบันยังไม่เห็นผลกระทบตรงนี้ รายได้จากกลุ่มโรงพยาบาลเงินสด เช่น เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังเติบโตขึ้นทั้ง 3 โรงพยาบาล
  11. **การแข่งขันในจังหวัดระยอง**
    • **คำถาม:** จังหวัดระยองเห็นมีหลายโรงพยาบาลกำลังจะไปเปิดที่นั่น เกรงว่าอนาคตจะเป็น Red Ocean หรือไม่ หรืออาจจะทำให้ Supply มากกว่า Demand บริษัทมีความมองว่าความเสี่ยงตรงนี้ยังไง?
    • **คำตอบ:** จังหวัดระยองเป็น Hub ของอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ รัฐบาลส่งเสริมให้เป็น Medical Hub และมีอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ในพื้นที่ จะมีคนเข้าไปทำงานในจังหวัดมากขึ้น จำนวนผู้ป่วยต่อเตียงจดทะเบียนยังอยู่ในระดับต่ำ BCH จึงมีความสนใจที่จะไปเปิดโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ระยอง ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมืองระยอง รองรับทั้งผู้ป่วยประกันสังคมและเงินสด
  12. **ประกันสังคมเข้มงวดในการเบิกจ่ายมากขึ้นหรือไม่**
    • **คำถาม:** ประกันสังคมเข้มงวดในการเบิกจ่ายมากขึ้นหรือไม่ และการจ่ายเงินนั้นล่าช้ากว่าปีก่อน ๆ หรือไม่?
    • **คำตอบ:** ในปัจจุบันที่มองเห็นจะเป็นเรื่องของหัตถการเฉพาะทางมากขึ้น แต่ภาพรวมการจ่ายเงินยังเป็นปกติ เพียงแต่อาจจะมีบางหัตถการ เช่น การผ่าตัดกระเพาะ ที่โรงพยาบาลในเครือมีการทำหัตถการนี้น้อยมาก จึงไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนอื่น ๆ ยังไม่มีการจ่ายเงินล่าช้าหรือเข้มงวดในการเบิกจ่าย
  13. **เป้าการเติบโตปี 68 และงบลงทุน**
    • **คำถาม:** บริษัทตั้งเป้าการเติบโตปี 68 นี้อย่างไร ทั้งรายได้และงบลงทุนเท่าไร?
    • **คำตอบ:** งบลงทุน (Project Plan) 840 ล้านบาท และเป้าการเติบโตปี 68 ตั้งไว้ที่ 8-10%
  14. **แนวโน้มธุรกิจในไตรมาสที่ 2 ปี 68**
    • **คำถาม:** แนวโน้มธุรกิจในไตรมาสที่ 2 ปี 68 จะเป็นอย่างไร?
    • **คำตอบ:** แนวโน้มไตรมาส 2 สดใสขึ้น เนื่องจากโรคระบาดกลับมา รวมถึงไม่มีช่วงรอมฎอนของผู้ป่วย Middle East ทำให้ผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น
  15. **เป้าการรายได้ปีนี้ยังโต 10% หรือไม่**
    • **คำถาม:** สรุปเป้ารายได้ปีนี้ยังโต 10% อยู่หรือไม่?
    • **คำตอบ:** สรุปเป้ารายได้ปีนี้ยังคงอยู่ที่ 8-10%
  16. **ฐานผู้ป่วยต่างชาติ Exclusive ที่เริ่มเข้ามาในช่วงเมษายน**
    • **คำถาม:** สำหรับฐานผู้ป่วยต่างชาติ Exclusive ที่เริ่มเข้ามาในช่วงเมษายน ยอดจะเป็นอย่างไรบ้าง?
    • **คำตอบ:** หมายถึงผู้ป่วยกลุ่มใหม่ที่ได้ Contact ด้วย เช่น ผู้ป่วยมัลดีฟส์ ก็ค่อยๆ ทยอยเข้ามา รายได้ยังไม่เยอะมากจนมีนัยยะสำคัญ อาจจะต้องรอติดตามในช่วงถัดไป
  17. **คลินิกมะเร็งรังสีรักษาเกษมราษฎร์ อารีย์ จะ Break Even เมื่อไหร่**
    • **คำถาม:** สำหรับโรงพยาบาลรังสีรักษา (คลินิกมะเร็งรังสีรักษาเกษมราษฎร์ อารีย์) คิดว่าจะ Break Even เมื่อไหร่?
    • **คำตอบ:** Break Even EBITDA ไปแล้ว และ Break Even NI ก็คาดว่าภายในปีนี้
  18. **การเติบโตหลัง Renovate โรงพยาบาล**
    • **คำถาม:** เมื่อเรา Renovate แล้ว คาดหวังว่าจะเติบโตก่อนทำกี่เปอร์เซ็นต์ในระยะเวลาเท่าไหร่?
    • **คำตอบ:** ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น และเกษมราษฎร์ บางแค ที่ยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมด รายได้ก็เติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 5%
  19. **IPD Per Visit ของ Middle East ลดลง**
    • **คำถาม:** IPD Per Visit ของ Middle East ลดลงจาก 1-1.5 ล้านเป็น 0.6 ล้าน เกิดจากโรคที่รักษาเปลี่ยนไป หรือยังเป็นการรักษาเบาหวานเหมือนเดิม เหตุใดวันนอนจึงต่ำลง?
    • **คำตอบ:** ยังรักษาโรคเบาหวานเหมือนเดิม แต่มีการเปลี่ยนหัตถการนิดหน่อย คือคนไข้บางทีจ่ายเงินเอง อาจจะเข้ามาเป็นลักษณะ OPD Case แล้วมานอนใน Residential Ward แทนที่จะนอนใน Ward IPD
  20. **ลูกหนี้การค้าที่มากกว่า 365 วันเพิ่มขึ้น**
    • **คำถาม:** ลูกหนี้การค้าที่มากกว่า 365 วัน เพิ่มจาก 118 ล้านบาทเป็น 232 ล้านบาท เป็นลูกหนี้จากส่วนใด และคาดว่าจะตั้งสำรองเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ และเริ่มสำรองในไตรมาสไหน?
    • **คำตอบ:** ส่วนหนึ่งมาจากลูกหนี้การค้าจากสถานทูต จะตั้งสำรองเป็นสัดส่วนประมาณ 3% และจะเริ่มตั้งสำรองเมื่อไหร่ ต้องรอดู Historical Data มาดูก่อนว่าแต่ก่อนมีระยะเวลาการชำระเงินเท่าไหร่ แต่ในไตรมาสนี้ยังไม่มี
  21. **ลูกหนี้ภาครัฐคูเวตเคยมีการกลับรายการตั้งสำรองหรือไม่**
    • **คำถาม:** ในอดีตลูกหนี้ภาครัฐคูเวตเคยมีการกลับรายการตั้งสำรองบ้างไหม เช่น แบบไม่อนุมัติค่ารักษาที่ให้บริการไปแล้ว เหมือน SSO อย่างนี้ค่ะ?
    • **คำตอบ:** ในช่วงที่ผ่านมาไม่มี แต่ในปัจจุบันคนไข้คูเวตที่มาจากสถานทูตยังมีการค้างจ่ายอยู่ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้มีการตั้งสำรองเพิ่มเติมเนื่องจากระยะเวลาการชำระนานอยู่แล้ว (มากกว่า 1 ปี)
  22. **บริษัทประกันปฏิเสธการให้ IPD ในโรคทั่วไปมากขึ้นหรือไม่**
    • **คำถาม:** สอบถามว่าบริษัทประกันมีการปฏิเสธการให้ IPD ในโรคทั่วไปมากขึ้นไหมคะ หลัง COVID Co-payment เช่น COVID หรือว่าไข้หวัดใหญ่?
    • **คำตอบ:** ถ้าแพทย์ลงความเห็นว่าต้องรักษาในแผนก IPD เช่น ผู้ป่วยมีไข้สูง อาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย (ไอมาก ไข้สูง หอบเหนื่อย) ก็ไม่มีการปฏิเสธ สามารถ Admit ได้

โดยสรุปแล้ว BCH ยังคงมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปี 2568 และมีแผนการขยายธุรกิจที่ชัดเจน พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการให้บริการและการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

โพสต์ล่าสุด