เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
Wall Street ระมัดระวังหลังยอดค้าปลีกสหรัฐฯ อ่อนแอ ดันทองคำพุ่ง $4,500, AI ยังคงร้อนแรง ขณะที่ GDP ไทยโตหนุน SET
ข้อมูล AIO

Wall Street ระมัดระวังหลังยอดค้าปลีกสหรัฐฯ อ่อนแอ ดันทองคำพุ่ง $4,500, AI ยังคงร้อนแรง ขณะที่ GDP ไทยโตหนุน SET

55 นาที 14:06 น. 0 ความเห็น

ไฮไลท์สำคัญ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2026 ด้วยการปรับตัวลดลงเล็กน้อยในทุกดัชนีหลัก โดย S&P 500, NASDAQ และ Dow Jones ต่างติดลบราว 0.1-0.2% ท่ามกลางความกังวลจากข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งแตะ $4,500 สะท้อนถึงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยและอาจเป็นสัญญาณว่า Fed อาจพิจารณานโยบายที่ผ่อนคลายมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน ภาค AI ยังคงแสดงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดย HIVE Blockchain Technologies ได้ลงนามในข้อตกลงบริการ AI Cloud มูลค่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งตอกย้ำถึงการเติบโตและความต้องการในอุตสาหกรรมนี้อย่างมหาศาล

สำหรับตลาดไทยได้รับข่าวดีจากสภาพัฒน์ที่เผย GDP ไตรมาส 2/2026 เติบโต 1.9% ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ SET ปิดเช้าพุ่ง 17 จุด แรงซื้อหุ้นกลุ่ม Big Cap และข่าวดีจาก GDP หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องจับตาสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจดันต้นทุนวัสดุก่อสร้างไทยพุ่งกว่า 20% และกระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งตรวจสอบการถือครองที่ดินของต่างชาติ ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์

เซนติเมนต์ตลาด: mixed · รอบข่าว: 🌤️ บ่ายนี้ · ตลาดสหรัฐ

เนื้อหาตลาด

  • ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ อ่อนแอ ดันทองคำพุ่ง — ข้อมูลยอดค้าปลีกที่อ่อนแอกว่าคาดอาจส่งผลให้ Fed พิจารณานโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งหนุนราคาทองคำแตะ $4,500 และอาจทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง กระทบต่อต้นทุนนำเข้าและส่งออกของไทย
  • HIVE รับดีล AI Cloud $350 ล้าน — บริษัท HIVE Blockchain Technologies ทำสัญญาบริการ AI Cloud มูลค่ามหาศาล สะท้อนถึงความต้องการ AI ที่สูงต่อเนื่อง ซึ่งเป็น sentiment บวกต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI ทั่วโลก รวมถึงหุ้นไทยที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องอย่าง COM7 (COM7)
  • GDP ไทย Q2/69 โต 1.9% ดีกว่าคาด — สภาพัฒน์เผย GDP ไทยไตรมาส 2 เติบโต 1.9% สูงกว่าที่คาดการณ์ หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย และอาจดึงดูดเงินทุนต่างชาติเข้าสู่สินทรัพย์ไทยมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Big Cap และ Domestic Play เช่น AOT, CPALL (AOT, CPALL, KBANK)
  • สงครามตะวันออกกลางดันต้นทุนวัสดุก่อสร้างไทยพุ่ง — ttb analytics ชี้ความยืดเยื้อของสงครามในตะวันออกกลางดันต้นทุนวัสดุก่อสร้างไทยเพิ่มขึ้นกว่า 20% ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรของบริษัทรับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในไทย รวมถึงอาจทำให้โครงการลงทุนภาครัฐมีต้นทุนสูงขึ้น
  • พาณิชย์สแกนต่างชาติถือครองที่ดิน — กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบการถือครองที่ดินของต่างชาติกว่า 3.5 หมื่นรายใน 16 จังหวัด อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย และอาจมีผลต่อกฎเกณฑ์การลงทุนในอนาคต

ข้อสังเกต & สิ่งที่ควรจับตา

  • ติดตามท่าทีของ Fed และทิศทางราคาทองคำอย่างใกล้ชิด — ข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ อาจทำให้ Fed มีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งจะส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคำโดยตรง และอาจส่งผลต่อการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุนไทย
  • พิจารณาลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และหุ้นไทยที่ได้อานิสงส์จาก GDP ในประเทศที่เติบโตดี — ภาค AI ยังคงเติบโตสูง สะท้อนจากดีลขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวดีกว่าคาดจะหนุนหุ้นกลุ่ม Domestic Play ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการลงทุนในประเทศ เช่น COM7, AOT, CPALL
  • พิจารณาผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อต้นทุนการผลิตของธุรกิจไทย — สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อกำลังผลักดันต้นทุนวัสดุก่อสร้างและอาจรวมถึงพลังงานให้สูงขึ้น ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรของบริษัทไทยที่พึ่งพิงการนำเข้าหรือมีต้นทุนพลังงานสูง

สรุป

Wall Street ระมัดระวังหลังยอดค้าปลีกสหรัฐฯ อ่อนแอ ดันทองคำพุ่ง $4,500, AI ยังคงร้อนแรง ขณะที่ GDP ไทยโตหนุน SET

อัปเดตตลาดสหรัฐ รอบ🌤️ บ่ายนี้ — ใช้จัดพอร์ตและประเมินความเสี่ยงตามสถานการณ์


AiOMax — ติดตามข่าวตลาดและเครื่องมือลงทุน

เว็บไซต์: https://aiomax.panphol.com

Add Line @aiomax: @aiomax

ยังไม่มีความคิดเห็น