NTV กำไร Q2/2569 หดตัว 32.38% YoY กดดันจากจำนวนผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในลดลงต่อเนื่อง
รายได้รวมปรับตัวลดลง 6.04% ตามปริมาณผู้ป่วยที่ใช้บริการน้อยลง ขณะที่ต้นทุนการรักษาพยาบาลยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท โรงพยาบาลนนทเวช จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 38.04 ล้านบาท ลดลง 18.21 ล้านบาท หรือคิดเป็น 32.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 540.07 ล้านบาท ลดลง 6.04% จากรายได้จากการรักษาพยาบาลที่ปรับตัวลดลงตามจำนวนผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการทั้งในส่วนของผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการรักษาฐานรายได้ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันและพฤติกรรมผู้ใช้บริการที่เปลี่ยนแปลงไป
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจรอบนี้คือ "การลดลงของปริมาณผู้ป่วย (Volume)" ทั้งในส่วนผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้รวมของบริษัท และเมื่อรายได้ลดลงในขณะที่ต้นทุนการรักษาพยาบาลไม่สามารถปรับลดลงได้ในสัดส่วนที่เท่ากัน จึงส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- ปริมาณผู้ป่วยลดลง: ในไตรมาส 2/2569 จำนวนผู้ป่วยนอกลดลง 8.93% (เหลือ 105,225 คน) และจำนวนวันนอนของผู้ป่วยในลดลงถึง 15.17% (เหลือ 6,352 เตียง) เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568
- ผลกระทบต่อรายได้: รายได้ผู้ป่วยนอกลดลง 2.97% และรายได้ผู้ป่วยในลดลง 10.46% ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนผู้ใช้บริการที่น้อยลง
- แรงกดดันด้านต้นทุน: สัดส่วนต้นทุนในการรักษาพยาบาลต่อรายได้ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นจาก 74.82% ในไตรมาส 2/2568 เป็น 77.35% ในไตรมาส 2/2569 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 22.65% จากเดิม 25.18%
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
จากข้อมูลในเอกสาร แนวโน้มการลดลงของจำนวนผู้ป่วยยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบริษัทไม่ได้ระบุถึงปัจจัยบวกหรือแผนการกระตุ้นรายได้ที่ชัดเจนในระยะสั้นเพื่อชดเชยปริมาณผู้ป่วยที่หายไป ดังนั้นสถานการณ์นี้จึง ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตาม ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนหรือเพิ่มจำนวนผู้ป่วยกลับมาได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ: ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 38.04 ล้านบาท (-32.38% YoY) และครึ่งปีแรกอยู่ที่ 82.15 ล้านบาท (-38.14% YoY)
- รายได้รวม: ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 540.07 ล้านบาท (-6.04% YoY)
- จำนวนผู้ป่วย: ผู้ป่วยนอกลดลง 8.93% และจำนวนวันนอนผู้ป่วยในลดลง 15.17% ในไตรมาส 2
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ลดลงมาอยู่ที่ 22.65% ในไตรมาส 2/2569 เทียบกับ 25.18% ในไตรมาส 2/2568
- ภาษีเงินได้: บริษัทมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 31.21% ในไตรมาส 2 ซึ่งสอดคล้องกับกำไรก่อนภาษีที่ลดลง
ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการของ NTV ในไตรมาส 2/2569 และครึ่งปีแรกของปี 2569 ปรับตัวลดลงในทุกมิติ ทั้งรายได้ กำไรสุทธิ และอัตรากำไรขั้นต้น โดยได้รับผลกระทบหลักจากจำนวนผู้ป่วยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรลดลงตามไปด้วย
โอกาส
- บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ 30 มิถุนายน 2569 จำนวน 1,061.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นฐานทุนที่พร้อมสำหรับการลงทุนหรือปรับปรุงประสิทธิภาพในอนาคต
ความเสี่ยง
- ปริมาณผู้ป่วยลดลง: ความเสี่ยงหลักคือการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดหรือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
- ต้นทุนคงที่: สัดส่วนต้นทุนการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ แสดงถึงความยากลำบากในการบริหารจัดการต้นทุนให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในในไตรมาส 3/2569 ว่าจะเริ่มฟื้นตัวหรือไม่
- การบริหารจัดการสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ (GPM) ให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม
- กลยุทธ์การตลาดเพื่อดึงดูดผู้ป่วยกลับมาใช้บริการ
- การลงทุนในอาคารและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น 67.48 ล้านบาท ว่าจะช่วยสร้างรายได้ใหม่ได้เมื่อใด
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้: รายได้จากการรักษาพยาบาลเป็นรายได้หลัก โดยไตรมาส 2/2569 ทำได้ 539.14 ล้านบาท ลดลง 5.91%
- ต้นทุน: ต้นทุนการรักษาพยาบาลลดลง 2.73% แต่ลดลงน้อยกว่ารายได้ ทำให้ GPM อ่อนตัวลง
- ค่าใช้จ่าย: ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อย 1.29% สะท้อนถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายภายใน
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
บริษัทมีโครงสร้างเงินทุนที่มั่นคง โดยมีหนี้สินหมุนเวียนเพียง 7.76% ของสินทรัพย์รวม และมีอัตราส่วนสภาพคล่องสูงถึง 6.94 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงเป็นบวกที่ 166.70 ล้านบาท แม้จะลดลงจากปีก่อนหน้าก็ตาม
สรุปท้าย
ผลประกอบการของ NTV ในไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความท้าทายจากการลดลงของปริมาณผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงกว่า 32% แม้บริษัทจะมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและสภาพคล่องสูง แต่การฟื้นตัวของกำไรในระยะถัดไปขึ้นอยู่กับความสามารถในการดึงดูดผู้ป่วยกลับมาใช้บริการและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนการรักษาพยาบาลให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมอีกครั้ง