MST กำไร Q2/2569 พุ่งกระฉูด 37 เท่า รับอานิสงส์วอลุ่มตลาดหุ้นฟื้นตัวแรง
รายได้ค่านายหน้าหนุนกำไรสุทธิแตะ 82.97 ล้านบาท พร้อมโชว์ผลงานครึ่งปีแรกโตเด่น 93.23% YoY
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 82.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 80.78 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 37 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.19 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหลักทรัพย์ที่ขยายตัวอย่างโดดเด่น
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของการเติบโตในไตรมาสนี้คือ "การฟื้นตัวของรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์" ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท โดยได้รับอานิสงส์โดยตรงจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เพิ่มขึ้นจาก 40,799.84 ล้านบาท/วัน เป็น 66,810.68 ล้านบาท/วัน (เพิ่มขึ้น 63.75%) ส่งผลให้รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 109.88 ล้านบาท หรือเติบโต 63.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
กลไกหลักเกิดจากปริมาณการซื้อขายในตลาดที่คึกคักขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของนักลงทุนบุคคลและสถาบันของบริษัทที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 1,781.33 ล้านบาท/วัน เป็น 3,474.09 ล้านบาท/วัน (เพิ่มขึ้น 95.03%) นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เติบโตขึ้น 2.4 เท่า จากการขายหน่วยลงทุนและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ รวมถึงกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 60.21 ล้านบาท ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง 77.76 ล้านบาท จากการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่ลดลงได้เป็นอย่างดี
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
ผลประกอบการในส่วนของรายได้ค่านายหน้ามีความสัมพันธ์โดยตรงกับภาวะตลาดทุน (Market Sentiment) ซึ่งมีความผันผวนตามปัจจัยภายนอก จากที่ระบุในเอกสาร การเติบโตนี้เป็นผลจากสภาวะตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสนี้ ดังนั้นความต่อเนื่องจึงขึ้นอยู่กับปริมาณการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม รายได้จากค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนและบริการอื่นๆ ที่เติบโตขึ้นถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงของรายได้ให้มีความหลากหลายมากขึ้น
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2569: อยู่ที่ 82.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37 เท่า (YoY)
- รายได้ค่านายหน้า: รวม 303.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.28% (YoY) โดยรายได้จากการซื้อขายหลักทรัพย์โต 63.71%
- รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ: โต 2.4 เท่า มาอยู่ที่ 66.30 ล้านบาท จากการขายหน่วยลงทุนและจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
- รายได้ดอกเบี้ย: ลดลง 34.53% เหลือ 147.41 ล้านบาท ตามปริมาณสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่ลดลง
- ค่าใช้จ่ายรวม: เพิ่มขึ้น 9.60% อยู่ที่ 526.46 ล้านบาท หลักๆ จากค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าธรรมเนียมจ่าย
ภาพรวมผลประกอบการ
ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 258.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยภาพรวมรายได้หลักจากการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เติบโตตามทิศทางตลาด ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยลดลงตามภาวะสินเชื่อ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมให้เพิ่มขึ้นเพียง 1.87% ในรอบครึ่งปีแรก ทำให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน
โอกาส
- การขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายหน่วยลงทุนและบริการที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่ผันผวนตามวอลุ่มตลาดเท่ากับค่านายหน้า
- การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกำไรสุทธิ
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดรายได้ค่านายหน้า
- รายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Margin Loan) ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมการลงทุนของลูกค้า
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ทิศทางมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในไตรมาส 3 และ 4
- การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายหน่วยลงทุนว่าจะสามารถรักษาอัตราการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
- การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในรอบครึ่งปีแรก
- แนวโน้มของรายได้ดอกเบี้ยว่าจะถึงจุดต่ำสุดหรือยัง
รายละเอียดเชิงลึก (ธุรกิจหลักทรัพย์)
บริษัทมีรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าลดลง 34.31% ในไตรมาส 2/2569 สวนทางกับรายได้ค่านายหน้าหลักทรัพย์ที่เติบโต สะท้อนถึงพฤติกรรมการลงทุนที่เปลี่ยนไปของลูกค้า ในส่วนของค่าใช้จ่าย ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 4.85 ล้านบาท สะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้
สรุปท้าย
MST โชว์ฟอร์มโดดเด่นในไตรมาส 2/2569 ด้วยกำไรที่เติบโตถึง 37 เท่า โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากวอลุ่มการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ฟื้นตัวแรง แม้รายได้ดอกเบี้ยจะลดลงแต่บริษัทสามารถชดเชยด้วยรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรติดตามทิศทางวอลุ่มตลาดในระยะถัดไปควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่บริษัทกำลังมุ่งเน้นเพื่อสร้างฐานรายได้ที่ยั่งยืนขึ้น