เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SCN กำไรสุทธิ Q2/69 ดิ่ง 47% รับผลกระทบธุรกิจขนส่ง-ก๊าซวูบ
ข่าวสาร

SCN กำไรสุทธิ Q2/69 ดิ่ง 47% รับผลกระทบธุรกิจขนส่ง-ก๊าซวูบ

SCN P/E -100.00 YIELD 0.00
4 วัน 19:43 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมหด 18% ฝ่ายจัดการเร่งขยายธุรกิจ LNG และพลังงานสะอาด

บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท ลดลง 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 18% จากผลกระทบของธุรกิจขนส่งที่สิ้นสุดสัญญาและปรับลดเส้นทาง รวมถึงธุรกิจก๊าซธรรมชาติที่ปริมาณและราคาขาย NGV ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 14% พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานทางเลือกและพลังงานสะอาดเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ SCN ในไตรมาส 2/2569 ลดลงถึง 47% มาจาก การหดตัวของรายได้จากการขายและบริการสุทธิ 18% ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังกำไรขั้นต้นที่ลดลง 10% และกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ที่ลดลง 21% โดยมีปัจจัยหลักมาจาก ธุรกิจขนส่งและอื่น ๆ ที่รายได้ลดลงถึง 32% และ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน ที่รายได้ลดลง 11% นอกจากนี้ ยังมี รายได้อื่น ที่ลดลง 6 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีการรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์ 8 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ไม่มีรายการดังกล่าว

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การลดลงของรายได้ในธุรกิจขนส่ง เกิดจากการ สิ้นสุดของสัญญาขนส่งบางส่วน และการปรับลดจำนวนเส้นทางให้บริการ ภายใต้สัญญาปัจจุบัน ส่วนรายได้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติและน้ำมันที่ลดลง มาจาก ปริมาณและราคาขายก๊าซธรรมชาติ NGV ที่ลดลง อันเป็นผลมาจากการชะลอตัวของความต้องการใช้ NGV ภายในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่เผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์อยู่ในระดับสูงและผันผวน สร้างแรงกดดันต่อต้นทุนด้านพลังงาน การขนส่ง และวัตถุดิบ

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ลักษณะครั้งคราว โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าผลประกอบการในไตรมาสนี้จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยข้างต้น แต่ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ๆ เช่น โครงการผลิตก๊าซไนโตรเจนเพื่อปรับปรุงคุณภาพก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3/2569 และจะช่วยเพิ่มรายได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า รวมถึงการขยายธุรกิจ LNG และการให้บริการดัดแปลงอุปกรณ์สำหรับระบบเชื้อเพลิง DDE/DDF ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้แล้วในปีนี้ และคาดว่าจะขยายสู่ลูกค้าภายนอกในไตรมาส 3/2569 ปัจจัยเหล่านี้บ่งชี้ถึงความพยายามในการสร้างรายได้ใหม่มาชดเชยส่วนที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของความต้องการใช้ NGV และการสิ้นสุดของสัญญาขนส่งบางส่วน ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิลดลง 47% YoY: อยู่ที่ 4 ล้านบาท จาก 8 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้รวมลดลง 18% YoY: อยู่ที่ 289 ล้านบาท จาก 351 ล้านบาทในปีก่อน
  • ธุรกิจขนส่งหดตัวแรง 32%: จากการสิ้นสุดสัญญาและปรับลดเส้นทาง
  • ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ NGV ชะลอตัว: ปริมาณและราคาขายลดลง
  • อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว: อยู่ที่ 14% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 13% ในปีก่อน
  • เดินหน้าขยายธุรกิจ LNG และพลังงานสะอาด: เตรียมรับรู้รายได้เพิ่มในไตรมาส 3/69

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 289 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ธุรกิจขนส่งที่ลดลง 32% จากการสิ้นสุดสัญญาและปรับลดเส้นทางให้บริการ รวมถึงรายได้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติและน้ำมันที่ลดลง 11% จากปริมาณและราคาขาย NGV ที่ชะลอตัว แม้รายได้รวมจะลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงรักษาไว้ได้ที่ 14% เพิ่มขึ้นจาก 13% ในปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 4 ล้านบาท ลดลง 47% จาก 8 ล้านบาทในปีก่อน

โอกาส

  • โครงการผลิตก๊าซไนโตรเจน: คาดว่าจะเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3/2569 และสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า
  • การขยายธุรกิจ LNG: ให้บริการดัดแปลงอุปกรณ์ DDE/DDF และสถานี LNG แบบครบวงจร รองรับความต้องการเชื้อเพลิงสะอาด
  • ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน: ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Emissions
  • การดำเนินงานตามแนวทาง ESG: สร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้มีส่วนได้เสีย

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์: ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้
  • การชะลอตัวของความต้องการใช้ NGV: ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติ
  • การสิ้นสุดของสัญญาขนส่ง: ส่งผลกระทบต่อรายได้จากธุรกิจขนส่ง
  • ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ: การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานหรือสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • ความคืบหน้าของโครงการผลิตก๊าซไนโตรเจน: การเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์และผลต่อรายได้
  • การขยายฐานลูกค้าธุรกิจ LNG: การรับรู้รายได้จากการให้บริการดัดแปลงอุปกรณ์ DDE/DDF แก่ลูกค้าภายนอก
  • แนวโน้มความต้องการใช้ NGV: การฟื้นตัวหรือชะลอตัวต่อเนื่อง
  • การหาข้อตกลงสัญญาขนส่งใหม่: เพื่อทดแทนสัญญาที่สิ้นสุดลง
  • ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง: ต่อราคาพลังงานและต้นทุนการดำเนินงาน

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)

  • ราคา Commodity/ASP: เอกสารไม่ได้ระบุราคา NGV หรือราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยตรง แต่กล่าวถึง "ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์อยู่ในระดับสูงและมีความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ" ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาขาย
  • ปริมาณขาย-ผลิต: ปริมาณ NGV ลดลงตามการชะลอตัวของความต้องการใช้ภายในประเทศ
  • ต้นทุนต่อหน่วย: ไม่ได้ระบุรายละเอียดต้นทุนต่อหน่วย แต่กล่าวถึงแรงกดดันต่อต้นทุนด้านพลังงาน การขนส่ง และวัตถุดิบ
  • กำลังการผลิต: มีการดำเนินการผลิตก๊าซไนโตรเจนแล้วเสร็จตามแผนงาน
  • โครงการลงทุน: โครงการผลิตก๊าซไนโตรเจน และการขยายธุรกิจ LNG เป็นโครงการสำคัญที่คาดว่าจะสร้างรายได้ในอนาคต
  • กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม: บริษัทฯ มีนโยบายสนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ และธุรกิจพลังงานหมุนเวียนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์รวมของ SCN อยู่ที่ 4,707 ล้านบาท ลดลง 8% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากการขายบริษัทย่อย SAP หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,211 ล้านบาท ลดลง 14% จากการลดลงของหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับการขายเงินลงทุน ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,496 ล้านบาท ลดลง 2% จากการลดลงของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) อันเป็นผลจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย

สรุปท้าย

SCN ในไตรมาส 2/2569 เผชิญแรงกดดันจากธุรกิจขนส่งที่รายได้ลดลงจากการสิ้นสุดสัญญา และธุรกิจก๊าซธรรมชาติ NGV ที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ กำลังเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น โครงการผลิตก๊าซไนโตรเจน และธุรกิจ LNG ซึ่งคาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้และสนับสนุนการเติบโตในอนาคต ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนยังคงทำได้ดี ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการใหม่ๆ และแนวโน้มความต้องการใช้ NGV รวมถึงการหาข้อตกลงสัญญาขนส่งใหม่ เพื่อประเมินทิศทางการเติบโตในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น