ข่าวสาร
OR เผชิญวิกฤตขาดทุนหนักในไตรมาส 2/2569 โบรกฯ มองเป็นจุดต่ำสุดก่อนฟื้นตัว
2 อาทิตย์ 19:13 น.
0 ความเห็น
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ต่ำกว่าคาด
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) รายงานผลประกอบการของ OR ในไตรมาส 2/2569 ว่ามีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ -1,775 ล้านบาท และหากตัดรายการพิเศษออกจะมีผลขาดทุนปกติสูงถึง -2,108 ล้านบาท ซึ่งถือว่าแย่กว่าที่ตลาดและ KSS คาดการณ์ไว้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากธุรกิจ Global ที่ได้รับผลกระทบจากรายการขาดทุนจากมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV loss) ซึ่งเป็นรายการทางบัญชี (non-cash) ถึง -756 ล้านบาท ประกอบกับธุรกิจ Mobility ที่เผชิญกับภาวะขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (stock loss) ก้อนใหญ่กว่า -1.1 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นต่อลิตรลดลงเหลือเพียง 0.24 บาทต่อลิตร (-72% y-y, -78% q-q)วิเคราะห์ปัจจัยกดดันและแนวโน้มการฟื้นตัว
สาเหตุสำคัญที่ฉุดผลประกอบการคือ ปริมาณขายน้ำมันรวมที่ลดลงเหลือ 5,558 ล้านลิตร (-13% y-y, -16% q-q) เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงในช่วงเดือนเมษายนกระทบต่อความต้องการใช้ และการแข่งขันในตลาดเชิงพาณิชย์ที่รุนแรงจากการเร่งระบายสต็อก อย่างไรก็ตาม KSS คาดการณ์ว่าไตรมาส 3/2569 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัว เนื่องจากไม่มีการบันทึก NRV loss ก้อนใหญ่เหมือนไตรมาสที่ผ่านมา และธุรกิจ Mobility จะได้อานิสงส์จากค่าการตลาดที่อยู่ในระดับดี รวมถึงธุรกิจ Lifestyle ที่ยังคงเติบโตต่อเนื่องตามการขยายสาขาและความต้องการบริโภคกาแฟข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์
KSS ให้คำแนะนำ "ซื้อ" โดยปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 15.20 บาทต่อหุ้น (วิธี DCF; WACC 8%) โดยมองว่าไตรมาส 2/2569 คือจุดต่ำสุดของปีแล้ว นักลงทุนควรใช้จังหวะที่ราคาหุ้นถูกกดดันจากงบการเงินที่อ่อนแอในไตรมาสนี้เพื่อเข้าสะสม เพื่อรอรับการฟื้นตัวในระยะยาวช่วงปี 2570-2571 ซึ่งคาดว่ากำไรจะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ถึง 16% จากต้นทุนน้ำมันที่กลับสู่ภาวะปกติและการลดการแทรกแซงของภาครัฐสรุปภาพรวมการลงทุน
แม้ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะออกมา น่าผิดหวังและขาดทุนหนัก แต่ปัจจัยลบดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเรื่องของสต็อกน้ำมันและรายการทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสด สำหรับภาพรวมปี 2569 KSS ยังคงประมาณการกำไรปกติไว้ที่ 9,039 ล้านบาท โดยมองว่า OR มีความแข็งแกร่งในธุรกิจ Lifestyle ที่เติบโตได้ดี 6-7% ต่อปี และการฟื้นตัวของธุรกิจน้ำมันในครึ่งปีหลังจะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ผลประกอบการกลับมาโดดเด่นอีกครั้งในระยะยาวความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น