SEAOIL กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 45% รับผลกระทบราคาน้ำมันดิบโลกดิ่ง
รายได้-กำไรสุทธิลดลงตามราคาน้ำมันดิบโลก ขณะที่ปริมาณขายและกำไรขั้นต้นยังเติบโตได้ดี
บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAOIL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 85.54 ล้านบาท ลดลง 45.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันจะเพิ่มขึ้น แต่รายได้รวมหดตัว 26.11% จากราคาขายที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ SEAOIL ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 45.16% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้า เป็นปัจจัยหลัก โดยเฉพาะจากบริษัท แพน โอเรียนท์ เอ็นเนอยี่ (สยาม) ลิมิเต็ด ที่ลดลงถึง 61.85% ในไตรมาสนี้ และลดลง 49.07% ในงวด 6 เดือนแรก แม้ว่าธุรกิจน้ำมันหลักของบริษัทฯ จะมี กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 124.25% ในไตรมาส 2 และ 94.43% ในงวด 6 เดือน อันเป็นผลมาจากปริมาณการจำหน่ายน้ำมันที่เพิ่มขึ้นและการบริหารอัตรากำไรที่ดีขึ้น
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้ามีสาเหตุโดยตรงมาจาก ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาน้ำมันดิบ Brent เฉลี่ยในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 78 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 31% จากปีก่อนที่เฉลี่ย 113 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และลดลงเฉลี่ย 25.23% ในงวด 6 เดือนแรก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่บริษัทฯ ร่วมลงทุนอยู่
ในทางกลับกัน กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจน้ำมันหลัก เกิดจากการที่ ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโดยรวมเพิ่มขึ้น ถึง 12% ในไตรมาส 2 และ 14.25% ในงวด 6 เดือนแรก จากการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าส่งออกทางบก และกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าคือราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งมีความผันผวนสูงและยากต่อการคาดการณ์ในระยะสั้น แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง แต่ไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะปรับตัวขึ้นหรือลงในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มการบริหารอัตรากำไรที่ดีขึ้นของธุรกิจน้ำมันหลัก มีโอกาสที่จะสนับสนุนการเติบโตของกำไรขั้นต้นได้อย่างต่อเนื่อง หากสามารถรักษาปริมาณการขายและส่วนต่างราคาได้
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/66 อยู่ที่ 85.54 ล้านบาท ลดลง 45.16% YoY และงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ 183.47 ล้านบาท ลดลง 29.24% YoY
- รายได้จากการขายและบริการ Q2/66 อยู่ที่ 4,475.86 ล้านบาท ลดลง 26.11% YoY และงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ 9,139.15 ล้านบาท ลดลง 12.45% YoY
- กำไรขั้นต้น Q2/66 เพิ่มขึ้น 124.25% YoY เป็น 127.69 ล้านบาท และงวด 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 94.43% YoY เป็น 250.52 ล้านบาท
- ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้า Q2/66 ลดลง 61.85% YoY อยู่ที่ 57.49 ล้านบาท และงวด 6 เดือนแรก ลดลง 49.07% YoY อยู่ที่ 128.23 ล้านบาท
- ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโดยรวมเพิ่มขึ้น 12% ใน Q2/66 และ 14.25% ในงวด 6 เดือนแรก
- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 17.40% ใน Q2/66 และ 7.55% ในงวด 6 เดือนแรก
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 85.54 ล้านบาท ลดลง 45.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 4,475.86 ล้านบาท ลดลง 26.11% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ในการจำหน่ายน้ำมันของกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโดยรวมเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แม้รายได้รวมจะลดลง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 124.25% เป็น 127.69 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าส่งออกทางบก ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 17.40% จากการลดลงของค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้า ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 61.85% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบ Brent เฉลี่ยในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 31% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมของบริษัทฯ ลดลง
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 183.47 ล้านบาท ลดลง 29.24% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้รวม 9,139.15 ล้านบาท ลดลง 12.45% แม้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันจะเพิ่มขึ้น 14.25% แต่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ลดลง กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 94.43% จากปริมาณการจำหน่ายที่สูงขึ้นและอัตรากำไรที่ดีขึ้น แต่ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าลดลง 49.07%
โอกาส
- การเติบโตของปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน: การที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายตลาดและฐานลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และกำไรในระยะยาว
- การบริหารอัตรากำไรขั้นต้น: การที่บริษัทฯ สามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ แม้ราคาน้ำมันจะลดลง บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าส่งออกทางบก และลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
- การควบคุมค่าใช้จ่าย: การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก: เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้า และอาจส่งผลต่อรายได้จากการขายน้ำมัน หากราคามีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
- การพึ่งพิงส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้า: การที่ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้ามีสัดส่วนสำคัญต่อกำไรโดยรวม ทำให้ผลประกอบการของบริษัทฯ มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก
- การแข่งขันในอุตสาหกรรมน้ำมัน: แม้จะมีการขยายตลาด แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาด
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก: จะส่งผลโดยตรงต่อส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้า
- ปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน: การเติบโตต่อเนื่องของปริมาณการขายจะเป็นปัจจัยสำคัญในการชดเชยผลกระทบจากราคา
- อัตรากำไรขั้นต้น: ความสามารถในการรักษาหรือเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจน้ำมัน
- การบริหารจัดการต้นทุน: การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพ
- แผนการลงทุนหรือโครงการใหม่ๆ: หากมี จะเป็นสัญญาณของการเติบโตในอนาคต
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในไตรมาส 2 ปี 2566 SEAOIL เผชิญกับแรงกดดันจาก ราคา commodity (น้ำมันดิบ) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้า ที่ลดลงถึง 61.85% YoY จากราคา Brent เฉลี่ยที่ลดลง 31% YoY อย่างไรก็ตาม ปริมาณขาย ในธุรกิจน้ำมันหลักยังคงเติบโตได้ดี โดยปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโดยรวมเพิ่มขึ้น 12% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงผลประกอบการ
แม้รายได้จากการขายจะลดลง 26.11% YoY เนื่องจากราคาขายที่ลดลง แต่ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) กลับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 124.25% YoY สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ดีขึ้นในธุรกิจน้ำมัน โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าส่งออกทางบก และการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศที่ทำให้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น
ต้นทุนต่อหน่วย ไม่ได้ถูกกล่าวถึงโดยตรง แต่การที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นสวนทางกับรายได้ที่ลดลง บ่งชี้ว่าบริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนได้ดี หรือมีอำนาจในการตั้งราคาขายได้ดีขึ้นในบางกลุ่มลูกค้า
กำลังการผลิต หรือกำลังการให้บริการไม่ได้ถูกระบุในเอกสาร แต่การที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการลงทุน ไม่ได้มีการกล่าวถึงในเอกสาร MD&A ฉบับนี้
กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม ไม่ได้ถูกกล่าวถึงในเอกสาร MD&A ฉบับนี้
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,353.80 ล้านบาท ลดลง 5.90% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของสินทรัพย์หมุนเวียน (ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น)
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,057.50 ล้านบาท ลดลง 26.71% จากสิ้นปี 2565 จากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ยืมระยะสั้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 2,296.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.25% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยจากการเพิ่มทุนหุ้นสามัญ และกำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวดที่เพิ่มขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 0.46 เท่า (หนี้สิน 1,057.50 ล้านบาท / ส่วนของผู้ถือหุ้น 2,296.30 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน, การลงทุน, และการจัดหาเงิน ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดในเอกสาร MD&A ฉบับนี้
สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ SEAOIL ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการเผชิญกับ แรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ลดลง ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจน้ำมันหลักจะสามารถ เพิ่มปริมาณการขายและอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่โอกาสในการเติบโตยังคงมาจากศักยภาพในการขยายตลาดและบริหารจัดการต้นทุนของธุรกิจน้ำมัน ซึ่งต้องจับตาดูแนวโน้มราคาน้ำมันและปริมาณการขายในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด