เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
แพทย์รังสิตฯ (PRGH) Q2/66 กำไรวูบ 68% รายได้หด 11% รับผลกระทบโควิดซาลง
ข่าวสาร

แพทย์รังสิตฯ (PRGH) Q2/66 กำไรวูบ 68% รายได้หด 11% รับผลกระทบโควิดซาลง

SABINA P/E 13.36 YIELD 7.47
8 วัน 03:21 น. 0 ความเห็น

รายได้โรงพยาบาลลดลง 11% หลังรายได้โควิดหาย ขณะที่ลูกค้า Non-Covid เติบโต 13.89%

บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PRGH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลรวม 487.79 ล้านบาท ลดลง 11.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ซึ่งเป็นผลจากการที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการเติบโตของรายได้จากกลุ่มลูกค้า Non-Covid เพิ่มขึ้นถึง 13.89%

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ PRGH ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมของบริษัทฯ โดยรายได้จากการให้บริการโควิด-19 ลดลงจาก 128.19 ล้านบาทในปีก่อน เหลือเพียง 9.93 ล้านบาทในไตรมาสนี้ คิดเป็นการลดลงถึง 92.24% ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลงถึง 68.79% จาก 100.38 ล้านบาท เหลือ 31.36 ล้านบาท

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การลดลงของรายได้จากการให้บริการโควิด-19 เกิดขึ้นตามธรรมชาติของการสิ้นสุดการระบาดใหญ่ และการที่โรคโควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่น ทำให้ความต้องการบริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ลดลงอย่างมาก แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการเติบโตของรายได้จากกลุ่มลูกค้า Non-Covid ถึง 13.89% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่การเติบโตดังกล่าวไม่สามารถชดเชยการหายไปของรายได้ก้อนใหญ่จากโควิด-19 ได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลกลับปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.37% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขึ้นเงินเดือนประจำปีตามปกติของบุคลากรทางการแพทย์และพนักงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนต่อรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลสูงขึ้นจาก 65.75% เป็น 77.86% ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมาก

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ลักษณะครั้งคราว โดยมีแนวโน้มที่จะไม่ต่อเนื่องในลักษณะเดิม การลดลงของรายได้จากโควิด-19 เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นครั้งเดียวและเป็นผลจากสถานการณ์ภายนอกที่คลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากกลุ่มลูกค้า Non-Covid ที่ 13.89% และการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยนอก (OPD) สะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจโรงพยาบาลในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 ซึ่งมีโอกาสที่จะเติบโตต่อเนื่องได้ในอนาคต แต่การจะกลับไปมีรายได้ในระดับเดียวกับช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 นั้นเป็นไปได้ยาก

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวมลดลง 11.01%: จาก 548.16 ล้านบาทใน Q2/65 เป็น 487.79 ล้านบาทใน Q2/66
  • กำไรสุทธิลดลง 68.79%: จาก 100.38 ล้านบาทใน Q2/65 เป็น 31.36 ล้านบาทใน Q2/66
  • รายได้โควิด-19 หายไปเกือบทั้งหมด: ลดลงจาก 128.19 ล้านบาท เหลือ 9.93 ล้านบาท
  • รายได้ Non-Covid เติบโต 13.89%: แสดงถึงการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก
  • ต้นทุนดำเนินงานสูงขึ้น: ต้นทุนการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 5.37% โดยเฉพาะค่าตอบแทนบุคลากร
  • ค่าใช้จ่าย IPO กระทบกำไร: ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 5.55 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการ IPO

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PRGH มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลรวม 487.79 ล้านบาท ลดลง 11.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีรายได้ 548.16 ล้านบาท การลดลงนี้เป็นผลหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 จาก 128.19 ล้านบาท เหลือเพียง 9.93 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากกลุ่มลูกค้า Non-Covid เติบโตได้ดีถึง 13.89% โดยเฉพาะรายได้จากกลุ่มลูกค้าทั่วไปและลูกค้าคู่สัญญาที่เพิ่มขึ้น

ในด้านต้นทุน บริษัทฯ มีต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 5.37% เป็น 379.77 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขึ้นเงินเดือนประจำปีตามปกติของบุคลากรทางการแพทย์และพนักงาน ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นจาก 65.75% เป็น 77.86% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 5.55 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ปี 2566 ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลงอย่างมากถึง 68.79% จาก 100.38 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 31.36 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 6.43%

โอกาส

  • การเติบโตของลูกค้า Non-Covid: การที่รายได้จากกลุ่มลูกค้าทั่วไปและลูกค้าคู่สัญญาเติบโต 11.62% และ 15.15% ตามลำดับ บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของความต้องการบริการทางการแพทย์ที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19
  • จำนวนผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น: อัตราการเข้ารับบริการผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นจาก 57.94% เป็น 63.96% เป็นสัญญาณที่ดีของการกลับมาใช้บริการของประชาชนทั่วไป
  • การขยายฐานผู้ประกันตน: การที่โรงพยาบาลได้รับเปิดรับจำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2566 จะช่วยเพิ่มรายได้จากโครงการประกันสังคมในอนาคต
  • การเพิ่มขึ้นของอัตราครองเตียง: อัตราการครองเตียงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 79.83% เป็น 80.89% โดยเฉพาะจากการเข้ารับบริการของผู้ป่วยเด็ก

ความเสี่ยง

  • การพึ่งพารายได้จากโควิด-19 ในอดีต: การที่รายได้ส่วนใหญ่ในอดีตมาจากโควิด-19 ทำให้บริษัทฯ มีความเปราะบางเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล: อุตสาหกรรมโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน
  • ต้นทุนบุคลากรที่เพิ่มขึ้น: ค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์และพนักงานเป็นต้นทุนหลักที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โรคระบาด: แม้โควิด-19 จะคลี่คลาย แต่ยังมีความเสี่ยงจากการเกิดโรคระบาดใหม่ๆ ในอนาคต

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มรายได้ Non-Covid: การเติบโตของรายได้จากกลุ่มลูกค้าทั่วไปและคู่สัญญาจะสามารถชดเชยรายได้โควิด-19 ที่หายไปได้หรือไม่
  • การบริหารจัดการต้นทุน: บริษัทฯ จะสามารถควบคุมต้นทุนการประกอบกิจการโรงพยาบาล โดยเฉพาะค่าตอบแทนบุคลากร ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด
  • ผลกระทบจากค่าใช้จ่าย IPO: ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการ IPO จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้นอย่างไร
  • การขยายฐานลูกค้าโครงการสวัสดิการภาครัฐ: การฟื้นตัวของรายได้จากโครงการประกันสังคมและโครงการอื่นๆ ของภาครัฐ
  • อัตราการครองเตียงและผู้ป่วยนอก: แนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของอัตราการใช้บริการ

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)

ในบริบทของธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในแง่ของการให้บริการที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน การวิเคราะห์ผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2566 ของ PRGH ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ที่สำคัญ

  • Volume/SSS (Same-Store Sales): แม้จะไม่มีการระบุ SSS โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้ารับบริการผู้ป่วยนอก (OPD) จาก 57.94% เป็น 63.96% และการเพิ่มขึ้นของอัตราครองเตียงจาก 79.83% เป็น 80.89% บ่งชี้ถึงปริมาณการใช้บริการที่เพิ่มขึ้น (Volume) โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้า Non-Covid
  • Market Share: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Market Share โดยตรง
  • ราคาขาย: ไม่มีการระบุการเปลี่ยนแปลงราคาขาย แต่การเติบโตของรายได้จากลูกค้า Non-Covid อาจสะท้อนถึงการปรับราคาหรือการเพิ่มบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น
  • ต้นทุนวัตถุดิบ: ในธุรกิจโรงพยาบาล ต้นทุนวัตถุดิบหลักคือ ยาและเวชภัณฑ์ ซึ่งมีการลดลงเล็กน้อยในส่วนของค่ายาและวัสดุทางการแพทย์ (จาก 115.24 ล้านบาท เป็น 111.62 ล้านบาท) แต่ต้นทุนรวมในการประกอบกิจการโรงพยาบาลยังคงเพิ่มขึ้นเนื่องจากค่าตอบแทนบุคลากร
  • ค่าใช้จ่ายการตลาด: ไม่มีการระบุค่าใช้จ่ายการตลาดโดยตรง แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการ IPO อาจรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างการรับรู้
  • ช่องทาง Modern Trade/Online: ไม่มีการระบุข้อมูลช่องทางการขายที่ชัดเจนสำหรับธุรกิจโรงพยาบาล

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,472.28 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หลักคือ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (807.83 ล้านบาท) และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (183.34 ล้านบาท)

หนี้สินรวมอยู่ที่ 800.86 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น (437.41 ล้านบาท) และเงินกู้ยืมระยะยาว (289.55 ล้านบาท) เป็นส่วนประกอบหลัก

ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 671.42 ล้านบาท ทำให้มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.19 เท่า

อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ 11.49% และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 25.20% ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง

ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 89.16 วัน ซึ่งค่อนข้างนาน บ่งชี้ถึงการเรียกเก็บเงินจากลูกค้าที่อาจล่าช้า โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าโครงการสวัสดิการภาครัฐ

หมายเหตุสำคัญ: งบแสดงฐานะการเงินยังไม่รวมเงินที่ได้รับจากการ IPO จำนวน 1,134.00 ล้านบาท ซึ่งหากรวมเข้ามา จะส่งผลให้ฐานะการเงินของบริษัทฯ แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก

สรุปท้าย

หัวใจสำคัญของผลประกอบการ PRGH ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการลดลงของรายได้จากการให้บริการโควิด-19 ที่หายไปเกือบทั้งหมด ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีสัญญาณบวกจากการเติบโตของรายได้จากลูกค้า Non-Covid และการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยนอก แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนบุคลากรและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ IPO ก็เป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของรายได้หลักที่ไม่ใช่โควิด-19 และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ ในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น