เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
RABBIT Q2/2566 ขาดทุนสุทธิพุ่ง 1,822 ล้านบาท รับผลขาดทุน SINGER-ส่วนแบ่งขาดทุนร่วมค้า
ข่าวสาร

RABBIT Q2/2566 ขาดทุนสุทธิพุ่ง 1,822 ล้านบาท รับผลขาดทุน SINGER-ส่วนแบ่งขาดทุนร่วมค้า

RABBIT P/E 8.50 YIELD 0.00
เมื่อวาน 01:56 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมหด 32.2% YoY หลังขายธุรกิจโรงแรมยุโรป-ประกันภัยวูบ แต่ได้กำไร FX หนุน

บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 1,822 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 563 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (SINGER) และการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในร่วมค้าและบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้รวมปรับตัวลดลง 32.2% มาอยู่ที่ 1,599 ล้านบาท

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ RABBIT ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก การรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (SINGER) จำนวน 1,554 ล้านบาท ประกอบกับ ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก จาก 65 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 658 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจาก SINGER จำนวน 583 ล้านบาท

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การด้อยค่าเงินลงทุนใน SINGER เกิดขึ้นจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัทที่ลดลง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการของ RABBIT ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ส่วนการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากร่วมค้าและบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการดำเนินงานของบริษัทร่วมเหล่านั้นที่ประสบภาวะขาดทุน โดยเฉพาะ SINGER ที่มีผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ยังมีส่วนแบ่งขาดทุนจากโครงการร่วมทุนกับแสนสิริอีกเล็กน้อย

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ลักษณะครั้งคราว โดยผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนใน SINGER เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในร่วมค้าและบริษัทร่วมนั้น ยังมีความไม่แน่นอนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมเหล่านั้น ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม

Highlight สำคัญ

  • ขาดทุนสุทธิ 1,822 ล้านบาท: เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้า (ขาดทุน 563 ล้านบาท)
  • รายได้รวมลดลง 32.2% YoY: อยู่ที่ 1,599 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการขายหุ้นโรงแรมในยุโรป, การลดลงของเบี้ยประกันภัยรับ และรายได้อื่น
  • บันทึกขาดทุนด้อยค่า SINGER 1,554 ล้านบาท: เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
  • ส่วนแบ่งขาดทุนจากร่วมค้าและบริษัทร่วมพุ่ง: เป็น 658 ล้านบาท จาก 65 ล้านบาทในปีก่อน
  • ธุรกิจบริการทางการเงินเริ่มมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น: อยู่ที่ 11.9% ของรายได้รวม
  • โครงการ The Unicorn เปิดให้บริการ: สร้างรายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 137.4% YoY

ภาพรวมผลประกอบการ

บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 1,822 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 563 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2565 คิดเป็นการขาดทุนที่เพิ่มขึ้น 1,259 ล้านบาท หรือ 223.6% (หากไม่รวมรายการพิเศษ อาจต้องพิจารณาตัวเลขอื่นประกอบ) โดยมีรายได้รวม 1,599 ล้านบาท ลดลง 32.2% จาก 2,360 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 74.1% เป็น 2,501 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนใน SINGER

โอกาส

  • การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจบริการทางการเงิน: บริษัทฯ ดำเนินการตามแผนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจบริการทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้จากธุรกิจนี้เริ่มมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น และได้เข้าลงทุนในบริษัท บริหารสินทรัพย์ไพร์มโซน จำกัด เพื่อขยายธุรกิจ
  • โครงการ The Unicorn เปิดให้บริการ: โครงการมิกซ์ยูสที่เชื่อมต่อ BTS พญาไท ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ และได้รับผลตอบรับที่ดีเกินคาด โดยเฉพาะโรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท ที่มีอัตราเข้าพักสูง และมีการเปิดตัวบริการใหม่ Unicorn HOP
  • การลงทุนในธุรกิจบริหารสินทรัพย์: การลงทุนในบริษัท บริหารสินทรัพย์ไพร์มโซน จำกัด จะช่วยขยายฐานรายได้และกลุ่มลูกค้าใหม่
  • การพัฒนาอย่างยั่งยืน: บริษัทฯ ได้รับรางวัลแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (CAC) เป็นปีที่สองติดต่อกัน และโครงการ The Unicorn ได้รับมาตรฐานอาคารสีเขียว LEED Gold Certification

ความเสี่ยง

  • ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม: การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก SINGER และบริษัทร่วมอื่นๆ เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ
  • ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศ: ยังคงเป็นความท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจ
  • การขายสินทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์: บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการขายสินทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต
  • การเปลี่ยนแปลงประเภทสัญญาประกันภัย: การจัดประเภทสัญญาเป็นสัญญาลงทุนส่งผลให้ไม่รับรู้รายได้เบี้ยประกันภัยในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • ผลการดำเนินงานของ SINGER: การฟื้นตัวหรือการปรับโครงสร้างของ SINGER จะส่งผลโดยตรงต่อ RABBIT
  • ความคืบหน้าการลงทุนในธุรกิจบริหารสินทรัพย์: การบรรลุผลการลงทุนทั้งหมดในบริษัท บริหารสินทรัพย์ไพร์มโซน จำกัด
  • รายได้จากโครงการ The Unicorn: การเติบโตของรายได้ค่าเช่าและอัตราการเข้าพักของโรงแรม
  • การปรับโครงสร้างธุรกิจ: ความคืบหน้าในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจบริการทางการเงิน และการขายสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์
  • อัตราแลกเปลี่ยน: กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนมีส่วนช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงในไตรมาสนี้

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

  • รายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลง 43.7% YoY: อยู่ที่ 712 ล้านบาท โดยหลักมาจากการลดลงของรายได้ธุรกิจโรงแรม (326 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลจากการขายหุ้นโรงแรมในยุโรป และการขายเงินลงทุนใน AHS ทำให้จำนวนห้องพักที่เปิดดำเนินการลดลงอย่างมาก แม้ว่าโครงการ The Unicorn จะเปิดให้บริการและเพิ่มห้องพักเข้ามาบางส่วน
  • รายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าเพิ่มขึ้น 137.4% YoY: อยู่ที่ 287 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ค่าเช่าโรงแรมที่ยุโรปเพิ่มเติม และการเปิดให้บริการพื้นที่สำนักงานในโครงการ The Unicorn ซึ่งมีพื้นที่ให้เช่าสุทธิเพิ่มขึ้น 21,220 ตารางเมตร อย่างไรก็ตาม อัตราการเช่าพื้นที่สำนักงานลดลงจาก 88.4% เป็น 53.3%
  • รายได้ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ลดลง 49.3% YoY: อยู่ที่ 35 ล้านบาท จากการรับรู้ค่าบริหารจัดการโครงการใหม่ลดลงหลังการขายกิจการร่วมค้ากับโนเบิล
  • Backlog โครงการร่วมทุนกับแสนสิริ: มีจำนวน 1,676 ล้านบาท คาดการณ์รายได้ระหว่างปี 2566-2569

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • สินทรัพย์รวมลดลง 7.9%: อยู่ที่ 63,359 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 โดยหลักมาจากการลดลงของสินทรัพย์ทางการเงิน และเงินลงทุนในบริษัทร่วม (SINGER)
  • หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.7%: อยู่ที่ 27,969 ล้านบาท โดยมีหนี้สินจากสัญญาลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจากการขายเบี้ยประกันภัยชำระครั้งเดียว
  • ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 13.7%: อยู่ที่ 35,390 ล้านบาท จากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน และการรับรู้ผลขาดทุนสะสม
  • อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 0.51 เท่า: เพิ่มขึ้นจาก 0.45 เท่า ณ สิ้นปี 2565
  • กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวก: จำนวน 1,270 ล้านบาท
  • กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน: จำนวน 71 ล้านบาท โดยมีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
  • กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน: จำนวน 532 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว

สรุปท้าย

RABBIT ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนใน SINGER และส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ารายได้รวมจะลดลงจากการขายสินทรัพย์โรงแรมและธุรกิจประกันภัย แต่ก็ได้รับผลดีจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและการเปิดโครงการ The Unicorn ที่ช่วยหนุนรายได้ค่าเช่า อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจบริการทางการเงินยังคงเป็นทิศทางหลักที่บริษัทฯ มุ่งมั่นเดินหน้าต่อไป โดยต้องจับตาการฟื้นตัวของ SINGER และการบริหารจัดการความเสี่ยงจากบริษัทร่วมอย่างใกล้ชิด

ยังไม่มีความคิดเห็น