เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PPPM พลิกขาดทุนลด 25% รับอาหารกุ้งจีนฟื้น-ต้นทุนการเงินหด
ข่าวสาร

PPPM พลิกขาดทุนลด 25% รับอาหารกุ้งจีนฟื้น-ต้นทุนการเงินหด

PPPM P/E -100.00 YIELD 0.00
2 อาทิตย์ 00:51 น. 0 ความเห็น

รายได้อาหารกุ้งพุ่ง 221% หนุนภาพรวมโต 55% ขณะต้นทุนการเงินลดฮวบ 80%

บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) หรือ PPPM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 25.66% มาอยู่ที่ 46.45 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 62.48 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 374.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.08% ซึ่งเป็นผลมาจากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PPPM ในไตรมาส 2 ปี 2566 ดีขึ้น คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ โดยเฉพาะการส่งออกกุ้งไปยังประเทศจีน และการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนทางการเงิน

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ: รายได้จากธุรกิจนี้พุ่งสูงถึง 277.73 ล้านบาท หรือเติบโต 221.19% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการที่จีนเปิดประเทศ ทำให้มีความต้องการสั่งซื้อกุ้ง ทั้งกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง และสินค้าใหม่ เช่น กุ้งก้ามกรามมีชีวิต เพื่อการบริโภค ส่งผลให้เกษตรกรไทยเพิ่มปริมาณการเลี้ยงกุ้งเพื่อรองรับคำสั่งซื้อดังกล่าว
  • ต้นทุนทางการเงิน: ลดลงถึง 80.19% หรือ 13.44 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทได้มีการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และไถ่ถอนหุ้นกู้บางส่วนก่อนครบกำหนด

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่องในธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก การเปิดประเทศของจีนและการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อกุ้งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ ซึ่งอาจส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์อุตสาหกรรมกุ้งโดยรวมยังมีความท้าทายจากราคาผลผลิตที่ลดลงและการชะลอการปล่อยลูกกุ้งของเกษตรกรเพื่อควบคุมปริมาณผลผลิตให้สมดุลกับความต้องการส่งออก ส่วนการลดลงของต้นทุนทางการเงินนั้น เป็นผลจากการบริหารจัดการหนี้สิน ซึ่งหากบริษัทไม่มีการก่อหนี้เพิ่ม ก็จะส่งผลดีต่อต้นทุนทางการเงินในระยะต่อไป

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวม 374.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.08% YoY
  • ขาดทุนสุทธิลดลง 25.66% YoY เหลือ 46.45 ล้านบาท
  • ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำโตแรง 221.19% YoY รับอานิสงส์จีนเปิดประเทศ
  • ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงหดตัว 35.43% YoY จากคำสั่งซื้อชะลอตัว
  • ต้นทุนทางการเงินลดลง 80.19% YoY จากการชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้

ภาพรวมผลประกอบการ

บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายรวม 374.91 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้น 55.08% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ 277.73 ล้านบาท (สัดส่วน 74.08%) และรายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 97.18 ล้านบาท (สัดส่วน 25.92%) อย่างไรก็ตาม บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิรวม 46.45 ล้านบาท ลดลง 25.66% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของค่าเผื่อผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของลูกหนี้และต้นทุนทางการเงิน

โอกาส

  • การฟื้นตัวของตลาดจีน: การเปิดประเทศจีนส่งผลให้ความต้องการกุ้งเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจอาหารสัตว์น้ำของบริษัท
  • การขยายตัวของสินค้าใหม่: การมีสินค้ากลุ่มใหม่ เช่น กุ้งก้ามกรามมีชีวิต เพื่อการบริโภค ช่วยเพิ่มทางเลือกและโอกาสในการขาย
  • การบริหารจัดการหนี้สิน: การลดต้นทุนทางการเงินจากการชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้ ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มความสามารถในการทำกำไร

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: ต้นทุนขายส่วนใหญ่มาจากวัตถุดิบ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากราคาตลาดโลก
  • สถานการณ์อุตสาหกรรมกุ้ง: แม้ตลาดจีนจะฟื้นตัว แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมกุ้งยังมีความเสี่ยงจากราคาผลผลิตที่ลดลง และการชะลอการเลี้ยงของเกษตรกร
  • การชะลอตัวของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง: สถานการณ์อาหารสัตว์เลี้ยงยังคงชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2565
  • ประเด็นทางกฎหมาย: บริษัทยังมีประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในโครงการต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินและผลประกอบการในอนาคต

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มคำสั่งซื้อกุ้งจากตลาดจีน และผลกระทบต่อปริมาณการเลี้ยงของเกษตรกรไทย
  • การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เลี้ยง
  • ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในโครงการต่างๆ
  • ทิศทางของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง และการปรับตัวของบริษัทเพื่อรับมือกับภาวะชะลอตัว
  • การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงินของบริษัท

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)

  • ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ: รายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด 221.19% YoY มาอยู่ที่ 277.73 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อกุ้งจากจีน ทั้งกุ้งสดและกุ้งก้ามกรามมีชีวิต ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรไทยเพิ่มปริมาณการเลี้ยง
  • ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง: รายได้ลดลง 35.43% YoY มาอยู่ที่ 97.18 ล้านบาท เนื่องจากคำสั่งซื้อชะลอตัวตั้งแต่ปลายปี 2565
  • ต้นทุนขาย: เพิ่มขึ้น 51.49% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยต้นทุนอาหารสัตว์น้ำ 261.16 ล้านบาท และอาหารสัตว์เลี้ยง 93.15 ล้านบาท
  • กำไรขั้นต้น: เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,457.04% YoY มาอยู่ที่ 19.27 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: เพิ่มขึ้น 49.20% YoY มาอยู่ที่ 62.53 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการขาย
  • ขาดทุนอื่น-สุทธิ: เพิ่มขึ้น 110.81% YoY มาอยู่ที่ 1.25 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยน
  • สถานการณ์อุตสาหกรรมกุ้ง: ผลผลิตกุ้งทะเลเพิ่มขึ้น แต่ราคากุ้งทะเลในประเทศลดลง ประกอบกับปริมาณการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และญี่ปุ่นลดลง เกษตรกรคาดว่าจะชะลอการปล่อยลูกกุ้งใหม่
  • สถานการณ์อุตสาหกรรมปลา: คาดว่าผลผลิตลดลงจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แต่ราคาผลผลิตบางชนิดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภาพรวมการเลี้ยงและราคาปลาในปี 2566 คาดว่าจะดีกว่าปี 2565
  • สถานการณ์อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง: มูลค่าอาหารสัตว์เลี้ยงเริ่มชะลอตัวตั้งแต่ปลายปี 2565 แต่คาดว่าจะกลับมาดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2566 โดยอาหารแมวมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าอาหารสุนัข การส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงขยายตัวในตลาดหลัก เช่น ฟิลิปปินส์ กัมพูชา เมียนมา และเปรู

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • สินทรัพย์รวม: 1,431.42 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.02% จากสิ้นปี 2565
  • หนี้สินรวม: 830.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.63% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่เกิดจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืม
  • ส่วนของผู้ถือหุ้น: 600.56 ล้านบาท ลดลง 0.92% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มทุนและการขาดทุนจากการดำเนินงาน
  • อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio): อยู่ที่ 1.38 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.36 เท่า ณ สิ้นปี 2565
  • กระแสเงินสด: กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 93.73 ล้านบาท กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 49.87 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 5.37 ล้านบาท อยู่ที่ 39.95 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส

สรุปท้าย

PPPM ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีหัวใจกำไรมาจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำที่ได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศจีน ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ สถานการณ์อุตสาหกรรมกุ้ง และประเด็นทางกฎหมายที่ยังคงอยู่ เป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินงานในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น