PLANB กำไร Q2/2566 พุ่ง 35.4% รับแรงหนุนรายได้สื่อโฆษณานอกบ้าน-การตลาดมีส่วนร่วม
รายได้-กำไรโตแกร่ง YoY จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจ-กิจกรรมรับรู้รายได้เอเชียนเกมส์
บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 227 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 2,015 ล้านบาท เติบโต 23.8% YoY ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและการกลับมาจัดกิจกรรมต่างๆ ได้เต็มรูปแบบ ส่งผลดีต่อธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยและธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PLANB ในไตรมาส 2/2566 คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 23.8% YoY ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 35.4% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากทั้งธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย และธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- ธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย (OOH) สร้างรายได้ 1,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.3% YoY โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณากลับมาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสื่อดิจิทัล สื่อในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และสนามบิน อัตราการใช้สื่อโฆษณา (Utilization Rate) ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 72.1% จาก 57.3% ในปีก่อน
- ธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) สร้างรายได้ 395 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของธุรกิจสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งที่กลับมาคึกคัก และการเริ่มรับรู้รายได้จากการบริหารสิทธิทางการตลาดสำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ณ เมืองหางโจว จากกิจกรรม "100 Days Countdown" จำนวน 54 ล้านบาท
- อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 29.8% จาก 28.3% ในปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนการขายและการบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)
- การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยอัตรา SG&A to sales อยู่ที่ 13.1% ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายบริหารคาดการณ์รายได้จากการขายและการให้บริการปี 2566 ที่ 7,700 – 8,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง ประกอบกับการใช้จ่ายภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และการเลื่อนเบิกจ่ายวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากนี้ การลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตสื่อโฆษณาในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะสื่อดิจิทัลและสื่อในสนามบิน รวมถึงการกลับมาจัดกิจกรรมต่างๆ ได้เต็มรูปแบบของธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2566 เติบโต 35.4% YoY แตะ 227 ล้านบาท
- รายได้รวม Q2/2566 เติบโต 23.8% YoY แตะ 2,015 ล้านบาท
- ธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย (OOH) รายได้โต 24.3% YoY จาก Utilization Rate ที่สูงขึ้น
- ธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม รายได้โต 22.2% YoY จากสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งและรายได้เอเชียนเกมส์
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับขึ้นเป็น 29.8% จาก 28.3% YoY
- ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปี 2566 เป็น 7,700-8,000 ล้านบาท
ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 2,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น 24.3% YoY และธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้น 22.2% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 227 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.4% YoY อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 29.8% และบริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ (SG&A to sales) ได้ที่ 13.1%
สำหรับงวดหกเดือนปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 3,744 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.0% YoY และมีกำไรสุทธิ 359 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.1% YoY
โอกาส
- การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและภาคการท่องเที่ยว: ส่งผลดีต่อเม็ดเงินโฆษณาและการจัดกิจกรรมต่างๆ
- การรับรู้รายได้จากมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์: เป็นปัจจัยบวกสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง
- การขยายตัวของสื่อดิจิทัลและสื่อในสนามบิน: เป็นสื่อที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
- การผนึกกำลัง (Synergy) หลังการควบรวมธุรกิจ: มุ่งเน้นการประหยัดต้นทุนเพื่อการเติบโตระยะยาว
- การกลับมาจัดกิจกรรมของ BNK48 และ CGM48 และกระแสตอบรับที่ดีของวง PROXIE: หนุนรายได้ธุรกิจอาร์ทติส เมเนจเม้นท์
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและการเมือง: อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน
- ภาระค่าครองชีพและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น: อาจกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
- การแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อโฆษณา: อาจส่งผลต่อราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: การปรับตัวให้ทันต่อเทรนด์ใหม่ๆ เป็นสิ่งสำคัญ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มเม็ดเงินโฆษณานอกบ้าน (OOH) ในช่วงครึ่งปีหลัง: โดยเฉพาะจากกลุ่ม Luxury brands
- ความคืบหน้าในการรับรู้รายได้จากกีฬาเอเชียนเกมส์: และผลกระทบต่อธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม
- การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย: เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ
- การลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตสื่อ: โดยเฉพาะสื่อดิจิทัลและสื่อในสนามบิน
- การดำเนินงานตามแผนการตลาด: สำหรับวงศิลปิน BNK48, CGM48 และ PROXIE
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- อัตราการใช้สื่อโฆษณา (Utilization Rate): เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 72.1% ใน Q2/2566 เทียบกับ 57.3% ใน Q2/2565 บ่งชี้ถึงความต้องการใช้สื่อที่เพิ่มขึ้น
- ความสามารถในการผลิตสื่อโฆษณา (Media Capacity): อยู่ที่ 2,247 ล้านบาทใน Q2/2566 ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่บริษัทมีแผนเพิ่มความสามารถในช่วงครึ่งปีหลัง
- ธุรกิจสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง: เติบโตโดดเด่น 80.9% YoY จากการกลับมาของกิจกรรมกีฬาต่างๆ และการจัดการแข่งขันมวยไทย RWS
- ธุรกิจอาร์ทติส เมเนจเม้นท์: มีรายได้ลดลง 44.8% YoY เนื่องจากไม่มีรายการพิเศษจากการเลือกตั้งศิลปิน BNK48 ในปีก่อน แต่คาดว่าจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง
- การรับรู้รายได้จากเอเชียนเกมส์: จำนวน 54 ล้านบาท เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่เริ่มรับรู้ใน Q2/2566
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 16,061 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและสินทรัพย์สิทธิการใช้เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,550 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและหนี้สินตามสัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 8,511 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากสิ้นปี 2565 จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
สรุปท้าย
PLANB โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 35.4% YoY จากการฟื้นตัวของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะสื่อโฆษณานอกบ้านและธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกีฬา ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่แนวโน้มรายได้ที่ปรับเพิ่มขึ้นและการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในสื่อดิจิทัลและกีฬา ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท.