เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NOVA กำไรสุทธิพุ่ง 68% รับอานิสงส์รายได้ไฟฟ้าโต-รับรู้กำไรพิเศษจากการรวมธุรกิจ
ข่าวสาร

NOVA กำไรสุทธิพุ่ง 68% รับอานิสงส์รายได้ไฟฟ้าโต-รับรู้กำไรพิเศษจากการรวมธุรกิจ

NOVA P/E -100.00 YIELD 0.00
2 อาทิตย์ 08:57 น. 0 ความเห็น

รายได้ไฟฟ้าพลังงานลมโตเด่น 75% หนุนกำไร 6 เดือนแรกปี 66 พุ่ง 68% ขณะที่กำไรพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจยังเป็นปัจจัยบวกสำคัญ

บริษัท โนวา เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOVA รายงานผลประกอบการสำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 มีกำไรสุทธิ 285.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 68% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายไฟฟ้า โดยเฉพาะจากธุรกิจพลังงานลมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการรับรู้กำไรพิเศษจากการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท วินชัย จำกัด ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NOVA ในงวดหกเดือนแรกปี 2566 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายไฟฟ้า โดยเฉพาะจากธุรกิจพลังงานลมที่เพิ่มขึ้นถึง 75% ควบคู่ไปกับการ รับรู้กำไรพิเศษจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนและกำไรจากการซื้อธุรกิจในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม ที่เกิดขึ้นในงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้นถึง 68% หรือ 115.57 ล้านบาท

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การเติบโตของรายได้ไฟฟ้าจากพลังงานลม เป็นผลมาจากการรวมงบการเงินของบริษัท วินชัย จำกัด (วินชัย) เข้ามาเป็นบริษัทย่อยเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 ทำให้รายได้ของวินชัยถูกรับรู้ในงบรวมทั้งหมด นอกจากนี้ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมยังได้รับปัจจัยหนุนจากธรรมชาติอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2565 ถึงต้นปี 2566 ประกอบกับ ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ย (Average Selling Price - ASP) ที่ปรับตัวสูงขึ้น 20% หรือ 1.27 บาทต่อหน่วย เป็น 7.49 บาทต่อหน่วย ยิ่งเสริมให้รายได้จากการขายไฟฟ้าจากพลังงานลมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในส่วนของ กำไรพิเศษ นั้น เกิดจากการที่ NOVA ได้ลงทุนในวินชัยเพิ่มเติม ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจนมีอำนาจควบคุม และเปลี่ยนสถานะการลงทุนจาก "บริษัทร่วม" เป็น "บริษัทย่อย" ซึ่งส่งผลให้เกิดการรับรู้ กำไรจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุน จำนวน 59.89 ล้านบาท ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 และ กำไรจากการซื้อธุรกิจในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม อีก 6.04 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งรายการเหล่านี้เป็นปัจจัยบวกที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (one-time) ในปีก่อน

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของรายได้ไฟฟ้าจากพลังงานลม เนื่องจากปัจจัยหนุนจากธรรมชาติและการรวมงบการเงินของวินชัยจะยังคงอยู่ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกจากกำไรพิเศษจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนและกำไรจากการซื้อธุรกิจในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมนั้น เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในปี 2565 จึงไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกในงวดถัดไป ทำให้การเปรียบเทียบกำไรสุทธิในงวด 6 เดือนหลังของปี 2566 กับปี 2565 อาจเห็นการชะลอตัวลงของอัตราการเติบโตหากไม่มีปัจจัยพิเศษอื่นเข้ามาเสริม

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 68% แตะ 285.08 ล้านบาท จาก 169.51 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 70% เป็น 538.14 ล้านบาท จาก 316.46 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากพลังงานลม
  • อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ปรับตัวดีขึ้น จาก 56% เป็น 71%
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 28% เหลือ 25.04 ล้านบาท จาก 34.83 ล้านบาท
  • อัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 0.73 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 1.41 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566
  • กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เป็น 568.45 ล้านบาท จาก 289.38 ล้านบาท

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายไฟฟ้า 538.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรวมผลการดำเนินงานของวินชัย และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมที่ได้รับปัจจัยหนุนจากธรรมชาติ ประกอบกับราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยที่สูงขึ้น 20% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 113% เป็น 381.33 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นจาก 56% เป็น 71%

อย่างไรก็ตาม ในงวดเดียวกันของปีก่อน กลุ่มบริษัทมีรายการพิเศษที่ส่งผลบวกต่อกำไรจำนวนมาก ได้แก่ กำไรจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุน 59.89 ล้านบาท และกำไรจากการซื้อธุรกิจในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม 6.04 ล้านบาท ซึ่งรายการเหล่านี้ไม่มีในงวดปัจจุบัน ทำให้เมื่อหักรายการพิเศษดังกล่าวออกไปแล้ว กำไรจากการดำเนินงานของงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ที่ 360.33 ล้านบาท ถือว่าเติบโตอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับกำไรจากการดำเนินงานของปีก่อนที่ 212.33 ล้านบาท (หากไม่รวมรายการพิเศษ)

ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 43% เป็น 75.23 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการรีไฟแนนซ์เงินกู้ยืมของวินชัย และการรับรู้สิทธิการใช้พื้นที่ตามมาตรฐานสัญญาเช่า ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 28% เป็น 25.04 ล้านบาท จากการลดลงของค่าธรรมเนียมที่ปรึกษา

ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 อยู่ที่ 285.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% จาก 169.51 ล้านบาทในปีก่อน และกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้น 112% เป็น 1.23 บาทต่อหุ้น จาก 0.58 บาทต่อหุ้น

โอกาส

  • การเติบโตของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน: การรวมวินชัยเข้ามาเป็นบริษัทย่อยเต็มรูปแบบ และการได้รับปัจจัยหนุนจากธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
  • การบริหารจัดการต้นทุน: การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
  • การปรับปรุงโครงสร้างทางการเงิน: การออกหุ้นกู้และการบริหารจัดการหนี้สินช่วยเสริมสภาพคล่องและปรับปรุงอัตราส่วนทางการเงิน

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของปัจจัยธรรมชาติ: การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและรายได้
  • ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย: ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการรีไฟแนนซ์และการกู้ยืม อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น
  • การเปรียบเทียบผลประกอบการ: การที่กำไรพิเศษในปีก่อนไม่มีในงวดปัจจุบัน อาจทำให้การเติบโตของกำไรสุทธิในงวดถัดไปดูชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับฐานที่สูง

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ย (ASP): การเปลี่ยนแปลงของราคาขายไฟฟ้าในอนาคต โดยเฉพาะจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์
  • ปริมาณการผลิตไฟฟ้า: การติดตามปัจจัยทางธรรมชาติที่มีผลต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์
  • ต้นทุนทางการเงิน: การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและภาระดอกเบี้ยจ่ายของกลุ่มบริษัท
  • การบริหารจัดการหนี้สิน: การชำระคืนเงินกู้ยืมและการออกหุ้นกู้ส่งผลต่อโครงสร้างหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน
  • การลงทุนในธุรกิจใหม่: หากมีแผนการลงทุนหรือการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมในอนาคต

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)

การผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า:

  • พลังงานลม: มีขนาดกำลังการผลิต 45.00 เมกะวัตต์ สร้างรายได้ 505.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% และมี GPM 73% เพิ่มขึ้นจาก 59% ในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการรวมงบการเงินของวินชัย และปัจจัยหนุนจากธรรมชาติ
  • พลังงานแสงอาทิตย์: มีขนาดกำลังการผลิต 7.825 เมกะวัตต์ สร้างรายได้ 32.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% และมี GPM 41% เพิ่มขึ้นจาก 36% ในปีก่อน
  • ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ย (ASP): สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 7.49 บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้น 20% หรือ 1.27 บาทต่อหน่วย เมื่อเทียบกับปีก่อน

การลงทุนในวินชัย:

  • NOVA ถือหุ้นในวินชัยรวม 75% หลังจากการเข้าทำรายการ Entire Business Transfer เมื่อปลายปี 2565
  • การเปลี่ยนสถานะการลงทุนจากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อย ส่งผลให้รับรู้กำไรพิเศษจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุน 59.89 ล้านบาท และกำไรจากการซื้อธุรกิจในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม 6.04 ล้านบาท ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565

สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย:

  • รับรู้กำไรสุทธิ 0.20 ล้านบาท จากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญา Interest Rate Swap

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • สินทรัพย์รวม: ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 5,870.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 39% เป็น 634.04 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ 400 ล้านบาท
  • หนี้สินรวม: ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 3,306.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 27% เป็น 451.06 ล้านบาท จากการจ่ายชำระค่าหุ้นสามัญงวดสุดท้าย
  • ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 2,563.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากสิ้นปี 2565 เป็นผลจากกำไรจากการดำเนินงาน
  • อัตราส่วนสภาพคล่อง: เพิ่มขึ้นเป็น 1.41 เท่า จาก 0.73 เท่า ณ สิ้นปี 2565
  • กระแสเงินสดดำเนินงาน: เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 568.45 ล้านบาท จาก 289.38 ล้านบาทในปีก่อน
  • กระแสเงินสดลงทุน: ใช้ไป 325.94 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายชำระค่าหุ้นวินชัย และการเพิ่มขึ้นของเงินฝากที่มีภาระค้ำประกัน
  • กระแสเงินสดจัดหาเงิน: มีเงินสดสุทธิ 87.96 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว และการจ่ายเงินปันผล

สรุปท้าย

NOVA โชว์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในงวดหกเดือนแรกปี 2566 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจพลังงานลมที่เติบโตโดดเด่นจากการรวมวินชัยและการสนับสนุนจากธรรมชาติ ประกอบกับราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้น แม้ว่ากำไรพิเศษจากปีก่อนจะไม่มีในงวดปัจจุบัน แต่การเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นของธุรกิจหลัก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขายไฟฟ้า ปัจจัยธรรมชาติ และต้นทุนทางการเงิน เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น