ALLY REIT รายได้ Q2/66 โต 9% รับธุรกิจฟื้นตัว - ค่าใช้จ่ายพุ่งกดดันกำไร
รายได้ ALLY REIT Q2/66 เติบโตต่อเนื่อง แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล (ALLY REIT) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติของผู้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้า อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมปรับตัวสูงขึ้น 15% ส่งผลให้รายได้จากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเพียง 1%
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ ALLY REIT ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนจากการเติบโตของรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ถูกหักล้างด้วย ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนค่าไฟฟ้า ค่าพลังงาน และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิเติบโตเพียง 1%
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก คือ การกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติของร้านค้าและผู้เช่าพื้นที่ หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในศูนย์การค้า ทำให้สามารถเพิ่มรายได้ค่าเช่าและค่าบริการได้
ในทางกลับกัน ต้นทุนที่สูงขึ้นมาจากหลายปัจจัย ได้แก่
- ต้นทุนค่าไฟฟ้าและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ตามแนวโน้มราคาพลังงานในตลาดโลก
- ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาระดอกเบี้ยเงินกู้ยืมของกองทรัสต์
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุนอย่างใกล้ชิด
ฝ่ายจัดการระบุว่าการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานเป็นผลมาจากการกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่คาดว่าจะดำเนินต่อไป
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและอัตราดอกเบี้ย มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูง หรืออาจปรับเพิ่มขึ้นได้อีกตามภาวะเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน ซึ่งอาจส่งผลกดดันต่ออัตรากำไรในระยะต่อไป
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม 429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY จากการฟื้นตัวของธุรกิจผู้เช่าพื้นที่
- ค่าใช้จ่ายรวม 268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนค่าไฟฟ้า พลังงาน และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
- รายได้จากการลงทุนสุทธิ 161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY
- อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 93.1% ทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- อัตราค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 610 บาทต่อตารางเมตร ลดลง 5% YoY
- สินทรัพย์รวม 13,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY
- หนี้สินรวม 5,048 ล้านบาท ลดลง 0.3% YoY
- อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 27%
- ประกาศจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.1700 บาทต่อหน่วย
ภาพรวมผลประกอบการ
ALLY REIT มีรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติของผู้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้า สำหรับภาพรวมครึ่งปีแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 32% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ภาพรวมค่าใช้จ่ายครึ่งปีแรกของปี 2566 อยู่ที่ 529 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน
รายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อนและช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมรายได้จากการลงทุนสุทธิสำหรับครึ่งปีแรกของปี 2566 ลดลง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
โอกาส
- การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน: เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในศูนย์การค้า
- การปรับปรุงโครงการค้าปลีกเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่: ฝ่ายจัดการมีแนวทางในการปรับปรุงโครงการค้าปลีกเก่าเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ทันสมัยและตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป
- ความร่วมมือระหว่างเจ้าของพื้นที่และผู้เช่า: มีแนวโน้มที่จะเห็นความร่วมมือใหม่ๆ เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงรูปแบบการเช่าและการบริหารจัดการพื้นที่
ความเสี่ยง
- ต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น: ต้นทุนค่าไฟฟ้า ค่าพลังงาน และต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของกองทรัสต์
- การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก: ตลาดพื้นที่ค้าปลีกมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะการเปิดโครงการใหม่และการขยายสาขาของผู้ประกอบการรายใหญ่ อาจส่งผลต่ออัตราการเช่าและค่าเช่า
- ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย: การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของกองทรัสต์เพิ่มสูงขึ้น
- ความท้าทายในการปรับตัวตามความคาดหวังของลูกค้า: การตอบสนองต่อความคาดหวังใหม่ๆ ของลูกค้า เช่น ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่หลากหลายและทันสมัย เป็นความท้าทายสำคัญ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มต้นทุนค่าไฟฟ้าและพลังงาน: การเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานจะมีผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
- ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย: การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของกองทรัสต์
- แผนการปรับปรุงและพัฒนาโครงการ: กลยุทธ์ในการปรับปรุงศูนย์การค้าเพื่อดึงดูดลูกค้าและเพิ่มรายได้
- การแข่งขันในตลาดพื้นที่ค้าปลีก: การเปิดโครงการใหม่และการขยายตัวของผู้ประกอบการรายใหญ่
- การบริหารจัดการสัญญาเช่า: อัตราการต่อสัญญาเช่าและอายุสัญญาเช่าเฉลี่ย
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
- อัตราการเช่า: ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 ALLY REIT มีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 93.1% ซึ่งทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยหากพิจารณาเฉพาะโครงการศูนย์การค้า (Retail Malls) 12 โครงการ อัตราการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 93.5% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน
- อัตราค่าเช่า: อัตราค่าเช่าเฉลี่ยของกองทรัสต์อยู่ที่ 610 บาทต่อตารางเมตร ลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และลดลง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สำหรับโครงการศูนย์การค้าเฉลี่ยอยู่ที่ 608 บาทต่อตารางเมตร ลดลง 0.3% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- พื้นที่ให้เช่า: มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 160,184 ตารางเมตร โดยโครงการที่มีอัตราการเช่าสูงสุด ได้แก่ CDC (99.7%), The Crystal Ekamai-Ramintra (98.2%) และ The Crystal SB (Ratchaphruek) (95.7%)
- อายุสัญญาเช่า: อายุสัญญาเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6 ปี ซึ่งถือว่าค่อนข้างสั้น อาจส่งผลต่อความแน่นอนของรายได้ในระยะยาว
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 อยู่ที่ 13,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามมูลค่ายุติธรรม
- หนี้สินรวม: อยู่ที่ 5,048 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อสินทรัพย์รวม: อยู่ที่ 27% ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
- สินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย: อยู่ที่ 9.8061 บาทต่อหน่วย ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สรุปท้าย
ALLY REIT ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งจากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและต้นทุนทางการเงิน เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันการเติบโตของกำไรสุทธิ แม้ว่ากองทรัสต์จะมีโอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการปรับปรุงโครงการ แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูงขึ้นและภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป