ITNS กำไร Q2/66 พุ่ง 63.58% รับแรงหนุนรายได้ติดตั้ง-บริการโต
รายได้รวมทะยาน 68.48% ฝ่ายบริหารคุมต้นทุนได้ดี หนุนกำไรสุทธิโตแกร่ง
บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ตเวิร์ค ซิสเต็ม จำกัด (มหาชน) หรือ ITNS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 17.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 63.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายอุปกรณ์และให้บริการติดตั้ง รวมถึงรายได้จากการให้บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษา ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ ต้นทุนการจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ITNS ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายอุปกรณ์และให้บริการติดตั้ง รวมถึงรายได้จากการให้บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 68.48% และเมื่อผนวกกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 50.41% และกำไรสุทธิเติบโตถึง 63.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- รายได้จากการขายอุปกรณ์และให้บริการติดตั้ง: เติบโตถึง 76.04% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากสัญญางานโครงการของ ภาคเอกชน ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็น 73.67% ของรายได้ส่วนนี้ บริษัทฯ มีการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มลูกค้าภาคเอกชนรายใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่ และ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 ยังมีมูลค่างานโครงการที่รอส่งมอบอีก 224.68 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคต
- รายได้จากการให้บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์: เติบโต 41.65% โดยมีมูลค่าสัญญาให้บริการที่ได้รับคำสั่งซื้อแล้วแต่ยังไม่ถึงระยะเวลาให้บริการอีก 195.64 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในระยะยาว
- การบริหารจัดการต้นทุน: แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่สัดส่วนต่อรายได้จากการขายและให้บริการกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 73.24% เป็น 76.14% ขณะที่กำไรขั้นต้นยังคงเติบโตได้ถึง 50.41% แสดงถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนของบริษัทฯ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายทีมงานขาย และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ก็ยังสามารถบริหารจัดการให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับรายได้ที่เติบโต
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
- Backlog ที่แข็งแกร่ง: มูลค่างานโครงการที่ยังไม่ได้ส่งมอบ (Backlog) ในส่วนของการขายอุปกรณ์และติดตั้งอยู่ที่ 224.68 ล้านบาท และสัญญาให้บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาอีก 195.64 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในงวดถัดไป
- กลยุทธ์การกระจายฐานลูกค้า: การขยายงานไปยังกลุ่มลูกค้าภาคเอกชนรายใหม่ จะช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว
- การลงทุนในธุรกิจเช่าอุปกรณ์: การลงทุนในอุปกรณ์สำหรับธุรกิจให้บริการเช่าอุปกรณ์ สะท้อนถึงการมองหาโอกาสในการเติบโตในอนาคต
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโต 63.58% YoY แตะ 17.11 ล้านบาท
- รายได้รวม Q2/66 พุ่ง 68.48% YoY แตะ 130.39 ล้านบาท
- รายได้จากการขายอุปกรณ์และติดตั้งโต 76.04% YoY รับแรงหนุนจากลูกค้าภาคเอกชน
- รายได้บริการซ่อมบำรุงโต 41.65% YoY พร้อม Backlog สัญญาบริการ 195.64 ล้านบาท
- กำไรขั้นต้นเพิ่ม 50.41% YoY แม้ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นตามรายได้
- มี Backlog งานติดตั้ง 224.68 ล้านบาท รอรับรู้รายได้ในอนาคต
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 ITNS มีรายได้รวม 130.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักมาจากการจำหน่ายอุปกรณ์และให้บริการติดตั้ง (97.28 ล้านบาท) และรายได้จากการให้บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ (31.12 ล้านบาท) ซึ่งทั้งสองส่วนเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.41% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 17.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.58% โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 13.12%
โอกาส
- การขยายฐานลูกค้าภาคเอกชน: เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
- มูลค่างานโครงการที่รอส่งมอบ (Backlog): ทั้งในส่วนของการติดตั้งและบริการซ่อมบำรุง เป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต
- การลงทุนในธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์: เป็นการต่อยอดธุรกิจและสร้างแหล่งรายได้ใหม่
ความเสี่ยง
- การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่: แม้บริษัทฯ จะมีกลยุทธ์กระจายฐานลูกค้า แต่การพึ่งพิงลูกค้าภาคเอกชนรายใหญ่บางรายยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการ
- การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี: การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วและการแข่งขันที่สูง อาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร
- ความผันผวนของเศรษฐกิจ: สภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของลูกค้าภาคเอกชน
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การรับรู้รายได้จาก Backlog: การส่งมอบโครงการที่ค้างอยู่จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในไตรมาสถัดไป
- การขยายฐานลูกค้าภาคเอกชน: ความสำเร็จในการเข้าถึงและรักษาลูกค้ากลุ่มใหม่
- การบริหารจัดการต้นทุน: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนวัตถุดิบที่อาจผันผวน
- การลงทุนในธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์: ผลตอบรับและการสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่นี้
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ITNS ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยี โดยมีรายได้หลักมาจากการจำหน่ายอุปกรณ์และให้บริการติดตั้ง ซึ่งถือเป็นรายได้โครงการ (Project-based Revenue) ที่มีสัดส่วนสูงถึง 74.61% ของรายได้รวม นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการให้บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษา (Maintenance & Support) ซึ่งเป็นรายได้ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับ Recurring Revenue มากขึ้น คิดเป็น 23.87% ของรายได้รวม และรายได้จากการให้เช่าอุปกรณ์ที่เริ่มมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น (1.45%) การเติบโตของรายได้ในไตรมาสนี้มาจากทั้งสองส่วนหลัก โดยเฉพาะการติดตั้งที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการขยายฐานลูกค้าภาคเอกชน ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการลดการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุดไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 629.78 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 166.82 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการบริหารจัดการติดตามหนี้ที่ดี สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 67.42% เป็น 125.65 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ระหว่างการติดตั้ง หนี้สินรวมอยู่ที่ 198.21 ล้านบาท ลดลง 8.68% โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลงมากจากการชำระเงิน ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 431.58 ล้านบาท
ในส่วนของกระแสเงินสด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 30.44 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในเงินทุนหมุนเวียนที่สำคัญ เช่น การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่เกิดจากสัญญา ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 9.11 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอุปกรณ์สำหรับธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์ และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 45.85 ล้านบาท จากการซื้อหุ้นคืนและการจ่ายเงินปันผล ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 85.39 ล้านบาท
สรุปท้าย
ITNS โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้รวมและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการเติบโตของรายได้หลักในกลุ่มการขายอุปกรณ์และติดตั้ง รวมถึงบริการซ่อมบำรุง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากฐานลูกค้าภาคเอกชนที่ขยายตัว และมูลค่างานรอส่งมอบ (Backlog) ที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีการลงทุนในธุรกิจใหม่และการซื้อหุ้นคืน แต่บริษัทฯ ยังคงมีสภาพคล่องที่ดีจากเงินสดคงเหลือจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ต้องติดตามการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะถัดไป