สรุปผลประกอบการ XPG ไตรมาส 1/2569: ปรับพอร์ตรับมือตลาดผันผวน เน้นกำไรคุณภาพ
ไฮไลท์สำคัญ: รายได้ชะลอตัวแต่กำไรพุ่ง
บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XPG เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยภายนอก โดยบริษัททำรายได้รวมลดลง 18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 111% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนถึงความสำเร็จในการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการภายในที่เข้มงวดขึ้น โดยมีอัตรากำไรดำเนินงาน (Operating Margin) ปรับตัวดีขึ้นจาก 14% เป็น 17% และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 24%
"บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์ Selective Lending และการนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบ Total Solution เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดการเงินที่มีการแข่งขันสูง"
เนื้อหาการดำเนินงาน: ปรับกลยุทธ์สู่ความยั่งยืน
ในไตรมาสนี้ XPG เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงจากการรับชำระหนี้ครบกำหนด และรายได้จากบริการ (Fee and Service Income) ที่ ลดลงถึง 47% เนื่องจากความไม่แน่นอนของตลาดหุ้นโลกและเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านบริการให้ ลดลงได้ถึง 57% ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) ที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ดี ทั้งนี้ บริษัทได้เปลี่ยนแนวทางการปล่อยกู้จากเดิมมาเป็น “Selective Lending” ที่เน้นคุณภาพผู้กู้และประเมินความเสี่ยงอย่างเข้มงวด โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อสินเชื่อ (NPL Ratio) อยู่ที่ 2.84% ซึ่งลดลงจาก 2.94% ในไตรมาส 3/2568
ข้อสังเกต: การบริหารพอร์ตและการเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่
จุดที่น่าสนใจคือการผลักดันผลิตภัณฑ์กลุ่ม Demetric Fund และ Thematic Fund ที่ได้รับผลตอบรับดีเยี่ยม โดยเฉพาะกองทุน Quantum และกองทุนโครงข่ายไฟฟ้าที่มีผลตอบแทนสูงกว่า 20% ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลักในส่วนของธุรกิจบริหารกองทุน (Explain Asset Management) นอกจากนี้ บริษัทยังยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช่บริษัทคริปโตเคอร์เรนซี แต่เป็นผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจร โดยใช้ Xring Digital เป็นเพียงหน่วยงานย่อยเพื่อเสริมความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เท่านั้น ทั้งนี้บริษัทเตรียมพร้อมรับมือความผันผวนด้วยกลยุทธ์ “Conservative Investment” โดยเน้นการถือครองเงินสดและสินทรัพย์หมุนเวียนในระดับสูง
สรุปทิศทางและเป้าหมายปี 2569
สำหรับเป้าหมายในปี 2569 XPG ตั้งเป้าสร้างรายได้รวมให้แตะระดับ พันล้านบาท โดยคาดการณ์ว่ารายได้จากธุรกิจดอกเบี้ยและบริการจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2 และ 3 ของปีนี้ ปัจจัยที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษคือการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง และนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะส่งผลต่อธุรกิจบริหารสินเชื่อและกองทุน โดยบริษัทจะยังคงเน้นการเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแบบ Total Solution มากกว่าการแข่งขันด้านราคา
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- แนวโน้มไตรมาส 2/2569: คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากรายได้ดอกเบี้ยและสภาพคล่องในตลาดหุ้นไทยที่ฟื้นตัว
- การขยายธุรกิจใหม่: ปัจจุบันยังไม่มีแผนสร้างธุรกิจใหม่ แต่จะเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์เดิมให้หลากหลายและตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น
- มุมมองต่ออุตสาหกรรม: มองว่าเป็น Red Ocean ที่ต้องใช้กลยุทธ์ Differentiation ในการสร้างความแตกต่างผ่านผลิตภัณฑ์