เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TFM กำไรสุทธิ Q2/69 ลดลง YoY รับต้นทุนปลาป่นพุ่ง แต่รายได้ Q2 โต QoQ
ข่าวสาร

TFM กำไรสุทธิ Q2/69 ลดลง YoY รับต้นทุนปลาป่นพุ่ง แต่รายได้ Q2 โต QoQ

TFM P/E 8.75 YIELD 9.16
2 ชั่วโมง 14:55 น. 0 ความเห็น

รายได้จากการขาย Q2/69 ฟื้นตัว QoQ จากฤดูกาล ขณะที่กำไรสุทธิ YoY หดตัวตามต้นทุนวัตถุดิบหลัก

ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ยังคงรักษาผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคาปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง พร้อมทั้งรักษานโยบายการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในระดับที่น่าสนใจสำหรับผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ TFM ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะราคาปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ดี และรายได้จากการขายมีการเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

  • ต้นทุนปลาป่นพุ่งสูง: ราคาปลาป่นซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์น้ำ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2 ปี 2569 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 57.4 บาท/กิโลกรัม เพิ่มขึ้นถึง 55.6% YoY และ 21.6% QoQ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ โดยอัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 22.9% ในไตรมาส 2 ปี 2568 มาอยู่ที่ 17.7% ในไตรมาส 2 ปี 2569
  • รายได้จากการขายฟื้นตัว QoQ: แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่รายได้จากการขายในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% QoQ จากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลที่เกษตรกรเลี้ยงสัตว์น้ำมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยที่ 1.4% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการหดตัวของตลาดอาหารปลา
  • การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย: บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายอยู่ที่ 8.4% ซึ่งอยู่ในระดับที่เหมาะสม และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 161 ล้านบาท ลดลง 17.0% YoY แต่เพิ่มขึ้น 9.0% QoQ

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม

แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าบริษัทฯ มีการบริหารจัดการด้านการจัดซื้อ การบริหารสินค้าคงคลัง และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน และคาดการณ์ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวในระดับที่เหมาะสม (17-19%) แต่การปรับขึ้นของราคาปลาป่นที่สูงถึง 55.6% YoY ในไตรมาส 2 บ่งชี้ถึงแรงกดดันที่ยังคงมีอยู่สูง ต้องติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบในไตรมาสถัดไป รวมถึงความสามารถของบริษัทในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายสินค้าได้มากน้อยเพียงใด

Highlight สำคัญ

  • รายได้จากการขาย Q2/69 โต 9.8% QoQ เป็น 1,455 ล้านบาท จากการเข้าสู่ฤดูกาลเลี้ยงสัตว์น้ำ แต่ลดลง 1.4% YoY เนื่องจากตลาดอาหารปลาหดตัว
  • อัตรากำไรขั้นต้น Q2/69 อยู่ที่ 17.7% ลดลงจาก 22.9% YoY เป็นผลจากต้นทุนปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • กำไรสุทธิ Q2/69 อยู่ที่ 161 ล้านบาท ลดลง 17.0% YoY แต่เพิ่มขึ้น 9.0% QoQ
  • ยอดขายอาหารกุ้ง Q2/69 โต 0.3% YoY เป็น 931 ล้านบาท โดยยอดขายส่งออกเติบโตโดดเด่นถึง 62%
  • ยอดขายอาหารปลา Q2/69 ลดลง 7.7% YoY เป็น 420 ล้านบาท จากการแข่งขันรุนแรงและราคาปลานิลต่ำ
  • ยอดขายอาหารสัตว์บก Q2/69 โต 10.7% YoY เป็น 82 ล้านบาท จากความต้องการบริโภคในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น
  • บริษัทฯ ได้รับการรับรอง Halal Certification สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารกุ้งและอาหารปลา ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดส่งออกสู่กลุ่มประเทศมุสลิม

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 TFM มีรายได้จากการขาย 1,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% QoQ แต่ลดลง 1.4% YoY โดยยอดขายอาหารกุ้งเติบโตเล็กน้อย 0.3% YoY ขณะที่อาหารปลาลดลง 7.7% YoY และอาหารสัตว์บกเติบโต 10.7% YoY กำไรขั้นต้นลดลง 24.0% YoY มาอยู่ที่ 257 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 22.9% เป็น 17.7% YoY แม้ว่าค่าใช้จ่ายขายและบริหารจะทรงตัวและค่าใช้จ่ายภาษีลดลง แต่กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 161 ล้านบาท ลดลง 17.0% YoY อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้น โดยรายได้เพิ่มขึ้น 9.8% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9.0%

โอกาส

  • การขยายตลาดส่งออก: การได้รับการรับรอง Halal Certification ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดกลุ่มประเทศมุสลิม โดยเฉพาะตะวันออกกลาง
  • การเติบโตของอาหารกุ้งและอาหารสัตว์บก: ยอดขายอาหารกุ้งส่งออกเติบโตโดดเด่น และอาหารสัตว์บกยังคงเติบโตได้ดีจากความต้องการในประเทศ
  • การฟื้นตัวของตลาดอาหารปลา: คาดว่าราคาปลานิลที่ปรับตัวดีขึ้นจะช่วยสนับสนุนความต้องการอาหารปลาในระยะถัดไป
  • การขยายตลาดอาหารกบ: เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการเติบโตเพื่อชดเชยตลาดอาหารปลาบางประเภทที่ชะลอตัว

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: โดยเฉพาะปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
  • การแข่งขันที่รุนแรง: ทั้งในตลาดอาหารปลาและอาหารกุ้ง โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย
  • สภาวะตลาดผลผลิตปลายทาง: ราคาผลผลิตปลายทางอยู่ในระดับต่ำอาจส่งผลให้เกษตรกรชะลอการเลี้ยง หรือหันไปใช้อาหารสัตว์คุณภาพต่ำ
  • การชะลอตัวของอุตสาหกรรมกุ้ง: การลงลูกกุ้งในบางพื้นที่ล่าช้ากว่าปกติเนื่องจากราคากุ้งอยู่ในระดับต่ำ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาปลาป่น: จะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ และบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านไปยังราคาขายได้มากน้อยเพียงใด
  • การเติบโตของยอดขายส่งออกอาหารกุ้ง: จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตที่โดดเด่นได้ต่อเนื่องหรือไม่
  • การฟื้นตัวของตลาดอาหารปลา: สัญญาณการฟื้นตัวจากการปรับขึ้นของราคาปลานิลจะส่งผลต่อยอดขายได้จริงหรือไม่
  • ความคืบหน้าโครงการโรงงานใหม่ในเอกวาดอร์: ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการลงทุนในปี 2569

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)

  • อาหารกุ้ง: ยอดขายเติบโต 0.3% YoY เป็น 931 ล้านบาท แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมกุ้งไทยยังเผชิญแรงกดดันจากราคาต่ำ แต่การเติบโตของยอดขายส่งออกที่สูงถึง 62% YoY เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยชดเชยยอดขายในประเทศอินโดนีเซียที่อ่อนตัวลง อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.8% ลดลง YoY และ QoQ จากต้นทุนปลาป่นที่สูงขึ้น
  • อาหารปลา: ยอดขายลดลง 7.7% YoY เป็น 420 ล้านบาท จากการแข่งขันรุนแรงในกลุ่มปลากะพง และการชะลอตัวของตลาดอาหารปลาอื่นเนื่องจากราคาปลานิลต่ำ อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณฟื้นตัวจากราคาปลานิลที่ปรับดีขึ้น และการขยายตลาดอาหารกบ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 13.3% ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ YoY และ QoQ จากต้นทุนปลาป่น
  • อาหารสัตว์บก: ยอดขายเติบโต 10.7% YoY เป็น 82 ล้านบาท จากความต้องการบริโภคในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ปริมาณขายจะลดลงเล็กน้อยจากการขายเงินลงทุนในบริษัทที่ปากีสถาน อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 13.1% ใกล้เคียงปีก่อน

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 3,663 ล้านบาท ลดลง 4.3% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากการลดลงของเงินลงทุนระยะสั้นและลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 972 ล้านบาท ลดลง 14.0% จากการลดลงของเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 2,692 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.3% จากสิ้นปี 2568 สำหรับงวดหกเดือนแรก บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 125 ล้านบาท และจากกิจกรรมลงทุน 338 ล้านบาท โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นงวด 813 ล้านบาท

สรุปท้าย

TFM ในไตรมาส 2 ปี 2569 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนปลาป่นที่พุ่งสูง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายจะฟื้นตัวได้ดีเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าจากปัจจัยฤดูกาล และบริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี อย่างไรก็ตาม โอกาสในการขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะจากมาตรฐานฮาลาล และการเติบโตของกลุ่มอาหารกุ้งและอาหารสัตว์บก จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันที่รุนแรง

ยังไม่มีความคิดเห็น