บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
PRM กำไร Q1/69 ลดลง แต่ธุรกิจหลักยังแกร่ง!
P/E 9.09 YIELD 5.65 ราคา 8.85 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ: PRM โชว์ผลงาน Q1/69 รายได้รวมโตเล็กน้อย กำไรสุทธิลดลง แต่ธุรกิจหลักยังแข็งแกร่ง พร้อมรับมือความเสี่ยงในตะวันออกกลาง
บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) (PRM) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 โดยมีรายได้รวม 2,111.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า กำไรสุทธิอยู่ที่ 628.9 ล้านบาท ลดลง 18.3% อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ จะพบว่าเพิ่มขึ้น 3.8% คิดเป็น 23.2 ล้านบาท
ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก: บาทอ่อนหนุนกำไร อุปสงค์ FSU เพิ่มจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ในช่วงปลายไตรมาส 1/2569 ค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้บริษัทฯ กลับมามีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 112 ล้านบาท จากที่ขาดทุนมาตลอดทั้งปี 2568 นอกจากนี้ ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้อุปสงค์และอัตราการใช้เรือ FSU ปรับตัวเพิ่มขึ้น
กำไรขั้นต้นลดลง 15.6% เนื่องจากการปรับลดต้นทุนค่าเช่าเรือ VLCC ย้อนหลังจำนวน 150 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในไตรมาส 1/2568 หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรขั้นต้นของไตรมาส 1/2569 จะสูงกว่าไตรมาส 1/2568
- ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและเคมี (PCT): รายได้ลดลง 3.3% จากปัญหาความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แต่กำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการใช้เรือให้บริการในต่างประเทศมากขึ้น
- ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันดิบ (COC): รายได้เพิ่มขึ้น 4.6% จากการกลับมาให้บริการเต็มอัตราของเรือ VLCC ทั้ง 3 ลำ กำไรขั้นต้นกลับเข้าสู่ระดับปกติ
- ธุรกิจเรือกักเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล (FSU): รายได้ลดลง 11.0% เนื่องจากมีการสลับเรือลำใหม่เพื่อให้บริการแก่ลูกค้ารายหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้อุปสงค์และอัตราการใช้เรือ FSU ปรับตัวเพิ่มขึ้น
- ธุรกิจเรือสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (OSV): รายได้เพิ่มขึ้น 36.0% จากการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
- ธุรกิจตัวแทนสายเดินเรือและออกของ (SAS): รายได้เพิ่มขึ้น 45.2% จากปริมาณงาน Ship Agent ที่เพิ่มสูงขึ้น กำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงจากการปรับลดอัตราค่าบริการ
รายได้อื่นลดลงเนื่องจากปี 2568 มีกำไรจากการจำหน่ายเรือ VLCC 1 ลำ ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเนื่องจากไตรมาส 4 ของทุกปีเป็นรอบการบันทึกยอดประมาณการค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ต้นทุนทางการเงินลดลงจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยที่ลดลง และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าลง
งบการเงินแข็งแกร่ง: สินทรัพย์รวมเพิ่ม หนี้สินต่อทุนลดลง
สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 965.0 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 733.7 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.90 เท่า เป็น 0.87 เท่า
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทฯ ดังนี้
- ธุรกิจ PCT: มีผลกระทบในวงจำกัด โดยบริษัทฯ ได้นำเรือบางส่วนออกไปให้บริการนอกประเทศและปรับเพิ่มอัตราค่าขนส่ง
- ธุรกิจ COC: ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากบริษัทฯ สามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือได้ตามความต้องการของลูกค้า
- ธุรกิจ FSU: ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่เพิ่มการกักเก็บน้ำมันบนเรือ FSU
- ธุรกิจ OSV: มีแนวโน้มดีขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ธุรกิจ SAS: มีผลกระทบในวงจำกัด โดยบริษัทฯ ได้ขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจในส่วนของการนำเข้าและส่งออกสินค้าประเภทอื่น
สรุปและแนวโน้ม: PRM มุ่งมั่นธุรกิจยั่งยืน พร้อมรับมือความท้าทาย
โดยรวมแล้ว PRM มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1/2569 แม้ว่ากำไรสุทธิจะลดลงเนื่องจากรายการพิเศษ แต่กำไรจากการดำเนินงานปกติยังคงเติบโตได้ดี บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่สงบในช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน