บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
TU: เอเซีย พลัส ชี้ช่องส่งผ่านต้นทุน หนุน "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 13.20 บาท
P/E 9.62 YIELD 6.09 ราคา 11.50 (0.00%)
บล.เอเซีย พลัส (ASPS) วิเคราะห์ TU คาดกำไรปกติ 1Q69 ลดลง QoQ แต่โต YoY จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น แม้มีแรงกดดันด้านต้นทุน แต่เชื่อมั่น TU จะบริหารจัดการได้ดี คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 13.20 บาท
ไฮไลท์สำคัญ
- คาดกำไรปกติ 1Q69 ที่ 754 ล้านบาท ลดลง 27% QoQ ตามฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้น 19% YoY จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 6% YoY
- ต้นทุนที่สูงขึ้นจากสงคราม เริ่มมีผลกระทบ แต่ TU ยังบริหารจัดการได้จากการมีสต็อกวัตถุดิบ
- เตรียมเจรจาปรับราคาขาย เพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น โดยลูกค้า OEM ปรับได้ภายใน 1-3 เดือน ส่วน Branded มีสัญญาหลากหลาย
ผลกระทบจากต้นทุน และการปรับตัว
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ผลกระทบทางตรงจากสงครามยังจำกัด เนื่องจากสัดส่วนส่งออกไปตะวันออกกลางไม่เกิน 3% ของยอดขายรวม อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุน โดยเฉพาะราคาปลาทูน่าที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนมีนาคม แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ในระยะสั้นจากการมีสต็อกวัตถุดิบ
TU เตรียมเจรจาปรับราคาขายกับลูกค้า โดยลูกค้า OEM สามารถปรับราคาได้ภายใน 1-3 เดือน ส่วนสินค้า Branded มีสัญญาที่หลากหลายตั้งแต่ 3-12 เดือน นอกจากนี้ การลดภาษีนำเข้าสหรัฐฯ จาก 19% เหลือ 10% จะช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุนได้บางส่วน
ธุรกิจ AMBIENT มีโอกาสเติบโตในยามวิกฤติ เนื่องจากปลาทูน่ากระป๋องเป็นสินค้าโปรตีนราคาไม่แพง ทำให้เกิดการกักตุนในบางช่วงเวลา ส่วนธุรกิจ FROZEN ยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนที่ต่ำกว่า และธุรกิจ PETCARE ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากการวางตำแหน่งสินค้าในกลุ่มพรีเมียม
ผลประกอบการ และประมาณการ
บล.เอเซีย พลัส คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 1.13 พันล้านบาท (+11% YoY และ +12% QoQ) หากไม่รวมรายการพิเศษทางภาษีที่เป็นบวก 360 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 20 ล้านบาท คาดกำไรปกติที่ 754 ล้านบาท ลดลง 27% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 19% YoY จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 6% YoY
Gross Margin คาดอยู่ที่ 18.3% ทรงตัวจากงวดก่อน แต่ต่ำกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ 19-20% จากค่าเงินบาทแข็งค่า และภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่มีผลต่อมาร์จิ้นของธุรกิจ AMBIENT และ FROZEN
คำแนะนำ และราคาเป้าหมาย
แม้การดำเนินงานจะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น แต่บล.เอเซีย พลัส เชื่อมั่นว่า TU จะสามารถบริหารจัดการได้ผ่านการปรับราคาขาย เพื่อลดผลกระทบต่อมาร์จิ้น จึงคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ที่ 4.67 พันล้านบาท และปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" หลังราคาหุ้นปรับตัวลงมา
ราคาเป้าหมายปีนี้อยู่ที่ 13.20 บาท โดยมี upside 17% และคาดการณ์เงินปันผล 5.6% ต่อปี