บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
FTREIT คว้าชัยในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กับรายได้โต 8.5% และกำไรสุทธิขึ้นมาอยู่ที่ 537 ล้านบาท
P/E 0.00 YIELD 6.93 ราคา 10.30 (0.98%)
FTREIT คว้าชัยในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กับรายได้โต 8.5% และกำไรสุทธิขึ้นมาอยู่ที่ 537 ล้านบาท
ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 หุ้น FTREIT ไม่เพียงแต่ยืนหยัดรักษาอัตราการเช่าเฉลี่ยที่สูงถึง 92.8% แต่ยังขยับรายได้รวมขึ้นมาอย่างชัดเจนจากปีก่อนหน้า โดยเติบโตขึ้นถึงระดับ 8.5% มาอยู่ที่ยอดเยี่ยม 1,121.0 ล้านบาท สะท้อนความมั่นคงของพอร์ตโฟลิโอที่เน้นอาคารคลังสินค้าและโรงงาน โดยเฉพาะในโซน Easy (ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง) และโซน Nothing Account ที่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตใหม่ของภาคอุตสาหกรรมไทย"การย้ายฐานผลิตภัณฑ์ของภาคอุตสาหกรรมสู่ไทย คือแรงผลักดันหลักที่ทำให้ FTREIT เติบโตได้อย่างมั่นคงและมีมิติในระยะยาว"กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) ก็ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 614.0 ล้านบาท ในขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 537.0 ล้านบาท สะท้อนภาพรวมของบริษัทที่ควบคุมต้นทุนได้อย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะเมื่อค่าใช้จ่ายด้านบริการ (Cost of Rental & Service) ลดลงอย่างมากจากการปล่อยเช่าทรัพย์สินให้ผู้เช่าจัดการเองโดยตรง ทำให้ FTREIT เริ่มต้นปีใหม่ด้วยฐานะเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน
"การบริหารทรัพย์สินแบบมีโครงสร้าง (Freehold 73%) และแผนการขายทรัพย์สินไม่ก่อให้เกิดรายได้ เพื่อ ‘Recycle Capital’ เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเสริมสร้าง Net Asset Value (NAV) และความยืดหยุ่นทางการเงิน"ตัวชี้วัดอื่นๆ ก็ไม่ได้พ้นไปง่ายๆ โดยมี Rental Yield เติบโตมาอยู่ที่ระดับ 6.7% และ NPI (Net Property Income) สูงถึง 7.3% ซึ่งส่งผลให้ NAV เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 21.206 บาทต่อหน่วย ในขณะที่ Leverage Ratio สูงถึง 27.9% ยังคงอยู่ในระดับที่บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลเติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 0.1945 บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นอีก 3.5% จากปีก่อนหน้า
"แม้จะมี Revaluation Loss เกิดจากทรัพย์สินลิสโฮบางส่วนที่อายุสัญญาเหลือประมาณ 15 ปี แต่ภาพรวมของผลประกอบการยังคงแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง"ในแง่กลยุทธ์ การลงทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีเป้าหมายอยู่ในช่วงกว้างถึง 1,000–1,500 ล้านบาท โดยเน้นอาคารโรงงานและคลังสินค้าเพื่อรองรับเทรนด์การรีโลเคชันของภาคอุตสาหกรรม ส่วนอัตราการต่ออายุสัญญาเช่าคาดว่าจะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 85% จากสัญญาหมดอายุในปีนี้ และยังมีแผนขึ้นค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง โดยโรงงานขึ้นได้ประมาณ 5–10 บาทต่อตารางเมตร (หรือเทียบเท่า 2–3%) และคลังสินค้าขึ้นได้ประมาณ 0.5–1.5%
"ลูกค้าจีนยังคงเป็นกลุ่มสำคัญอยู่ที่ประมาณ 13% ของรายได้รวม ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมไทย"แม้จะมีปัจจัยภายนอกที่อาจกระทบ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าโลกและการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน แต่ FTREIT ก็ยังคงเดินหน้าอย่างมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยลดลงกำลังกระตุ้นภาคการลงทุนในไทยอย่างมาก ส่งผลดีต่อศักยภาพการเติบโตของทรัพย์สินอุตสาหกรรม
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- มีแผนลงทุนเพิ่มเติมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 หรือไม่ และเป้าหมายคืออะไร? มีแผนลงทุนอย่างต่อเนื่องทุกปีอยู่ในช่วง 1,000–1,500 ล้านบาท โดยเน้นทรัพย์สินประเภทโรงงานและคลังสินค้าในโซน Easy และ Nothing Account เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอและรองรับการรีโลเคชันของภาคอุตสาหกรรม
- อัตราการเช่าและเป้าหมายการขึ้นค่าเช่าในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เป็นเท่าใด? มีเป้าหมายรักษาอัตราการเช่าไม่ต่ำกว่า 90% โดยสูงกว่าเป้าหมายปีก่อนหน้า (87%) และจะขึ้นค่าเช่าอย่างต่อเนื่องในแต่ละสัญญาหมดอายุ โดยโรงงานขึ้นได้ประมาณ 5–10 บาทต่อตารางเมตร (หรือเทียบเท่า 2–3%) และคลังสินค้าขึ้นได้ประมาณ 0.5–1.5%
- ลูกค้าจีนในพอร์ตโฟลิโอเป็นกี่เปอร์เซ็นต์? อยู่ที่ประมาณ 13% ของรายได้รวม
- อัตราการต่ออายุสัญญาเช่าในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะเป็นเท่าใด? เฉลี่ยไว้ว่าจะต่ออายุไม่ต่ำกว่า 85% จากสัญญาที่หมดอายุในปีนี้
- โรงงานที่เหลืออยู่ในโซนใดยังไม่เต็ม? ในโซน Easy อายุเช่าใกล้เต็มแล้วเกือบเต็ม 100% โดยยังเหลือประมาณ 7–8 หลังคา ในโซน Nothing Account
- เหตุใดค่าใช้จ่ายด้านบริการ (Cost of Rental & Service) ลดลงอย่างมาก? เกิดจากการปล่อยเช่าทรัพย์สินให้ผู้เช่าจัดการเอง โดยผู้เช่ามีภาระค่าใช้จ่ายดูแลรักษาทั้งโรงงานและคลังสินค้า ส่งผลให้ FTREIT ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านบริการลงอย่างมีนัยสำคัญ
- Revaluation Loss ในไตรมาสที่ผ่านมาเกิดจากสาเหตุใด? เกิดจากทรัพย์สินลิสโฮบางส่วนที่อายุสัญญาเหลือประมาณ 15 ปี มีแนวโน้มลดค่าประเมินลงอย่างต่อเนื่องตามอายุสัญญา
- ปัจจัยบวกหลักในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เป็นอะไร? การรีโลเคชันของภาคอุตสาหกรรมเข้ามาประเทศไทย โดยเฉพาะโรงงานและคลังสินค้าสำหรับการส่งออก ส่งผลให้ความต้องการทรัพย์สินอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โพสต์ล่าสุด
บทความ
วันนี้ 20:26 น.
TRUE พุ่งกำไรสุทธิ 267,000 ล้านบาท จากโมเดลธุรกิจดิจิทัลคอนเวอร์เจนซ์
บทความ
วันนี้ 20:20 น.
SMPC ยังคงยืนหยัดกลางคลื่นโผง: ยอดขายลดลง 15% แต่กำไรสุทธิยังคงลอยตัวเหนือ 600 ล้านบาท
บทความ
วันนี้ 20:17 น.
หุ้นโออาร์ปี 2568: เรื่องราวของกำไรที่ยิ่งใหญ่กว่ารายได้
บทความ
วันนี้ 20:14 น.
หุ้น TIDLOR เติบโตอย่างมีคุณภาพปี 2568 จากฐานลูกค้าที่โตเร็วกว่าสินเชื่อ
บทความ
วันนี้ 20:13 น.