https://aio.panphol.com/assets/images/community/16799_306294.png

ยูโรครีเอชั่นส์ปิดไตรมาส 4 ปี 2568 ด้วยรายได้ทะลุ 1,427 ล้านบาท กำไรสุทธิแตะ 147 ล้าน พร้อมเปิดตึกทองหลอดที่ 3 เสริมระบบนิเวศไลฟ์สไตล์ครบวงจร

P/E 8.86 YIELD 5.87 ราคา 4.26 (0.00%)

ยูโรครีเอชั่นส์ปิดไตรมาส 4 ปี 2568 ด้วยรายได้ทะลุ 1,427 ล้านบาท กำไรสุทธิแตะ 147 ล้าน พร้อมเปิดตึกทองหลอดที่ 3 เสริมระบบนิเวศไลฟ์สไตล์ครบวงจร

บริษัทยูโรครีเอชั่นส์จำกัด (มหาชน) หรือ EURO ปิดไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยผลงานที่โดดเด่น โดยมียอดรายได้รวมแตะระดับ 1,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 1,280 ล้านบาท หรือเติบโต 11.5% พร้อมกำไรสุทธิที่ขยายตัวเป็น 147 ล้านบาท จาก 131 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า ส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 306 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 289 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่เน้นการสร้างประสบการณ์เชิงอารมณ์และขับเคลื่อนด้วยระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) อย่างแท้จริง

"การเปิดตึกทองหลอดที่ 3 ในปลายปี 2568 ไม่ใช่แค่การเพิ่มพื้นที่ขาย แต่คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจจากแบบกระจายสาขา (Dispersed Model) มาสู่โมเดล Cluster Luxury ที่เชื่อมโยงแบรนด์ สร้างประสบการณ์ และเพิ่ม Wallet Share ได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

จุดเปลี่ยนสำคัญของปีนี้คือการเปิดตึกทองหลอดที่ 3 ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมโซลูชันไลฟ์สไตล์ครบวงจรภายใต้โครงสร้าง Cluster Luxury โดยมีการเพิ่มแบรนด์ระดับโลกอย่าง Five Spring และ PNB Italia เข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ พร้อมเปิดแฟลกชิป Monobrand และ flagship store สำหรับแบรนด์ใหม่ในช่วงไตรมาส 3-4 ของปี 2568 ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้าง Emotional Relevance ผ่าน storytelling และประสบการณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้า Ultra High Network Individual และ High Network Individual ที่มีกำลังซื้อสูงและให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต

"Five Spring ไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์ แต่คือการตั้งคำถามใหม่เกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นธรรมชาติในบ้าน — ด้วยวัตถุดิบ 100% จากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มองหาความสมดุลระหว่างไลฟ์สไตล์กับสุขภาพ"

ด้านผลประกอบการเชิงตัวเลข บริษัทยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ไว้ที่ 46.9% เพิ่มขึ้นจาก 46.5% ในปีก่อนหน้า ส่วน EBITDA Margin อยู่ที่ 20.3% จาก 20.0% แสดงถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านการบริหารที่ลดลงจาก 10.7% ของรายได้ เป็น 10.1% แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนพนักงานที่เติบโตตามอัตราเงินเดือน แต่การปรับโครงสร้างและลดผลกระทบจากค่าใช้จ่าย IPO ในปีก่อนหน้าช่วยให้สัดส่วนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

"B2B ไม่ใช่แค่ตัวรองรับ แต่คือหัวใจของการปรับโครงสร้างรายได้ — สัดส่วนรายได้จาก B2B เพิ่มขึ้นจาก 33% เป็น 37% สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่เน้นความสมดุลของพอร์ตโฟลิโอ และเป็นตัวหนุนสำคัญให้ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน"

ในแง่ปัจจัยภายนอก แม้จะมีแรงกดดันจากเศรษฐกิจมหภาคและการแข่งขันจากแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จีนที่ผลิตคุณภาพดีขึ้น แต่บริษัทยังคงรักษาความได้เปรียบด้าน “storytelling” และ “emotional connection” ซึ่งแบรนด์โลคอลยังขาดอยู่ โดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ความหมาย และความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้า ขณะเดียวกัน นโยบายรัฐที่สนับสนุนอสังหาริมทรัพย์และไลฟ์สไตล์ในเมืองไทย ก็ช่วยหนุนให้บริษัทขยายสาขาในกรุงเทพฯ และภูเก็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในภูเก็ตที่ถูกกำหนดเป็นศูนย์กลางเฉพาะทาง

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • มีแผนขยายสาขาเพิ่มไหม? ไม่เน้นการขยายแบบต่อเนื่อง แต่โฟกัสที่การเพิ่ม “catchment area” และ “brand depth” โดยเปิดตึกทองหลอดที่ 3 ในกรุงเทพฯ เพื่อรองรับแบรนด์ใหม่ และแต่ละแบรนด์มีสาขาเพียงแห่งเดียวในเมืองใหญ่
  • ค่าใช้จ่ายบริหารลดเพราะอะไร? สัดส่วนลดจาก 10.7% เป็น 10.1% จากการปรับโครงสร้างและลดผลกระทบจาก IPO spending ในปีก่อนหน้า แม้ตัวเลขเงินเดือนจะเพิ่มขึ้น
  • Five Spring และ B&O เทียบกับแบรนด์เดิมได้อย่างไร? Five Spring โดดเด่นด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ 100% ไม่มีสารเคมี ส่วน B&O มีความทรงจำทางแบรนด์ระดับโลก โดยเฉพาะในอุปกรณ์เสียง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Experience Economy และ Emotional Relevance
  • มีแผนนำแบรนด์จีนหรือสแกนดิเนเวียนเข้ามาไหม? แบรนด์สแกนดิเนเวียนอยู่ในพอร์ตโฟลิโอแล้ว ไม่จำเป็นเพิ่มเติม ส่วนแบรนด์จีนยังขาด “global design narrative” และ “emotional appeal” ที่จำเป็นสำหรับกลุ่มพรีเมียม การเข้ามาในระยะสั้นยังไม่เหมาะสม
  • เป้าหมายระยะสั้น-ยาวคืออะไร? ระยะสั้น (2025): เพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อสาขา และขยายยอดขายในตึกทองหลอดที่ 3 โดยเฉพาะไตรมาส 3-4 ส่วนระยะยาว: เสริมโครงสร้าง Cluster Luxury เป็นระบบที่รองรับไลฟ์สไตล์ครบวงจร และวางแผนเปิดตึกทองหลอดที่ 7 ในอนาคต
  • สิ่งที่ต้องจับตามองคืออะไร? การเติบโตของ B2B ที่อาจกดดันต้นทุนในระยะยาว การตอบสนองต่อเทรนด์ดีไซน์จากยุโรปและอเมริกาเหนือ และการแข่งขันจากแบรนด์โลคอลที่มีศักยภาพเข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-ล่าง

โพสต์ล่าสุด