https://aio.panphol.com/assets/images/community/16794_2F2D7C.png

NTF ปี 2568 บินลัดฟ้า! รายได้พุ่ง 118% กำไรสุทธิกระโดดเกือบ 258% จากการครองตลาดทุเรียนจีน 1.5%

P/E 12.46 YIELD 0.80 ราคา 14.30 (0.00%)

NTF ปี 2568 บินลัดฟ้า! รายได้พุ่ง 118% กำไรสุทธิกระโดดเกือบ 258% จากการครองตลาดทุเรียนจีน 1.5%

บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัดมหาชน (NTF) โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยการเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งรายได้และกำไร โดยรายได้รวมแตะระดับ 4,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 118% ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งขึ้นเกือบ 258% อยู่ที่ระดับ 230 ล้านบาท พร้อมกับ EBIT ที่ขยายตัวถึงเกือบ 240% อยู่ที่ 1,340 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่เน้นคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุดผ่านระบบ NTF Standard ซึ่งควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายทาง

“เราไม่ได้ขายทุเรียน เราขายประสบการณ์รสชาติระดับโลกที่ควบคุมได้ทุกขั้นตอน”

จุดเปลี่ยนสำคัญของ NTF อยู่ที่การจัดตั้งบริษัทแม่ NTF Holding และการร่วมทุนกับศักดิ์สยามในธุรกิจอาหาร ซึ่งเปิดทางสู่โมเดลธุรกิจครบวงจร (End-to-End) ที่ลดความเสี่ยงและเพิ่มอำนาจต่อรองในตลาดโลก โดยเฉพาะการขยายฐานไปยังสหรัฐอเมริกาและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกับขยายจำนวนแบรนด์สินค้าจากเดิม 8 แบรนด์ เป็น 13 แบรนด์ในปีนี้ สะท้อนการลงทุนเชิงลึกในด้านการตลาดและผลิตภัณฑ์

“การเติบโตไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ทุกตันทุเรียนมีค่าและมีมาตรฐานเดียวกัน”

ความสำเร็จของ NTF ยังสะท้อนในมิติของการส่งออก โดยในปี 2568 บริษัทส่งออกทุเรียนได้ถึง 920,000 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และสัดส่วนการครองตลาดทุเรียนไทยในจีนพุ่งขึ้นจาก 0.18% เป็น 1.5% ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ แม้จะยังมีความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดจีนเป็นหลัก แต่กลยุทธ์การกระจายตลาดไปยังสหรัฐฯ และอาเซียนช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ

“เราไม่ได้แข่งกับเวียดนามด้วยราคา แต่แข่งด้วยคุณภาพที่ลูกค้าจ่ายเพิ่มได้”

แม้เวียดนามจะขยายการส่งออกทุเรียนเข้าจีนอย่างต่อเนื่อง แต่ NTF ยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดทุเรียนไทยในจีนได้อย่างมั่นคง โดยอิงข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรและสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ขณะเดียวกัน การลงทุนในเครื่องจักรอัตโนมัติช่วยลดระยะเวลาการคัดแยกสินค้า เพิ่มคุณภาพ และลดต้นทุนในกระบวนการผลิต ทำให้แม้ราคาทุเรียนจะปรับตัวลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า (คาดว่าผลผลิตเพิ่มขึ้น 15–20%) แต่ยังรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมั่นคง

“กำไรไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือผลลัพธ์ของระบบ ไม่ใช่โชค”

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • มีแนวโน้มจ่ายเงินปันผลอย่างไร? มีนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ และคาดว่าจะจ่ายอย่างน้อยสองครั้งต่อปี
  • คำสั่งซื้อเพิ่มเติมมาจากไหน? จากลูกค้าเดิมประมาณ 80% และลูกค้าใหม่ประมาณ 20% โดยยังมีคำสั่งรอคอนเฟิร์มจากผู้บริโภคหลายราย
  • เครื่องจักรที่นำเข้าช่วยอะไรบ้าง? เสริมประสิทธิภาพการผลิต ลดระยะเวลาการคัดแยกสินค้า เพิ่มคุณภาพ และลดต้นทุนในกระบวนการผลิต
  • แนวโน้มราคาทุเรียนปีนี้เป็นอย่างไร? มีแนวโน้มปรับตัวลงเล็กน้อยจากปีก่อน เนื่องจากผลผลิตเพิ่มขึ้น 15–20% แต่ยังทำกำไรได้ดีจากการควบคุมต้นทุนและคุณภาพสินค้า
  • การแข่งขันจากเวียดนามเป็นอย่างไร? เวียดนามเพิ่มผลิตภัณฑ์ส่งออกเข้าจีนอย่างต่อเนื่อง แต่ไทยยังครองสัดส่วนตลาดทุเรียนในจีนได้อยู่ในอันดับหนึ่ง
  • เป้าหมายระยะสั้น-ยาวคืออะไร? ปี 2569 เติบโตรายได้ไม่น้อยกว่า 60% และรักษาระดับกำไรสุทธิเท่าหรือมากกว่าปีก่อนหน้า โดยมุ่งขยายตลาดไปยังสหรัฐฯ และอาเซียน

ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนของบริษัทที่ไม่ได้แค่เติบโต แต่เติบโตอย่างมีระบบ มีมาตรฐาน และมีแผนที่ชัดเจน ทั้งในด้านการเงิน การผลิต และกลยุทธ์ตลาด แม้จะต้องจับตาความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากธุรกรรมส่งออกเป็นหยวน แต่ NTF กลับแสดงให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นในโมเดลธุรกิจที่เน้นคุณภาพและระบบควบคุม คือกุญแจสำคัญในการบินลัดฟ้าในตลาดโลก

โพสต์ล่าสุด