บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
TK กลับมาเติบโตอย่างมั่นคง ปี 2568 รายได้รวมแตะ 900 ล้าน กำไรสุทธิ 90 ล้าน พร้อมเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อ 50% ภายในปี 2569
P/E 22.79 YIELD 4.85 ราคา 4.12 (0.00%)
TK กลับมาเติบโตอย่างมั่นคง ปี 2568 รายได้รวมแตะ 900 ล้าน กำไรสุทธิ 90 ล้าน พร้อมเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อ 50% ภายในปี 2569
บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK กลับมาสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญในไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 2568 หลังจากผ่านช่วงชะลอการปล่อยสินเชื่ออย่างต่อเนื่องในอดีต โดยมีรายได้รวมแตะระดับ 900 ล้านบาท พร้อมกำไรสุทธิที่ฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ 90 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายชัดเจนว่าธุรกิจหลักด้านสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยเริ่มกลับมาสู่เส้นทางการเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมทั้งขยายฐานลงทุนไปยังประเทศกัมพูชาและลาว สะท้อนกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงและการเติบโตแบบหลายตลาดอย่างชัดเจน
“TK ไม่ได้แค่ฟื้นตัว แต่กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขที่ชัดเจน: รายได้ 900 ล้าน, กำไร 90 ล้าน และพอร์ตสินเชื่อรวม 1,370 ล้านบาท — ทุกตัวเลขคือหลักฐานของความมั่นคงในระยะยาว”
จุดแข็งสำคัญที่ทำให้ TK กลับมาได้คือการปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การควบคุมต้นทุน และการรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเฉพาะเจาะจง แต่การกลับมาทำกำไรได้ 90 ล้านบาทในปีที่รายได้รวมอยู่ที่ 900 ล้าน แสดงถึงอัตรากำไรสุทธิที่สูงถึง 10% — สูงกว่าหลายบริษัทในกลุ่มการเงินที่ยังเผชิญกับแรงกดดันต้นทุน
“พอร์ตสินเชื่อรวม 1,370 ล้านบาท คือหัวใจของความเติบโตในปี 2568 และยังเป็นฐานสำคัญที่ TK จะใช้ขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในปีหน้า”
เป้าหมายที่ชัดเจนในปี 2569 (ค.ศ. 2026) คือการขยายพอร์ตสินเชื่อรวมให้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 50% จากระดับปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อรวมอยู่ที่ 2,055 ล้านบาทภายในปีหน้า หรือเพิ่มขึ้นจาก 1,370 ล้านบาทถึง 685 ล้านบาทในระยะเวลาเพียง 1 ปี — เป็นอัตราการเติบโตที่สูงมากสำหรับธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ สะท้อนความมั่นใจในศักยภาพของตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยที่เริ่มฟื้นตัว และความได้เปรียบจากการลงทุนต่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
“การขยายพอร์ตสินเชื่อ 50% ภายในปี 2569 ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือแผนปฏิบัติการที่มีตัวเลขชัดเจน ต้นทุนควบคุมได้ และเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก”
บริษัทฯ ยังเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ การอนุมัติสินเชื่อ และการติดตามคุณภาพสินทรัพย์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่มีคู่แข่งดุเดือด โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีผู้เล่นรายใหญ่หลายรายที่ปรับตัวเร็ว ขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน และนโยบายรัฐที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อ รวมถึงการควบคุมดอกเบี้ย ก็เป็นปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- TK จะขยายพอร์ตสินเชื่อ 50% ภายในปี 2569 ได้อย่างไร?
เป้าหมายนี้มาจากกลยุทธ์การขยายธุรกิจในประเทศกัมพูชาและลาว ซึ่งมีศักยภาพเติบโตสูง และการฟื้นตัวของตลาดรถจักรยานยนต์ในไทยที่เร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงล่าง พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดเวลาการอนุมัติสินเชื่อและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ต - กำไรสุทธิ 90 ล้านบาทจากรายได้รวม 900 ล้านบาท คืออัตรากำไรเท่าไหร่?
อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 10% ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากแรงกดดันต้นทุนดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน - พอร์ตสินเชื่อรวม 1,370 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ระหว่างไทย กัมพูชา และลาว?
ข้อมูลไม่ได้ระบุสัดส่วนเฉพาะเจาะจง แต่บริษัทเน้นการกระจายความเสี่ยงผ่านการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะกัมพูชาและลาว ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่ที่มีอัตราเติบโตสูง - การควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ทำได้อย่างไรเมื่อขยายตัวเร็ว?
บริษัทใช้ระบบดิจิทัลในการติดตามสถานะสินเชื่อแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งปรับโมเดลการประเมินความเสี่ยงให้เข้มงวดขึ้น และควบคุมสัดส่วนหนี้เสีย (NPL Ratio) ให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้