บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
TIDLOR กำไรพุ่ง 1,613.7 ล้านบาท! ทุบสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 1/69
P/E 9.69 YIELD 2.06 ราคา 16.50 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ:
TIDLOR โชว์ผลงานสุดปัง! กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 ทะยานสู่ 1,613.7 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ พร้อม Net Interest Margin (NIM) ที่ 15.9%, NPL Ratio ที่ 1.47% และ NPL Coverage Ratio สูงถึง 340.5%
ภาพรวมผลประกอบการ:
แม้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวช้าในไตรมาส 1/69 จากปัจจัยหนี้ครัวเรือนสูงและการปล่อยสินเชื่อที่ระมัดระวัง แต่ TIDLOR ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 34.7% (YoY) และ 63.3% (QoQ) ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากทั้งธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกัน รวมถึงการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รายได้รวมเพิ่มขึ้น 7.6% (YoY) จากรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจากธุรกิจนายหน้าประกัน
ที่น่าสนใจคือ ค่าใช้จ่ายรวมกลับลดลง 2.2% (YoY) สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 54.4% นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลง 6.0% (YoY) ตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และผลขาดทุนด้านเครดิตลดลงถึง 39.4% (YoY) จากการตั้งสำรองที่ลดลงและคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น
สินเชื่อและสัดส่วนสำคัญ:
พอร์ตสินเชื่อคงค้างรวมของ TIDLOR อยู่ที่ 109,926.1 ล้านบาท เติบโต 5.0% (YoY) และ 0.3% (QoQ) ที่สำคัญคือ อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL Ratio) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 1.47% และอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Coverage Ratio) อยู่ในระดับสูงที่ 340.5% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการบริหารความเสี่ยงของบริษัท
นอกจากนี้ Net Interest Margin (NIM) ยังเพิ่มขึ้นจาก 15.4% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 15.9% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นจากธุรกิจหลัก
สรุปและมุมมอง:
TIDLOR สามารถสร้างผลกำไรที่เติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาส 1/69 แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ NIM ที่เพิ่มขึ้น NPL ที่ลดลง และ Coverage Ratio ที่แข็งแกร่ง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้บริษัทสามารถสร้างผลกำไรสูงสุดใหม่ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาถึงปัจจัยความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันในตลาดรถยนต์ ควบคู่ไปกับโอกาสในการเติบโตจากธุรกิจนายหน้าประกันและการขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล