บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
JUBILE: ปี 2567 กำไรลด แต่ไตรมาส 4 ฟื้นแรง! เปิดแผนโต 10% ปี 2568
P/E 12.44 YIELD 3.24 ราคา 7.40 (0.00%)
JUBILE: ปี 2567 กำไรลด แต่ไตรมาส 4 ฟื้นแรง! เปิดแผนโต 10% ปี 2568
บริษัท ยูบิลี่ จำกัด (JUBILE) ผู้นำด้านเครื่องประดับเพชรไทย รายงานผลประกอบการปี 2567 (ค.ศ. 2024) พร้อมเปิดแผนกลยุทธ์เติบโตอย่างมั่นคงในปี 2568 โดยเน้นการบริหารต้นทุน การขยายตลาดออนไลน์ และเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ล่าสุด
ผลประกอบการปี 2567: ยอดขายลด แต่กำไรไตรมาส 4 พุ่งแรง
ในปี 2567 ยูบิลี่ มียอดขายรวม 1,206.0 ล้านบาท ลดลง 14.8% จากปีก่อนหน้าที่ 1,415.89 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำท่วมภาคใต้ที่ส่งผลให้สาขาในจังหวัดสงขลาและหาดใหญ่ต้องปิดชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม บริษัทปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 48.2% จาก 46.9% ในปี 2566 และกำไรสุทธิอยู่ที่ 103.69 ล้านบาท ลดลงจาก 145.56 ล้านบาท ในปีก่อน หรือลดลง 28.8%
อย่างไรก็ตาม ไตรมาสที่ 4 กลับพลิกฟื้นได้อย่างโดดเด่น โดยมียอดขาย 370.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 43.13 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 11.6% เพิ่มขึ้นจาก 9.5% ในปีก่อนหน้า ถือเป็นไตรมาสที่ทำกำไรสูงสุดในรอบ 2 ปี
กลยุทธ์ที่ช่วยพลิกฟื้น: ลดต้นทุน-ใช้ข้อมูลวิเคราะห์ลูกค้า
จุดแข็งสำคัญของยูบิลี่ในไตรมาส 4 คือการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด โดยลดค่าใช้จ่ายในการขายจาก 140 ล้านบาท เหลือเพียง 83 ล้านบาท หรือลดลงถึง 57%
บริษัทยังใช้ข้อมูล (Data-Driven) วิเคราะห์กลุ่มลูกค้า ปรับสัดส่วนการขายให้มีประสิทธิภาพ โดยยอดขายจากกรุงเทพฯ คิดเป็น 52% และต่างจังหวัด 48% ส่วน 90% ของยอดขายเกิดจากการขายผ่านร้าน (Store Sell)
แผนธุรกิจปี 2568: เป้าโต 10% พร้อมเปิดตัวคอลเลกชันใหม่
ในปี 2568 (ค.ศ. 2025) ยูบิลี่ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายไม่น้อยกว่า 10% จากปีก่อน และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 48–50% พร้อมเพิ่มอัตรากำไรสุทธิให้สูงกว่า 9%
- เปิดตัวคอลเลกชันใหม่: “The Grand Monarch Collection” และ “Sweet Beans: The Language of Love” เริ่ม 28 กุมภาพันธ์ 2568
- ขยายช่องทางออนไลน์: เพิ่มการจัดจำหน่ายผ่าน Lazada, Shopee, Facebook และ Line Official โดยใช้คอนเทนต์วิดีโอและไลฟ์สตรีม
- เปิด Pop-up Store “Jubilee of Siam” ชั่วคราวในเดือนมีนาคม 2568
- ขยายฐานลูกค้าใหม่: ร่วมกับมหาวิทยาลัย Kellogg สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ไทยระดับโลก และเปิดตัว “The Sparkling Club” เพื่อดึงดูดสมาชิกใหม่
- ร่วมโครงการ Jump Plus: ร่วมมือ ก.ล.ต. เพื่อเพิ่มมูลค่าบริษัทและขยายตลาด
ปัจจัยภายนอกที่ติดตาม: เงินบาทแข็ง-เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
บริษัทติดตามปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด ได้แก่
- ค่าเงินบาทแข็งค่า: ประโยชน์ต่อการนำเข้าวัตถุดิบเพชร โดยยังคงอยู่ในกรอบ 31–32 บาท
- เศรษฐกิจโลกชะลอตัว: เน้นผลิตภัณฑ์ราคาเข้าถึงง่ายเริ่มต้นที่ 3,900 บาท
- ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์: ติดตามสถานการณ์และปรับกลยุทธ์ทันทีหากจำเป็น
- ภัยธรรมชาติ: มีแผนสำรอง เช่น จัดกิจกรรมออนไลน์แทน
นโยบายจ่ายปันผล: ยังคงมั่นคง
ยูบิลี่ยืนยันนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักสำรอง โดยมูลค่าปันผลต่อหุ้นรวมครึ่งปีแรกและหลังคือ 25 สตางค์ และจะจ่ายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568
สรุปใจความสำคัญ
แม้ปี 2567 จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ แต่ยูบิลี่กลับฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 4 โดยเน้นการบริหารต้นทุน ใช้ข้อมูลวิเคราะห์ลูกค้า และรักษาอัตรากำไรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าแผนโต 10% ในปี 2568 ผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายตลาดออนไลน์ และการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ไทยระดับโลก พร้อมรักษาความมั่นคงในการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่อง