บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
TU ปี 2568 บวกหนัก! รายได้ทะลุ 1.3 หมื่นล้าน กำไรสุทธิแตะ 1.2 หมื่นล้าน พร้อมเปิดแผนยุทธศาสตร์ “Core Business” จุดเปลี่ยนสำคัญของหุ้น
P/E 9.62 YIELD 6.09 ราคา 11.50 (0.00%)
TU ปี 2568 บวกหนัก! รายได้ทะลุ 1.3 หมื่นล้าน กำไรสุทธิแตะ 1.2 หมื่นล้าน พร้อมเปิดแผนยุทธศาสตร์ “Core Business” จุดเปลี่ยนสำคัญของหุ้น
บริษัทไทยยูเนียนกรุ๊ปจำกัด (มหาชน) หรือ TU ปิดบัญชีไตรมาส 4 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยผลงานที่น่าประทับใจ โดยมีรายได้รวมแตะระดับ 130,279 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 11,980 ล้านบาท พร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 19.2% จากปีก่อนที่อยู่ที่ 18.9% แม้จะเผชิญแรงกดดันจากตลาดสหรัฐฯ และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น แต่กลยุทธ์การปรับโครงสร้างธุรกิจและการควบคุมต้นทุนอย่างมีระบบกลับกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญของผลประกอบการ
"เราไม่ได้แค่ลดต้นทุน เราเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจให้ชัดเจน ด้วยการยุตินิติบุคคลกิจการที่ไม่เกี่ยวข้อง และโฟกัสที่ Core Business เท่านั้น"
จุดเปลี่ยนสำคัญของ TU ในปีนี้คือการประกาศยุตินิติบุคคลธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจอาหารแปรรูปในปากวนกินีและปากีสถาน รวมถึงธุรกิจอาหารเสิร์ฟในประเทศไทย และบริษัทร่วมด้านส่วนประกอบอาหาร เพื่อให้ทุกทรัพยากรหมุนเวียนไปยังกลุ่มธุรกิจหลักอย่าง Petcare และ Value Added ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 21–23% โดยธุรกิจ Core มียอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 52,000 ล้านบาท และเติบโตได้ 4.2% เทียบปีก่อน แม้ธุรกิจ Ambient จะลดลงเล็กน้อยที่ 38,000 ล้านบาท หรือลดลง 1.8% และ Frozen Value Added อยู่ที่ 26,000 ล้านบาท แต่ก็เติบโตได้ 3.5% สะท้อนความยืดหยุ่นของพอร์ตโฟลิโอ
"โครงการโซน่าและเทลวินไม่ใช่แค่เรื่องต้นทุน แต่คือการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร — จากการกระจาย กลายเป็นการรวมศูนย์อย่างมีประสิทธิภาพ"
ต้นทุนการดำเนินงานถูกควบคุมได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากโครงการโซน่า ที่ช่วยลดต้นทุนได้ถึง 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 และโครงการเทลวินที่เสร็จสิ้นในปีเดียวกัน คาดว่าจะลดต้นทุนเพิ่มอีกครึ่งหนึ่งในปี 2569 หรือราว 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับอัตราการใช้จ่ายต่อรายได้ (SG&A to Sales) ที่ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 13.8% ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกของประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
"เรามีเป้าหมายรายได้โต 3–4% ในปี 2569 และตั้งใจจะให้ Core Business คิดเป็น 23–25% ของพอร์ตโฟลิโอภายในปี 2572"
ในระยะยาว TU วางเป้าหมายชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ Petcare และ Value Added ที่จะขยายสัดส่วนรายได้จากปัจจุบันไปสู่ระดับ 23–25% ของพอร์ตโฟลิโอภายในปี พ.ศ. 2572 พร้อมกับเป้าหมายรายได้โตเฉลี่ย 3–4% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยมุ่งเน้นการขยายตลาดในยุโรปและสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวหลังนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ปรับตัวเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2569
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- มีการปรับโครงสร้างธุรกิจในปีนี้หรือไม่? มี — ยุตินิติบุคคลธุรกิจที่ไม่ใช่ Core Business เช่น อาหารแปรรูปในปากวนกินี/ปากีสถาน และธุรกิจอาหารเสิร์ฟในไทย
- แผนลดต้นทุนมาจากไหน? จากโครงการโซน่า (ลด 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568) และเทลวิน (คาดลดเพิ่มอีก 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2569)
- ธุรกิจ Ambient และ Frozen มีแนวโน้มอย่างไร? Ambient เติบโตต่ำกว่าเป้าหมายจากแรงต้านในยุโรป/สหรัฐฯ แต่ Frozen มีแนวโน้มดีขึ้นตามความต้องการในยุโรป
- เป้าหมายของ Petcare และ Value Added? ตั้งเป้าให้คิดเป็น 23–25% ของพอร์ตโฟลิโอภายในปี 2572
- เหตุผลที่ลดทุนแทนซื้อหุ้นคืน? เพราะผลประกอบการไม่สอดคล้องกับราคาตลาด — การลดทุนช่วยปรับ EPS และสะท้อน fundamental ที่แข็งแรง
- ผลกระทบจากสงครามกลางเมดิเตอร์เรเนียน? ไม่มีผลกระทบโดยตรง เพราะรายได้จากภูมิภาค Middle East คิดเป็นเพียง 3–4% ของรายได้รวม และเส้นทางขนส่งหลักไม่ผ่านแหลมฮอร์โมส
- แนวโน้มรายได้ไตรมาส 1/2569 เปรียบเทียบกับไตรมาส 4/2568? ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน แต่คาดว่าจะเติบโตตามเป้า 3–4% โดยเฉพาะหลังไตรมาส 2
ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของ TU ในปี 2568 — ไม่ใช่แค่การปรับโครงสร้าง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกที่ส่งผลต่อทุกมิติของธุรกิจ โดยเฉพาะตัวเลขที่สะท้อนความแข็งแกร่ง: รายได้ 130,279 ล้านบาท, กำไรสุทธิ 11,980 ล้านบาท, อัตรากำไรขั้นต้น 19.2%, และ Net Debt to Equity ที่อยู่ที่ 1.18x — ทุกตัวเลขคือเครื่องหมายของความมั่นคงในยุคเปลี่ยนผ่าน