https://aio.panphol.com/assets/images/community/16498_4AF933.png

VIH เติบโตฉุดไม่อยู่! รายได้ปี 2568 แตะ 3,100 ล้าน กำไรสุทธิพุ่ง 38.7% จากศูนย์สมอง-หัวใจระดับท็อป

P/E 12.76 YIELD 4.44 ราคา 9.00 (0.00%)

VIH เติบโตฉุดไม่อยู่! รายได้ปี 2568 แตะ 3,100 ล้าน กำไรสุทธิพุ่ง 38.7% จากศูนย์สมอง-หัวใจระดับท็อป

บริษัทศรีวิชัยเวชวิวัฒน์จำกัด (มหาชน) หรือ VIH โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีรายได้รวมแตะระดับ 3,100 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้าที่ 2,864 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 8.9% YoY พร้อมกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 38.7% YoY สะท้อนความสำเร็จในการบริหารต้นทุนและการเพิ่มมูลค่าบริการผ่านกลยุทธ์เฉพาะทางอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเปิดศูนย์สมองและระบบประสาทวิชาเวช อ้อมน้อย พร้อมเครื่องมือเทคโนโลยีระดับสากล เช่น MRI, CT และ Biplane DSA ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการรักษาโรคซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“การเติบโตของ VIH ไม่ใช่แค่จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น แต่คือการเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจจากโรงพยาบาลทั่วไป มาเป็นศูนย์กลางการรักษาโรคเฉพาะทางระดับสูง”

จุดเปลี่ยนสำคัญของ VIH คือการยกระดับศักยภาพด้านการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะในช่วง “golden period” ที่ต้องรีบดำเนินการภายในไม่กี่นาที เพื่อป้องกันภาวะสมองตายถาวร ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขการเบิกจ่ายแอชชันอาร์ดับบลิว (Action ARD) ในไตรมาส 4 ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 24.68% ซึ่งไม่ได้เกิดจากจำนวนผู้ป่วยเพิ่ม แต่เป็นผลจากความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“รายได้จากประกันสังคมเติบโต 24.68% ใน Q4 ไม่ใช่เพราะผู้ป่วยมากขึ้น แต่เพราะเราทำให้การรักษาโรคซับซ้อนมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากขึ้น”

ในแง่กลยุทธ์ Core Business ที่ประกอบด้วยโรงพยาบาลวิชัยเวช อ้อมน้อย สมุทรสาคร และหนองแถม ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากศูนย์หัวใจและศูนย์สมองที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ส่วน Non-Core Business เช่น คลินิกกุมารเวช และศูนย์ใต้เทียม กลับเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก เช่น การเกิดโรคระบาดในเด็ก และการปิดศูนย์ใต้เทียมชั่วคราว ทำให้ผลประกอบการลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนปรับโครงสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง

“เงินสดในมือแข็งแกร่งจะถูกใช้ 50% เพื่อลงทุนโรงพยาบาลใหม่ และอีก 50% สำหรับ M&A โรงพยาบาลขนาดเล็กในโซนฝั่งคนบุรี เพื่อขยายเครือข่ายอย่างมีกลยุทธ์”

ในด้านการเงินและกลยุทธ์ระยะยาว VIH ตั้งเป้าหมายชัดเจนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะสั้นเน้นการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มโรคซับซ้อน ขณะที่ระยะยาวมุ่งเปิด ศูนย์ Neurology Center ในไตรมาสแรกของปี 2569 เพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มนักเรียนและผู้ป่วยซับซ้อนที่ต้องการการดูแลเฉพาะทาง นอกจากนี้ บริษัทยังไม่มีแผนปรับราคาบริการในปีนี้ แต่จะปรับตามอัตราเงินเฟ้อเพื่อรักษาสมดุลต้นทุน

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • รายได้จากประกันสังคมเติบโต 24.68% ใน Q4 เพราะอะไร? เกิดจากการเบิกจ่ายแอชชันอาร์ดับบลิวเพิ่มขึ้น ไม่ใช่จำนวนผู้ป่วยเพิ่ม
  • ศูนย์สมองและหัวใจมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างไร? มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากบริการ Neural Intervention ที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
  • การเลื่อนเปิดโรงพยาบาลใหม่ไปปี 2569 ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาหรือไม่? ไม่มีผล เพราะจ้างที่ปรึกษาแบบแพ็กเกจ ไม่ขึ้นกับไทม์เฟรม
  • เงินสดในมือจะใช้ไปไหนบ้าง? แบ่งครึ่ง: หนึ่งส่วนลงทุนโรงพยาบาลใหม่ อีกส่วนใช้ M&A โรงพยาบาลเล็กในโซนฝั่งคนบุรี
  • ภูมิรัฐศาสตร์กระทบต้นทุนอ้อมอย่างไร? มีผลกระทบทางอ้อม เช่น ขาดแคลนยาจากพื้นที่ขัดแย้ง แต่บริษัทเพิ่มสต็อกและเปลี่ยนผู้จัดจำหน่ายแล้ว
  • ผลประกอบการ Q1 2569 เติบโตเท่าไร? เติบโตอย่างต่อเนื่องทั้ง YoY และ QoQ โดยเฉพาะจากประกันสังคมและเวชภัณฑ์ที่เบิกได้มากขึ้น
  • มีการปรับราคาบริการหรือไม่? ปรับตามเงินเฟ้อทุกปี เพื่อรับมือต้นทุนค่าใช้จ่าย
  • ผลกระทบของ co-payment ต่อรายได้? มีผลกระทบชั่วคราวต่อคลินิกกุมารเวช แต่ในระยะยาวยังควบคุมได้

VIH ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลที่เติบโตทางตัวเลข แต่เป็นผู้นำที่เปลี่ยนแปลงโมเดลการดูแลสุขภาพในไทยด้วยเทคโนโลยีและกลยุทธ์เฉพาะทาง โดยมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง มีเงินสดในมือเพียงพอ และวางเป้าหมายชัดเจนในการขยายเครือข่ายและสร้างศูนย์รักษาโรคซับซ้อนระดับท็อป ทั้งหมดนี้ทำให้ VIH เป็นหนึ่งในหุ้นที่น่าจับตาในกลุ่มสุขภาพที่เติบโตอย่างมีคุณภาพ

โพสต์ล่าสุด
บทความ
วันนี้ 10:49 น.
PTTEP OPPDAY Summary 2568 Q4