บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
ทุ่ม 200 ล้านขยายสาขา 6 แห่ง! TNP ปี 2568 รายได้ทะลุ 3,190 ล้าน กำไรสุทธิ 213 ล้าน โต 7.6% จากปีก่อน
P/E 10.54 YIELD 3.75 ราคา 2.80 (0.00%)
ทุ่ม 200 ล้านขยายสาขา 6 แห่ง! TNP ปี 2568 รายได้ทะลุ 3,190 ล้าน กำไรสุทธิ 213 ล้าน โต 7.6% จากปีก่อน
บริษัทธนพิริยะจำกัด (มหาชน) หรือ TNP โชว์ฟอร์มร้อนแรงในไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมียอดขายรวมแตะระดับ 3,190 ล้านบาท ขยายตัวจากปีก่อนหน้าถึง 7.6% พร้อมทำกำไรสุทธิได้ 213 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 330 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่ยังคงขับเคลื่อนด้วยสาขาเดิมที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 4 ที่ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ขยายตัวได้ถึง 12.2% จากแรงหนุนของนโยบายรัฐบาลและกำลังซื้อผู้บริโภคที่เริ่มฟื้นตัว
“การเติบโตของ SSSG ถึง 12.2% ในไตรมาสที่ 4 ไม่ใช่แค่โชค แต่เป็นผลจากกลยุทธ์การบริหารค่าใช้จ่ายที่ลดลงเหลือเพียง 9.2% จากเดิม 10.4% ซึ่งช่วยให้กำไรขยับตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ”
การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องถือเป็นหัวใจหลักของแผนงานในปีนี้ โดยเฉพาะในภูมิภาคเหนือที่เปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 6 แห่ง ครอบคลุมจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา ซึ่งถือเป็นการขยายฐานลูกค้าอย่างเป็นระบบและมีแผนรองรับโลจิสติกส์สำหรับรองรับการเติบโตได้มากกว่า 70 สาขาในอนาคต พร้อมทั้งใช้งบลงทุนรวม 200 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 130 ล้านบาทสำหรับการขยายสาขา และอีก 70 ล้านบาทสำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซล) เพื่อลดต้นทุนระยะยาว
“เราไม่ได้เปิดสาขาเพื่อเพิ่มพื้นที่ แต่เพื่อสร้างระบบกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโตของยอดขายในระดับ 3,900–4,500 ล้านบาทภายใน 3 ปีข้างหน้า”
แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากภัยแล้ง สงครามโลก และการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นจากผู้ประกอบการรายใหม่ โดยเฉพาะในเชียงใหม่และพะเยา แต่ TNP ยังคงรักษาอัตรากำไรได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะจากการบริหารค่าใช้จ่ายที่ดี และการรับมือกับความผันผวนของราคาสินค้าผ่านระบบโลจิสติกส์ที่ปรับตัวได้ดี แม้จะมีข้อกังวลเรื่องผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง แต่บริษัทยืนยันว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้ยังต่ำ และมีแผนสำรองเช่น การเติมน้ำมันในพื้นที่อื่นเพื่อลดความเสี่ยง
“สาขาเชียงใหม่ยังไม่ถึง 5% ของยอดขายเชียงรายในปีนี้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ในพื้นที่ใหม่ เราไม่ได้หวังผลลัพธ์ในปีแรก แต่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน”
ในระยะยาว TNP ตั้งเป้าหมายให้ยอดขายรวมเพิ่มขึ้นเป็น 3,900–4,500 ล้านบาทภายในอีก 3 ปี และขยายจำนวนสาขาให้ครบ 80 แห่ง พร้อมทั้งยังคงเน้นการลงทุนในระบบดิจิทัล การบริหารโลจิสติกส์ และการเสริมศักยภาพของทีมงานในภูมิภาคใหม่ เพื่อรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีแผนย้ายหุ้นจาก MAI มา SET แม้จะมีข้อเสนอแนะจากนักลงทุน และยังไม่ได้มีการนำเสนอเข้าบอร์ดบริษัทในเรื่องนี้
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- ยอดขายสาขาใหม่โตไหม? ตอบ: มีผลตอบรับดีในไตรมาสที่ 4 จากนโยบายรัฐบาลและกำลังซื้อผู้บริโภคที่ฟื้นตัว
- สาขาเชียงใหม่โตเท่าเชียงรายไหม? ตอบ: ยังไม่ถึง 5% ของยอดขายเชียงรายในปีนี้ แต่มีเป้าหมายเติบโตระยะยาว
- งบลงทุน 200 ล้านบาท ใช้ไปไหน? ตอบ: 130 ล้านบาทขยายสาขา, 70 ล้านบาทโซลาร์เซล
- มียอดขายเป้าหมายใน 3 ปีไหม? ตอบ: เป้าหมายรายได้ 3,900–4,500 ล้านบาท และจำนวนสาขา 80 แห่ง
- มีแผนย้ายตลาดหลักทรัพย์ไหม? ตอบ: ยังไม่มีข่าว และยังไม่ได้มีการนำเสนอเข้าบอร์ดบริษัท
- ผลกระทบจากสงครามโลก? ตอบ: สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่ำ แต่มีแผนสำรองเช่นเติมน้ำมันในพื้นที่อื่น
- รองรับสาขาได้กี่แห่ง? ตอบ: รองรับได้มากกว่า 70 สาขา โดยเน้นโลจิสติกส์และระบบกระจายสินค้า
- การแข่งขันเพิ่มขึ้นจะกระทบไหม? ตอบ: เป็นเรื่องปกติ บริษัทเตรียมรับมือด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดและบริการ
- การเลือกตั้งส่งผลต่อยอดขายไหม? ตอบ: มีผลบวกต่อความมั่นใจของผู้บริโภค โดยเฉพาะครึ่งปีหลัง
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า TNP ไม่ได้เติบโตด้วยปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่เติบโตด้วยกลยุทธ์ที่มีโครงสร้างรองรับ และขับเคลื่อนด้วยตัวเลขที่ชัดเจน — จากรายได้ 3,190 ล้านบาท กำไร 213 ล้านบาท ไปจนถึงเป้าหมายยอดขาย 4,500 ล้านบาทในอีก 3 ปีข้างหน้า ทุกตัวเลขคือแผนที่วางไว้ล่วงหน้า และทุกจุดหมายคือการสร้างความยั่งยืนในตลาดค้าปลีกภาคเหนือ