บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
IVF ปีงบ 2568 ขาดทุน 1.7 พันล้าน แต่จุดเปลี่ยนใหญ่เริ่มต้นจาก “เทคโนโลยี-ตลาดต่างชาติ-กลยุทธ์ M&A”
P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 0.77 (0.00%)
IVF ปีงบ 2568 ขาดทุน 1.7 พันล้าน แต่จุดเปลี่ยนใหญ่เริ่มต้นจาก “เทคโนโลยี-ตลาดต่างชาติ-กลยุทธ์ M&A”
บริษัท อินสไปร์ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) หรือ IVF ปิดงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยผลประกอบการที่น่าจับตา: รายได้รวมแตะระดับ 161,870 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ 159,000 ล้านบาท หรือเติบโตเพียง 1.8% แต่กลับเผชิญภาวะขาดทุนสุทธิสูงถึง 17,370 ล้านบาท จากกำไรสุทธิในปีก่อนหน้าที่ 21,800 ล้านบาท สะท้อนความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบการเดินทางของลูกค้าต่างชาติ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 80–90% ของรายได้หลัก โดยเฉพาะจากตลาดอินเดียและจีนที่หดตัวลงอย่างชัดเจน
"การขาดทุนในปีนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่คือราคาที่เราจ่ายเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่"
แม้กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) จะดิ่งลงอย่างรุนแรงจาก 23,960 ล้านบาท เป็น -3,480 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนจากทุน (ROE) ยังติดลบที่ -3.19% จากปีก่อนที่ 15.4% แต่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือการลงทุนอย่างหนักในกลยุทธ์ X-Planned Framework ที่วางรากฐานเพื่อการเติบโตแบบครบวงจร โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี เช่น การใช้ Ambient Scope Plus, S&P Array และระบบ AI-powered sperm selection ที่ช่วยยกระดับอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ให้สูงถึง 76% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ประมาณ 50%
"เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือสิ่งที่ทำให้ IVF เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับโลก"
บริษัทเร่งขยายระบบนิเวศสุขภาพผ่านแนวคิด XHealth ครอบคลุมบริการเสริมอย่าง Wellness, Women’s Health และ Preventive Care แม้ในปี 2568 รายได้จาก Non-Core Business จะลดลงจากภาวะลูกค้าหลักเดินทางเข้ามาใช้บริการน้อยลง แต่โครงสร้างพื้นฐานและระบบดิจิทัลที่พัฒนาไปแล้ว พร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางและ CLMV ที่มีแผนขยายเครือข่ายผ่านพันธมิตรในโอมาน และเป้าหมายเพิ่มลูกค้าจาก GCC (6 ประเทศ) อย่างต่อเนื่อง
"XCapital ไม่ใช่แค่ M&A แต่คือการสร้าง Healthcare Platform ที่สามารถเชื่อมโยงบริการทั้งหมดเข้าด้วยกัน"
การลงทุนเชิงกลยุทธ์ผ่าน XCapital เริ่มเห็นความคืบหน้าชัดเจน โดยเฉพาะกรณี UMA ที่อยู่ระหว่างการทำ due diligence และคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนเมษายน 2568 ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโครงสร้างธุรกิจแบบ Inorganic ที่สามารถเร่งการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน อัตราหนี้สินต่อทุน (Debt/Equity) เพิ่มขึ้นจาก 0.10 เป็น 0.13 สะท้อนการก่อหนี้เพื่อขยายธุรกิจ แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- อัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ของ IVF อยู่ที่เท่าไหร่? อยู่ที่ 76% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมประมาณ 50% และได้รับมาตรฐานระดับสากล เช่น AACI, ISO 9001 และ TMOS
- แผน M&A (UMA) เดินหน้าอย่างไร? อยู่ระหว่าง due diligence และคาดว่าจะเสร็จภายในเดือนเมษายน 2568 ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการ
- เศรษฐกิจโลกกระทบ IVF มากน้อยแค่ไหน? มีผลกระทบจำกัด เนื่องจากกลุ่มลูกค้าผู้มีบุตรยากมีกำลังซื้อสูง และแนวโน้มการแต่งงานช้าลงเพิ่มความต้องการบริการ
- เป้าหมายรายได้ 3 ปีข้างหน้ามาจากไหน? มาจาก 3 มิติ: (1) การเติบโตของ Treatment Cycle ในไทยและต่างประเทศ (2) การขยาย Ecosystem สู่ Wellness และ Women’s Health (3) การเติบโตแบบ Inorganic จาก M&A
- เป้าหมายลูกค้าต่างชาติในอนาคตคืออะไร? เพิ่มจำนวนจากภูมิภาค GCC และ CLMV โดยเฉพาะการตลาดที่มีประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่น
- เป้าหมายระยะสั้น (2026–2028): รายได้รวมเพิ่มเป็น 250,000 ล้านบาท, Treatment Cycle เพิ่มเป็น 180 ครั้งในปี 2569 และ 200 ครั้งในปี 2570, อัตรา EBITDA Margin เพิ่มเป็น 20–25%
- เป้าหมายระยะยาว (2028): ROE เพิ่มเป็น 15%, มูลค่าตลาดเติบโตสู่ระดับ 115% จากฐานปัจจุบัน
สิ่งที่ต้องจับตามอง
- การเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง
- พฤติกรรมผู้บริโภคจากภาวะเศรษฐกิจโลก
- การแข่งขันจากบริษัทรักษาผู้มีบุตรยากระดับสากลที่พัฒนาเทคโนโลยีใหม่
IVF ยังคงเป็นหนึ่งในผู้นำด้านรักษาผู้มีบุตรยากระดับโลก แม้ปีงบ 2568 จะขาดทุนสูง แต่การลงทุนในเทคโนโลยี การขยายตลาดต่างชาติ และกลยุทธ์ M&A สะท้อนแผนระยะยาวที่ชัดเจน อนาคตของ IVF ไม่ได้วัดแค่กำไรปีนี้ แต่วัดที่โครงสร้างธุรกิจที่สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว