https://aio.panphol.com/assets/images/community/16051_A2E555.png

AU ปี 2568: รายได้รวมยังคงที่ 1,126 ล้าน แต่ Non-Cafe พุ่งสู่ 30% ขับเคลื่อนอนาคต

P/E 19.66 YIELD 5.08 ราคา 4.92 (0.00%)

AU ปี 2568: รายได้รวมยังคงที่ 1,126 ล้าน แต่ Non-Cafe พุ่งสู่ 30% ขับเคลื่อนอนาคต

บริษัทอาฟเตอร์ยูจำกัด (มหาชน) หรือ AU ปิดบัญชีงวดปีพ.ศ. 2568 ด้วยตัวเลขที่น่าจับตา: รายได้รวมยังคงอยู่ที่ระดับ 1,126 ล้านบาท แม้จะไม่เติบโตจากปีก่อนหน้า แต่สัดส่วนรายได้จากช่องทางนอกคาเฟ่ (Non-Cafe) พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 30% จากเดิมเพียง 25% ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัท โดยเฉพาะจากเครื่องดื่มพร้อมช่วยเหลือ (RTD) และการขายผ่าน modern trade เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น ที่เริ่มเห็นผลชัดเจนในไตรมาสสุดท้ายของปี

"Non-Cafe ไม่ใช่แค่ช่องทางเสริม แต่คือหัวใจใหม่ของการเติบโตในอนาคต"

แม้กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) และกำไรสุทธิจะยังคงอยู่ที่ระดับ 204 ล้านบาทต่อปี — ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า — แต่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการลดพึ่งพาคาเฟ่เพียงอย่างเดียว ซึ่งในปี 2568 สัดส่วนรายได้จากคาเฟ่ลดลงเหลือเพียง 70% จากเดิม 75% ขณะที่ Non-Cafe ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่ม RTD และ catering ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ประมาณ 61.7% ใกล้เคียงกับ Core ที่ 65.7%

"การลดต้นทุนโครงสร้างใน Non-Cafe คือกุญแจสำคัญที่ทำให้โมเดลใหม่เติบโตได้อย่างยั่งยืน"

บริษัทเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยการปิดสาขาในพื้นที่ไม่ Perform เช่น สาขาระยองในปีก่อนหน้า เพื่อลดต้นทุนค่าเช่าและแรงงาน โดยเน้นการขยายตัวในพื้นที่ที่มี Traffic สูงและมีศักยภาพในการสร้างยอดขาย เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมวางแผนเปิดสาขา After You อีก 6–8 แห่งภายในปีงบประมาณ 2569 โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้าและ community mall ในจังหวัดที่มีประชากรหนาแน่น เช่น เชียงใหม่ พัทยา และหาดใหญ่

"การขยายตัวในฟิลิปปินส์และเวียดนามไม่ใช่แค่เรื่องตลาด แต่คือการวางรากฐานแบรนด์ในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง"

ในแง่การเติบโตต่างประเทศ AU เริ่มทดลองโมเดลธุรกิจในฟิลิปปินส์ และเริ่มสำรวจโอกาสในเวียดนามและมาเลเซีย โดยเลือกประเทศเหล่านี้จากปัจจัยเชิงภูมิศาสตร์ ประชากรหนาแน่น และพฤติกรรมการบริโภคที่คล้ายคลึงกับไทย พร้อมวางเป้าหมายระยะยาวให้รายได้จากต่างประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2569 เป็นต้นไป

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • รายได้รวมยังคงที่ 1,126 ล้านบาท แต่ Non-Cafe เพิ่มเป็น 30% — หมายความว่าอะไร?
    หมายถึง การเติบโตไม่ได้เกิดจากยอดขายคาเฟ่เพิ่มขึ้น แต่เกิดจากการกระจายสินค้าผ่านช่องทางใหม่ เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น และ modern trade โดยเฉพาะเครื่องดื่มพร้อมช่วยเหลือ (RTD) ที่มีศักยภาพในการขยายตัวสูง
  • ทำไมจึงเลือกเปิดสาขาในเชียงใหม่ พัทยา และหาดใหญ่?
    เพราะพื้นที่เหล่านี้มีประชากรหนาแน่น มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์ (lifestyle) สูง และมีศักยภาพในการสร้างยอดขายจากกลุ่มลูกค้าที่เน้นความสะดวกและประสบการณ์
  • สินค้าเรือธงใหม่ใน modern trade จะเปิดตัวเมื่อใด?
    ยังไม่มีข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับ SKU และช่องทางเปิดตัว แต่บริษัทมีแผนจะเปิดตัวในปีงบประมาณ 2569 โดยเน้นกลุ่มลูกค้าสายโซเชียลมีเดียและไลฟ์สไตล์
  • การปรับราคาจะกระทบลูกค้าหรือไม่?
    บริษัทมีนโยบายปรับราคาอย่างระมัดระวัง โดยให้เป็นทางเลือกสุดท้าย และเน้นการปรับเมนูและส่วนผสมเพื่อลดต้นทุนแทน การปรับราคาจะกระทบลูกค้าน้อยที่สุด
  • แผนปิดสาขาในต่างจังหวัดมีผลต่อภาพรวมอย่างไร?
    แม้จะลดจำนวนสาขา แต่ช่วยลดต้นทุนโครงสร้าง และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยเน้นการขยายตัวในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงกว่า

แม้จะเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว นักท่องเที่ยวหดตัว และค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น แต่ AU ยังคงรักษาระดับกำไรที่ 204 ล้านบาท และเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจจาก “ฐานคาเฟ่” มาเป็น “ระบบการกระจายสินค้าครบวงจร” ที่เน้น Non-Cafe เป็นศูนย์กลางการเติบโต พร้อมวางรากฐานการขยายต่างประเทศในฟิลิปปินส์และเวียดนาม — สะท้อนว่า บริษัทไม่ได้แค่ปรับตัว แต่กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจเพื่ออนาคตอย่างมีเป้าหมาย

โพสต์ล่าสุด