https://aio.panphol.com/assets/images/community/15909_15DE0C.png

PDJ ปี 2568 ขาดทุน 350 ล้านบาท หลังทองคำพุ่ง 60% แต่กลยุทธ์ใหม่หวังฟื้นยอดขายโต 24% ในไทย

P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 0.92 (0.00%)

PDJ ปี 2568 ขาดทุน 350 ล้านบาท หลังทองคำพุ่ง 60% แต่กลยุทธ์ใหม่หวังฟื้นยอดขายโต 24% ในไทย

บริษัทแพรนด้าจิวเวลรี่จำกัด(มหาชน) หรือ PDJ รายงานผลประกอบการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 อย่างไรก็ตาม ภาพรวมกลับสะท้อนความท้าทายครั้งใหญ่เมื่อรายได้รวมแตะระดับ 3,887 ล้านบาท แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ 2,845 ล้านบาท แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ กำไรสุทธิกลับติดลบถึง 350 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขาดทุนสูงสุดในรอบหลายปี โดยสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของราคาทองคำที่พุ่งขึ้นกว่า 60% ในช่วง พ.ศ. 2567–2568 ส่งผลให้บริษัทขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์ทองคำในงบกำไรขาดทุนรวมถึง 300 ล้านบาท พร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 22.55% จาก 20.57% ในปีก่อน แสดงถึงความพยายามในการบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวด

“แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่ขาดทุนจากทองคำ 300 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิกลับติดลบ 350 ล้านบาท — นี่คือบทเรียนของความผันผวนที่ไม่สามารถควบคุมได้”

ทั้งนี้ กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) หดตัวอย่างรุนแรงจาก 126 ล้านบาทในปีก่อนเหลือเพียง 15 ล้านบาท โดยเฉพาะในธุรกิจฐานการผลิต (Production) ที่มีสัดส่วนรายได้ลดลงจาก 64% เป็น 60% ขณะที่กลยุทธ์ omnichannel กลับเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจาก 36% เป็น 40% สะท้อนถึงความสำเร็จในการปรับตัวของช่องทางการขายออนไลน์และร้านค้าแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแผนฟื้นฟูในปีนี้

“การลดจำนวนสาขาจาก 60 เป็น 52 แห่ง พร้อมปรับโครงสร้างสินค้าใหม่ คือก้าวสำคัญที่ทำให้ omnichannel กลับมาเติบโตได้ในไตรมาส 4 และ Q1 ปี 2568”

PDJ เร่งปรับตัวด้วยการเปลี่ยนกลยุทธ์จากโฟกัสเพียงเครื่องประดับทองคำ 24K มาสู่การผสมผสานผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น Sterling Silver และคอลเลกชัน 9K ที่เน้นการออกแบบร่วมกับศิลปินไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและผู้บริโภคระดับกลางที่เริ่มให้ความสนใจสินค้าราคาประหยัดแต่มีเอกลักษณ์ ซึ่งช่วยเพิ่ม engagement และ repeat purchase ได้อย่างมีนัยสำคัญ

“การใช้ศิลปินไทยร่วมออกแบบ ไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์ แต่คือการสร้างความแตกต่างในตลาดที่แข่งขันสูง”

เป้าหมายระยะสั้นของ PDJ ในไตรมาสแรกถึงสามของปี 2568 คือการฟื้นฟูยอดขายในประเทศไทยให้เติบโตอย่างน้อย 24% โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าใหม่และช่องทาง omnichannel ส่วนเป้าหมายระยะยาวในปี 2569 เป็นต้นไป คือการขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคอินเดียและเวียดนาม พร้อมเสริมประสิทธิภาพการกระจายสินค้าและการร่วมมือกับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ขณะเดียวกันต้องจับตาความผันผวนของราคาทองคำที่อาจกระทบต่อต้นทุนผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • ทำไม PDJ ถึงขาดทุน 350 ล้านบาท แม้รายได้เพิ่มขึ้น? เนื่องจากขาดทุนจากการปรับมูลค่าทองคำในงบกำไรขาดทุนรวม 300 ล้านบาท จากการใช้ Gold Loan เป็นเครื่องมือจัดการสินค้าคงคลัง และผลกระทบจากราคาทองคำพุ่งขึ้นกว่า 60% ในช่วง พ.ศ. 2567–2568
  • กลยุทธ์ใหม่ของ PDJ คืออะไร? เปลี่ยนโฟกัสจากทองคำ 24K มาสู่การผสมผสานผลิตภัณฑ์ เช่น Sterling Silver, 9K และคอลเลกชันร่วมกับศิลปินไทย เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ เช่น นักท่องเที่ยวจีนและผู้บริโภคระดับกลาง
  • เป้าหมายยอดขายในปี 2568 คือเท่าไร? ตั้งเป้าเติบโตอย่างน้อย 24% ในธุรกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่ม omnichannel และสินค้าใหม่
  • ทำไมการลดสาขาจาก 60 เป็น 52 แห่ง ถือว่าสำคัญ? เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน และปรับโครงสร้างธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลง
  • ภัยคุกคามหลักในอนาคตคืออะไร? ความผันผวนของราคาทองคำ การแข่งขันจากคู่แข่งที่ปรับราคาและเปิดตัวสินค้าใหม่เร็วกว่า และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาสนใจเครื่องประดับราคาประหยัดมากขึ้น

โพสต์ล่าสุด
บทความ
2 วันที่แล้ว 08:02 น.
BCH กำไร Q1/69 ลดลง! ASPS หั่นเป้าเหลือ 11 บาท