https://aio.panphol.com/assets/images/community/15358_8BDBE2.png

หุ้น DDD ปี 2568: รายได้ลดลงแต่กำไรยังทรงตัว จุดเปลี่ยนจากส่งออกสู่ตลาดในประเทศ

P/E 26.21 YIELD 3.10 ราคา 5.80 (0.00%)

หุ้น DDD ปี 2568: รายได้ลดลงแต่กำไรยังทรงตัว จุดเปลี่ยนจากส่งออกสู่ตลาดในประเทศ

บริษัทผู้นำด้านสินค้าอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ (FMCG & Equipment) อย่าง DDD รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 หรือ ค.ศ. 2025 ด้วยรายได้รวม 1,343 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าที่ 1,427 ล้านบาท หรือคิดเป็นการหดตัว 5.9% อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังคงแสดงความมั่นคง โดยกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) ยังคงอยู่ที่ระดับ 1,160 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 1,189 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 68 ล้านบาท แม้จะลดลงจาก 72 ล้านบาทในปีก่อน แต่สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงถึง 97 ล้านบาท

“รายได้รวมอาจหดตัว แต่ Core Profit ยังคงทรงตัว — นั่นคือสัญญาณของความมั่นคงในโครงสร้างธุรกิจ”

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่สะท้อนภาพการปรับตัวของ DDD คือ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินงานในตลาดต่างประเทศ จากเดิมเป็นบริษัทร่วมทุน มาสู่การขายผ่านตัวแทนจัดจำหน่าย ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากส่งออกลดลงอย่างชัดเจน จาก 31% เหลือเพียง 20% ของรายได้รวม ขณะที่สัดส่วนรายได้จากภายในประเทศกลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Equipment ที่เพิ่มสัดส่วนจาก 37% เป็น 40% และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 59% จาก 57% ในปีก่อน บ่งชี้ถึงการปรับพอร์ตโฟลิโอให้มีมาร์จิ้นสูงขึ้น

“การลดพึ่งพาตลาดต่างประเทศ และเน้น Equipment ที่มีมาร์จิ้นดี — คือกลยุทธ์ที่ทำให้ DDD ยังคง ‘กำไร’ ได้แม้รายได้หดตัว”

ภายในกลุ่ม FMCG แบรนด์หลักยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดย Sparco ครองสัดส่วนรายได้ 36% และ Oxicure อยู่ที่ 20% ส่วน Concealer คิดเป็น 10% ขณะที่ในกลุ่ม Equipment Luxa Char และ Jason ต่างก็ครองสัดส่วนรายได้ 36% ทั้งคู่ สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ระดับไฮเอนด์ในตลาด ทั้งนี้ การเติบโตของแบรนด์ภายในประเทศ เช่น Sparco และ Oxicure ช่วยผลักดันรายได้ FMCG เพิ่มขึ้นราว 14% ในปีนี้ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากคู่แข่งในตลาดออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น

“TikTok, Shopee, Lazada — ไม่ใช่แค่ช่องทางขาย แต่คือสนามรบของแบรนด์ใหม่ในยุคดิจิทัล”

กลยุทธ์การตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ยังคงเป็น Growth Driver หลัก โดยเฉพาะ TikTok ที่มีศักยภาพในการสร้าง viral content และดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ส่วน Shopee และ Lazada ก็ยังคงเป็นช่องทางหลักในการขยายฐานลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายระยะสั้น (1–3 ปี) ให้รายได้จากช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 25% ของรายได้รวม และมุ่งขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะฟิลิปปินส์และเวียดนาม พร้อมเตรียมจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้ว

“ไม่ใช่แค่ขายของ — แต่คือการสร้างระบบนิเวศแบรนด์ในตลาดใหม่”

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • โครงการ M&A ในปี 2569 เป็นไปได้หรือไม่? มีการดำเนินการอยู่แล้ว โดยดีลรีเจนเสร็จสิ้นแล้วประมาณ 80% และอยู่ระหว่างประเมินศักยภาพของธุรกิจใหม่เพื่อเสริมพอร์ตโฟลิโอในกลุ่ม Static House
  • สัดส่วนรายได้ของแต่ละแบรนด์เป็นเท่าไหร่? FMCG: Sparco (36%), Oxicure (20%), Concealer (10%); Equipment: Luxa Char (36%), Jason (36%), Standard (10%)
  • ช่องทางใดเป็น Growth Driver หลักในปี 2569? TikTok, Shopee และ Lazada คือหัวใจของการเติบโตออนไลน์
  • มีแผนขยายตลาดต่างประเทศหรือไม่? มีแผนเข้าไปในฟิลิปปินส์และเวียดนาม โดยใช้โมเดลธุรกิจเดียวกับไทย และเตรียมจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้ว
  • มีแผนเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในกลุ่ม Lifestyle หรือไม่? มีแผนเปิดตัวแบรนด์ระดับไฮเอนด์จากอิตาลีชื่อ Black & Accessories ในปลายปี 2569 – เริ่มปี 2570 เพื่อเสริมพอร์ตโฟลิโอและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ในกลุ่มนี้

ทั้งนี้ เป้าหมายระยะยาว (5–7 ปี) คือ การเสริมพอร์ตโฟลิโอด้วยแบรนด์ระดับโลกจากยุโรปและเอเชีย เพื่อสร้างภาพลักษณ์เป็นผู้นำในกลุ่มสินค้าความงามและความงามชีวิต ขณะที่สิ่งที่ต้องจับตาคือ ความสำเร็จของ M&A, การขยายตลาดต่างประเทศ และการเติบโตของแบรนด์ใหม่อย่าง Black & Accessories ที่อาจเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของ DDD จากผู้ผลิตสินค้าในประเทศ สู่ผู้เล่นระดับภูมิภาค

โพสต์ล่าสุด