บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
TPIPP ปี 2568 ปิดฉากยุคถ่านหิน ผลักดันพลังงานขยะ-แสงอาทิตย์ เติบโตทั้งรายได้และกำไร
P/E 7.34 YIELD 3.54 ราคา 1.98 (0.00%)
TPIPP ปี 2568 ปิดฉากยุคถ่านหิน ผลักดันพลังงานขยะ-แสงอาทิตย์ เติบโตทั้งรายได้และกำไร
บริษัท ทีพีไอโพลีนเพาเวอร์ จำกัด (TPIPP) ปิดฉากปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยความสำเร็จระดับประวัติศาสตร์ หลังยุติการใช้ถ่านหินในโรงไฟฟ้าทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ โดยเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากบอยเลอร์ถ่านหินมาเป็นบอยเลอร์ขยะทั้งสามเครื่อง (A, B และ C) สำเร็จภายในปีเดียวกัน ส่งผลให้โครงสร้างพลังงานของบริษัทเปลี่ยนผ่านจาก “เชื้อเพลิงฟอสซิล” เป็น “พลังงานหมุนเวียนจากขยะ” อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมประกาศเป้าหมายการผลิตไฟฟ้ารวมสูงถึง **541 เมกะวัตต์ (MW)** สิ้นปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก **484 MW** ในปีก่อนหน้าอย่างชัดเจน
“เราไม่ได้แค่เปลี่ยนพลังงาน — เราเปลี่ยนวิถีการใช้ทรัพยากรของประเทศ”
แม้รายได้รวมในปี 2568 จะลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากขาด Adder และราคาเอฟทีปรับตัวลดลง แต่กลับเห็นการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อย่างมั่นคง ทะลุระดับ **3,700 ล้านบาท** และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง **2,200 ล้านบาท** ทั้งนี้ สัดส่วนพลังงานขยะในโครงสร้างการผลิตเพิ่มขึ้นจาก **~30% ในปี 2567** เป็น **100% ในปี 2568** สะท้อนความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์อย่างครบวงจร
“รายได้อาจลด แต่กำไรเพิ่ม — เพราะเราไม่ได้ผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินอีกต่อไป”
การเติบโตของ Core Profit เกิดจากกลไกภายในที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการลดต้นทุนเชื้อเพลิงได้อย่างมีนัยสำคัญ หลังเปลี่ยนมาใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิงหลัก ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า **200 ล้านบาทต่อปี** นอกจากนี้ การลงทุนในโซลาร์ฟาร์มเฟสที่ 4 และระบบจัดเก็บพลังงาน (Battery Storage) ที่เสร็จสมบูรณ์ในปีเดียวกัน ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง Q4 ที่ EBITDA เพิ่มขึ้นจาก Q3 จากการรับสตีมฟรีจากการเท็จรันบอยเลอร์ทั้งสามเครื่อง
“การลงทุน 2,400 ล้านบาทในปีนี้ จะสร้าง EBITDA เพิ่มขึ้น 2,100 ล้านบาทต่อปี — คืนทุนภายใน 3 ปี”
แม้จะเผชิญกับอุปสรรคภายนอกหลายประการ เช่น การขาด Adder, อุณหภูมิสูงในฤดูร้อน และผลกระทบจากน้ำท่วมพื้นที่ขยะสงขลา ซึ่งทำให้คุณภาพขยะลดลงชั่วคราว แต่บริษัทสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยเริ่มรับขยะชุมชนปกติตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 และเจรจาขออนุญาตไม่รับขยะน้ำท่วมแล้ว ส่วนผลกระทบจากความต้องการไฟฟ้าภายในบริษัทแม่ (TPI Group) ที่ลดลงบางส่วน ก็ถูกชดเชยด้วยการขยายโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง
“เราไม่ได้ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง — เราผลิตเพื่ออนาคตของประเทศ”
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- ทำไมกำไรเพิ่มขึ้นแม้รายได้รวมลดลง? เนื่องจากบริษัทเปลี่ยนมาใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิงหลัก ลดต้นทุนเชื้อเพลิงได้มากกว่า 200 ล้านบาทต่อปี และรับสตีมฟรีจากการเท็จรันบอยเลอร์ทั้งสามเครื่องในไตรมาส 3 ส่งผลให้ต้นทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4
- มีโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มในปี 2568 กี่แห่ง? มีการ COD สองโครงการหลัก: โซลาร์ฟาร์มเฟสที่ 4 (เสร็จ ธ.ค. 2568) และโรงไฟฟ้าขยะมุกดาหาร (COD ต.ค. 2568)
- ผลกระทบจากน้ำท่วมสงขลามีมากแค่ไหน? มีผลกระทบชั่วคราวต่อคุณภาพขยะ (ความชื้นสูง-ดินปน) ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตลดลง แต่บริษัทปรับตัวเร็ว รับขยะปกติได้ตั้งแต่มีนาคม 2568
- การลงทุน 2,400 ล้านบาท จะส่งผลต่อปีหน้าอย่างไร? คาดว่าจะเพิ่ม EBITDA ได้ประมาณ 2,100 ล้านบาทต่อปี ภายใน 3 ปี
- จ่ายปันผลไหมในปีนี้? ยังคงนโยบายเดิม โดยคาดว่าจะจ่ายปันผลได้ประมาณครึ่งหนึ่งของกำไรสุทธิ (2,200 ล้านบาท) หรือราว 1,100 ล้านบาท
ทั้งนี้ TPIPP ยังคงเดินหน้าตามแผนระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายในปี 2569–2573 ให้เป็นผู้นำด้าน Waste-to-Energy ในประเทศไทย และเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิตอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งขยายโครงสร้างพลังงานขยะไปยังภาคอุตสาหกรรมและชุมชนทั่วประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้าง “Zero Waste, Zero Emission Ecosystem” อย่างแท้จริง