เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ITC Q2/2569 กำไรสุทธิโต 21.3% รับอานิสงส์รายได้ปกติพุ่ง-ได้คืนภาษีสหรัฐฯ
ข่าวสาร

ITC Q2/2569 กำไรสุทธิโต 21.3% รับอานิสงส์รายได้ปกติพุ่ง-ได้คืนภาษีสหรัฐฯ

ITC P/E 16.08 YIELD 5.00
67 นาที 13:09 น. 0 ความเห็น

รายได้จากการดำเนินงานปกติเติบโตเด่น 8.8% ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุงเพิ่ม 20.1% สะท้อนการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์พรีเมียม

บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 844 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายตามงบการเงินจะลดลงเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาจากรายได้จากการขายจากการดำเนินงานปกติ (Normalised Sales) พบว่ามีการเติบโตที่แข็งแกร่งถึง 8.8% โดยปัจจัยหลักมาจากความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่งในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ประสบความสำเร็จ ฝ่ายบริหารยังคงเน้นย้ำถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์การยกระดับคุณค่าผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้แข็งแกร่ง

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ITC ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตของรายได้จากการขายจากการดำเนินงานปกติ (Normalised Sales) ที่แข็งแกร่งถึง 8.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ควบคู่ไปกับการ รักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงที่ 29.7% (24.0% จากการดำเนินงานปกติ) ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิปรับปรุง (Adjusted Net Profit) เติบโตถึง 20.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง แม้จะมีรายการพิเศษจากการได้รับคืนภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อตัวเลขตามงบการเงิน

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • การเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานปกติ: มาจากการตอบรับที่ดีของผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPDs) และผลิตภัณฑ์ขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Treats) ที่เติบโตโดดเด่นถึง 62.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน รวมถึงความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่งจากลูกค้าหลักในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียมและผลิตภัณฑ์โภชนาการที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การปรับสูตรผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และการขยายฐานลูกค้าในตลาดยุโรปก็มีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโต
  • อัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง: ได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้าพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง การบริหารต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้โครงการ Tailwind รวมถึงการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังลูกค้าได้ตามเงื่อนไขทางการค้า ซึ่งจะเริ่มสะท้อนเต็มที่ในไตรมาส 3 ปี 2569 แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทและบรรจุภัณฑ์ แต่การบริหารจัดการที่ดีช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับสูง

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายบริหารได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากการขายสกุลเงินเหรียญสหรัฐสำหรับปี 2569 เป็น 17-20% จากเดิม 9-12% และคงเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นที่ 23-25% สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มธุรกิจที่แข็งแกร่ง จากการขยายฐานลูกค้า นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และการเพิ่มสัดส่วนสินค้าพรีเมียม นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่และโครงการเชิงพาณิชย์จำนวนมากที่เตรียมส่งมอบในไตรมาสถัดไป ซึ่งช่วยเพิ่มความชัดเจนต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานระยะสั้น โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่คาดว่าจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/2569 เติบโต 21.3% YoY อยู่ที่ 844 ล้านบาท
  • รายได้จากการขายจากการดำเนินงานปกติ (Normalised Sales) เติบโต 8.8% YoY อยู่ที่ 4,869 ล้านบาท
  • อัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปกติ (Normalised Gross Profit Margin) อยู่ที่ 24.0%
  • กำไรสุทธิปรับปรุง (Adjusted Net Profit) เติบโต 20.1% YoY อยู่ที่ 964 ล้านบาท
  • การได้รับคืนภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลบวกต่อกำไร แต่ส่วนใหญ่ส่งต่อให้ลูกค้าตามเงื่อนไข
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Treats) เติบโตโดดเด่น 62.3% YoY
  • ฝ่ายบริหารปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ปี 2569 (USD) เป็น 17-20%

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 ITC มีรายได้จากการขายตามงบการเงินอยู่ที่ 4,530 ล้านบาท ลดลง 12.4% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 1.3% จากปีก่อน หากพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขายจากการดำเนินงานปกติ (Normalised Sales) จะอยู่ที่ 4,869 ล้านบาท ลดลง 5.9% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 8.8% จากปีก่อน โดยการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนมาจากความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่งและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ขณะที่การลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนเกิดจากความแตกต่างของจังหวะการส่งมอบสินค้าและปรับสูตรผลิตภัณฑ์

กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% จากไตรมาสก่อน และ 20.2% จากปีก่อน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 29.7% หากพิจารณาจากกำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปกติ อยู่ที่ 1,170 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 24.0% ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าเนื่องจากแรงกดดันด้านต้นทุน

กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 802 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% จากไตรมาสก่อน และ 21.6% จากปีก่อน โดยอัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 17.7%

กำไรสุทธิอยู่ที่ 844 ล้านบาท ลดลง 3.1% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 21.3% จากปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 18.6% หากไม่รวมค่าใช้จ่ายโครงการ Transformation กำไรสุทธิปรับปรุงอยู่ที่ 964 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1% จากปีก่อน แต่ลดลง 2.7% จากไตรมาสก่อน

สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้จากการขายจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้น 15.1% จากปีก่อน เป็น 10,043 ล้านบาท กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 13.4% เป็น 2,428 ล้านบาท (อัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปกติ 24.2%) กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 28.2% เป็น 1,564 ล้านบาท และกำไรสุทธิปรับปรุงเพิ่มขึ้น 22.5% เป็น 1,955 ล้านบาท

โอกาส

  • การเติบโตของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม: แนวโน้ม Pet Humanization และ Premiumization ยังคงแข็งแกร่งทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป
  • นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (NPDs): บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ใหม่และโครงการเชิงพาณิชย์จำนวนมากที่เตรียมส่งมอบ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะสั้น
  • การขยายฐานลูกค้า: การได้มาซึ่งลูกค้าใหม่ในตลาดยุโรป และการเติบโตของกลุ่มลูกค้า Private Label ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป
  • การปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ปี 2569: สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริหารต่อศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง

ความเสี่ยง

  • ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและค่าขนส่งทั่วโลก
  • ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/2569
  • แรงกดดันด้านต้นทุน: แม้จะเริ่มผ่อนคลายลง แต่ต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และบรรจุภัณฑ์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
  • การแข่งขันด้านราคา: โดยเฉพาะในบางตลาดของภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย
  • มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ: แม้คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงต้องติดตามพัฒนาการ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • การส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น: ผลกระทบจากการปรับราคาขายที่จะเริ่มสะท้อนเต็มที่ในไตรมาส 3/2569
  • การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง: ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
  • ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPDs): และการตอบรับของตลาดต่อผลิตภัณฑ์กลุ่มพรีเมียมและขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง
  • การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน: เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวน
  • การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ BEPS 2.0 Pillar Two: และผลกระทบต่ออัตราภาษีที่แท้จริง

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)

  • ราคาวัตถุดิบ/สินค้า: แรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทและบรรจุภัณฑ์ยังคงมีอยู่ แต่เริ่มผ่อนคลายลง ราคาขายสินค้าพรีเมียมและขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงมีอัตรากำไรสูงกว่า
  • Volume: ปริมาณการขายโดยรวมใน Q2/2569 ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ Q1/2569 แต่เติบโต 3.4% YoY โดยภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียมีการเติบโตของปริมาณขายที่โดดเด่น 16.9% YoY
  • GPM: อัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 24.0% ใน Q2/2569 ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน แต่ยังคงแข็งแกร่ง การเพิ่มสัดส่วนสินค้าพรีเมียมช่วยหนุน GPM
  • ช่องทางขาย: การเติบโตของรายได้จากการขายในกลุ่ม Brand Importers เพิ่มขึ้น 8.0% QoQ และ 4.3% YoY ขณะที่กลุ่ม Private Label ลดลง 1.1% YoY
  • สต็อก: ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะใน MD&A
  • อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: รายได้จากการขายในสกุลเงินบาทเติบโต 8.8% YoY ใน Q2/2569 ขณะที่รายได้จากการขายในสกุลเงินเหรียญสหรัฐเติบโต 13.0% YoY การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้การเติบโตในสกุลบาทต่ำกว่า
  • ฤดูกาลผลิต: ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะใน MD&A

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 28,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากสิ้นปี 2567 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและเงินลงทุนระยะสั้น ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 4,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.5% จากสิ้นปี 2567 โดยส่วนใหญ่เกิดจากเจ้าหนี้การค้าที่เกี่ยวข้องกับการคืนภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และหนี้สินอนุพันธ์ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 23,788 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.2% จากการจ่ายเงินปันผล

กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิอยู่ที่ 1,769 ล้านบาท ลดลงจากการนำสภาพคล่องไปลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน ทำให้มีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 3,324 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 1,368 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากการจ่ายปันผล) บริษัทฯ ยังคงมีสภาพคล่องที่แข็งแกร่งจากการถือครองเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง

อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.2 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ

สรุปท้าย

ITC ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจกำไรอยู่ที่การเติบโตของรายได้จากการขายจากการดำเนินงานปกติที่แข็งแกร่งและการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูง ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์พรีเมียมและผลิตภัณฑ์ใหม่ แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและรายการพิเศษจากการคืนภาษีนำเข้า แต่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพทำให้กำไรสุทธิปรับปรุงเติบโตอย่างน่าพอใจ ฝ่ายบริหารได้ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ปี 2569 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง โดยต้องจับตาการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตในระยะยาว

ยังไม่มีความคิดเห็น