บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
PTTEP กำไร Q4/25 ฟื้นตัว แต่ปี 2569 ส่อแววกดดันจากราคาน้ำมัน
P/E 7.96 YIELD 7.86 ราคา 122.50 (0.00%)
BYD ประเมิน PTTEP กำไรสุทธิ Q4/25 ที่ 16.7 พันล้านบาท แม้ราคาน้ำมันกดดัน แต่ปริมาณขายเพิ่มช่วยพยุงรายได้ คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 126 บาท
ไฮไลท์สำคัญ
- PTTEP ได้รับการจัดอันดับ SET ESG Rating ที่ระดับ AAA
- คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q25 เติบโต 32% QoQ แต่ลดลง 9% YoY
- ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวยังเป็นปัจจัยถ่วงหลัก
- คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 126.00 บาท อ้างอิงวิธีประเมินมูลค่า EV/EBITDA ที่ 2.3 เท่า
ปริมาณขายเพิ่มช่วยพยุงรายได้
BYD คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q25 ของ PTTEP จะอยู่ที่ 16.7 พันล้านบาท (-9% y-y, +32% q-q) โดยมีรายการพิเศษรวมราว 3.7 พันล้านบาท ประกอบด้วยกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging) ประมาณ 0.94 พันล้านบาท และ กำไรจากการเข้าซื้อโครงการทูอัทราว 2.5 พันล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 0.3 พันล้านบาท เมื่อปรับรายการพิเศษออก BYD ประเมินว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 13.0 พันล้านบาท (-25% y-y, +7% q-q) ด้านรายได้คาดว่าจะอยู่ที่ 64.0 พันล้านบาท (-17% y-y, -7% q-q) โดยการอ่อนตัวของราคาน้ำมันยังเป็นปัจจัยถ่วงหลัก อย่างไรก็ดีปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นสู่ราว 540 kboed จาก 510 kboed ช่วยพยุงฐานรายได้ใน 4Q25 จากราคาน้ำมันดิบ Dubai ที่อ่อนตัวลงเฉลี่ยราว 64 ดอลลาร์/บาร์เรล(จาก 67 ดอลลาร์/บาร์เรล ใน 3Q25) และราคาก๊าซอยู่ที่ประมาณ 5.7 ดอลลาร์/mmbtu (จาก 5.8 ดอลลาร์/mmbtu ใน 3Q25)
ปัจจัยหลักที่ช่วยเพิ่มปริมาณขาย ได้แก่ ปริมาณ Crude load ที่เพิ่มขึ้นจากแหล่งตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชีย, การรับรู้ส่วนแบ่งผลผลิตเต็มไตรมาสจากการลงทุนในโครงการต่างประเทศ โดยเฉพาะในแถบแอลจีเรียและ MTJDA และการเรียกปริมาณก๊าซเพิ่มขึ้นเทียบกับไตรมาส 3 เนื่องจากโรงแยกก๊าซและโรงไฟฟ้าไม่มีการปิดซ่อมบำรุง
BYD คาดว่าผลประกอบการทั้งปี 2025 มีแนวโน้มสูงกว่าประมาณการเดิมราว 10% โดยได้แรงหนุนหลักจากรายการพิเศษใน 4Q25E ที่ออกมาดีกว่าคาด อย่างไรก็ดีกำไรจากการดำเนินงานปกติยังคงสอดคล้องกับประมาณการเดิม ในเชิงมหภาคทิศทางราคาน้ำมันยังคงอ่อนตัวต่อเนื่องจากปี 2025 ภายใต้ภาวะ อุปทานส่วนเกินซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะปรับลดลงต่ำกว่า 60 ดอลลาร์/บาร์เรล ในระยะถัดไป โดยแรงกดดันด้านอุปทานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากอุปทานใหม่ที่อาจทยอยเข้าสู่ตลาดโลกจากฝั่งสหรัฐฯ–เวเนซุเอลา ส่งผลให้ราคาพลังงานมีความเสี่ยงขาลง (Downside risk) ในระยะกลางถึงยาว ผลกระทบต่อบริษัทเนื่องจากรายได้จากน้ำมันคิดเป็นราว 30% ของปริมาณการขายขณะที่อีกประมาณ 70% เป็นก๊าซธรรมชาติซึ่งราคายังคงทรงตัวในกรอบ 5.7 ดอลลาร์/mmbtu
ความอ่อนไหวต่อราคาน้ำมัน
BYD ประเมินว่าราคาน้ำมันในปี 2026 มีแนวโน้มอ่อนตัวในกรอบราว 55 ดอลลาร์/บาร์เรล และอาจปรับลดลงต่อเนื่องสู่ระดับประมาณ 50 ดอลลาร์/บาร์เรลในปี 2027 ภายใต้สมมติฐานที่ปริมาณขายยังคงเป็นไปตามแผนของบริษัท BYD ประเมินว่าภาวะราคาดังกล่าวจะส่งผลให้กำไรสุทธิปรับลดลงราว 8% ในปี 2026 และ 12% ในปี 2027
คำแนะนำและราคาเป้าหมาย
BYD ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ PTTEP ที่ราคาเป้าหมาย 126.00 บาท อ้างอิงวิธีประเมินมูลค่า EV/EBITDA ที่ 2.3 เท่า โดยมองว่าผลประกอบการใน 4Q25 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากรายการพิเศษซึ่งช่วยพยุงกำไรสุทธิในระยะสั้น ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปกติยังมีแนวโน้มทรงตัวจากแรงกดดันด้านราคาน้ำมันและก๊าซที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ดีสถานการณ์ Oversupply ในตลาดพลังงานโลกจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อผลการดำเนินงานในปี 2026