บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
IVF กำไรหด! ไตรมาส 3 ขาดทุน 3.64 ล้านบาท รายได้วูบ เหตุเศรษฐกิจซบเซา ฉุดบริการ Anti-Aging
P/E -100.00 YIELD 3.00 ราคา 0.80 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) หรือ IVF เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 3.64 ล้านบาท ลดลงถึง 180% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 4.55 ล้านบาท รายได้รวมลดลง 30.42% เหลือ 18.55 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากบริการ Anti-Aging ชะลอตัวเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ
รายได้และกำไรที่ลดลง
IVF รายงานรายได้จากการขายและให้บริการในไตรมาส 3 ปี 2568 ที่ 18.55 ล้านบาท ลดลง 30.42% จาก 26.66 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2567 อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 ที่มีรายได้ 14.43 ล้านบาท พบว่ารายได้เพิ่มขึ้น 28.55% สำหรับงวด 9 เดือน ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 49.81 ล้านบาท ลดลง 40.19% จาก 83.28 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปี 2567 กำไรขั้นต้นลดลง 51.95% ในไตรมาส 3 และ 66.85% ในรอบ 9 เดือน
ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบคือ การลดลงของรายได้จากบริการ Anti-Aging โดยเฉพาะ NAD+ และ DFPP ซึ่งเป็นหัตถการที่มีมูลค่าสูง แต่ลูกค้าลดการใช้บริการเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจากการเดินทางเพื่อเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมวิชาชีพ และการปรับเพิ่มค่าตอบแทนบุคลากร
สถานะทางการเงิน
สินทรัพย์รวมของ IVF ลดลงเล็กน้อยจาก 635.69 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2567 เป็น 605.97 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 หนี้สินรวมลดลงจาก 78.11 ล้านบาท เป็น 72.69 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 557.58 ล้านบาท เป็น 533.28 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนคงที่ที่ 0.14 เท่า อัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจาก 30.80 เท่าเป็น 33.96 เท่า อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ลดลงจาก 5.45% เป็น -1.92% และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ลดลงจาก 6.03% เป็น -2.34%
สรุปและข้อสังเกต
ผลประกอบการของ IVF ในไตรมาส 3 ปี 2568 ไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยมีรายได้และกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการ Anti-Aging และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร อย่างไรก็ตาม ฐานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ต่ำและอัตราส่วนสภาพคล่องที่สูง
ข้อสังเกตเพิ่มเติมคือ การที่บริษัทมีวงจรเงินสดติดลบ แสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถเก็บเงินจากลูกค้าได้เร็วกว่าการจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่การลดลงของอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์และส่วนของผู้ถือหุ้น สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการทำกำไรของบริษัทในปัจจุบัน