https://aio.panphol.com/assets/images/community/10877_DCA00F.png

TU เจอพิษบาทแข็ง-ภาษีสหรัฐฯ ฉุดกำไร Q3/68 วูบ! BYD หั่นเป้าเหลือ 15.80 บาท

P/E 9.46 YIELD 6.07 ราคา 11.80 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ

THAI UNION GROUP (TU) กำไร Q3/2568 ส่อแววชะลอตัว เหตุเจอผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า และภาระภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น แม้รายได้รวมยังเติบโตได้เล็กน้อย โบรกเกอร์ BYD ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568-69 ลง พร้อมหั่นราคาเป้าหมายใหม่เหลือ 15.80 บาท

ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ฉุดกำไร Q3/68

BYD คาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานของ TU ใน Q3/2568 จะชะลอตัวลงทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (q-q) และปีต่อปี (y-y) แม้คาดว่ารายได้จะเติบโต 6% q-q และ 2% y-y เป็น 3.55 หมื่นล้านบาท จากการฟื้นตัวของทุกธุรกิจ โดยเฉพาะอาหารสัตว์เลี้ยง แต่การเติบโตยังต่ำกว่าที่ควร เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นยังมีแนวโน้มลดลง q-q เหลือ 18.5% จากต้นทุนทูน่าเฉลี่ยที่สูงขึ้น และภาระภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ BYD ประเมินกำไรเบื้องต้นใน Q3/2568 จะอยู่ที่ 1.17 พันล้านบาท ลดลง 8% q-q และ 16% y-y โดยมองว่าผลประกอบการใน Q4/2568 ยังคงได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ แม้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมีโอกาสเติบโต แต่ธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปยังมีความเสี่ยงจากการปรับขึ้นราคาขายที่ล่าช้า ซึ่งอาจกระทบต่อความต้องการบริโภค

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568-69

BYD ได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2568 และ 2569 ลง 10% และ 9% ตามลำดับ เหลือ 4.45 พันล้านบาท และ 5.08 พันล้านบาท โดยปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปลงจาก 22% เป็น 21% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทสำหรับปี 2568 และ 2569 ลดลงเหลือ 18.8% และ 18.9% ตามลำดับ

คงคำแนะนำ "ซื้อ" แต่ปรับลดราคาเป้าหมาย

ถึงแม้จะมีการปรับลดประมาณการกำไร แต่ BYD ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ TU โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 15.80 บาทต่อหุ้น (จากเดิม 17.40 บาท) อิงจากกำไรต่อหุ้นปี 2569 ที่ 12.0 เท่า โดยราคาเป้าหมายนี้สะท้อนถึง EPS ที่เพิ่มขึ้นจากโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 และ 4 จำนวน 600 ล้านหุ้น และการเตรียมลดทุนในอนาคต

โพสต์ล่าสุด