https://aio.panphol.com/assets/images/community/10876_369034.png

TU: ไทยยูเนี่ยนเผชิญความท้าทาย! Maybank ปรับลดคำแนะนำเป็น "ถือ"

P/E 9.46 YIELD 6.07 ราคา 11.80 (0.00%)

Maybank ประเมิน TU เจอปัญหาความต้องการอาหารทะเลลดลงจากราคาที่สูงขึ้น

ปรับลดคำแนะนำ

Maybank ปรับลดคำแนะนำสำหรับ TU เป็น "ถือ" จากเดิม "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมาย 12.90 บาท อิงวิธี SOTP (Sum-of-the-parts) เนื่องจากมองว่าราคาเป้าหมายมีอัพไซด์จำกัด และมีความเสี่ยงจากความต้องการอาหารทะเลที่ลดลงจากราคาขายที่สูงขึ้น อันเป็นผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

ผลประกอบการ 3Q68

Maybank คาดการณ์กำไรสุทธิหลักของ TU ใน 3Q68 อยู่ที่ 1.179 พันล้านบาท ลดลง 11% YoY และ 7% QoQ แม้ยอดขายมีแนวโน้มเติบโต 5% YoY และ 9% QoQ จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่ม (ยกเว้นสินค้าแปรรูปมูลค่าเพิ่ม) แต่ถูกหักล้างด้วยผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เอื้ออำนวย และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงเหลือ 18.5% จาก 19.5% ใน 3Q67 และ 19.7% ใน 2Q68 เนื่องจากแรงกดดันด้านภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น

ข้อสังเกต

Maybank มองว่ายอดขายปี 69 ของ TU มีความเสี่ยง เนื่องจากอาหารทะเลแช่แข็ง (29% ของรายได้ 1H68) และอาหารทะเลกระป๋อง OEM (21%) ถูกมองว่าเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่สามารถทดแทนได้ด้วยโปรตีนราคาถูกกว่า ทำให้ความต้องการสินค้าถูกกระทบจากราคาที่สูงขึ้นได้มากกว่า ในขณะที่อาหารสัตว์เลี้ยง (14%) มีความอ่อนไหวต่อราคาน้อยกว่า

นอกจากนี้ ราคาทูน่าที่ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนกันยายน อาจส่งผลกระทบต่อ GPM ใน 4Q25E เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น

สรุป

Maybank ปรับลดคำแนะนำ TU เป็น "ถือ" ด้วยราคาเป้าหมาย 12.90 บาท โดยมองว่ามีอัพไซด์จำกัดจากราคาเป้าหมาย และมีความเสี่ยงจากความต้องการอาหารทะเลที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ยังคงแนะนำ "ถือ" จากผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจราว 5% ในปี 68–70 และมูลค่าหุ้นที่ไม่แพง (P/E 13.2 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 5 ปี)

ทั้งนี้ Maybank ยังคงเลือก ITC เป็นหุ้นเด่น โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 69 ที่แข็งแกร่งกว่า (10% เทียบกับ TU ที่ 7%) และความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีความทนทานต่อการปรับราคาที่มากกว่า

โพสต์ล่าสุด