HPT โชว์ผลงานครึ่งปีแรก ปี 2568 ท่ามกลางความท้าทาย เศรษฐกิจโลกผันผวน

P/E 11.20 YIELD 6.56 ราคา 0.34 (0.00%)

HPT โชว์ผลงานครึ่งปีแรก ปี 2568 ท่ามกลางความท้าทาย เศรษฐกิจโลกผันผวน

สวัสดีนักลงทุนทุกท่าน วันนี้เป็น Opportunity Day ของ Home Pottery จำกัด มหาชน หรือ HPT ดิฉันจวัน ชาวกิติโสภณ รองกรรมการ ผู้บริหารของบริษัท วันนี้จะมาเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในครึ่งปีแรกของปี 2568 ก่อนอื่นจะขอเล่าถึงธุรกิจของ Home Pottery เผื่อบางท่านที่ยังไม่เคยรู้ว่า Home Pottery ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร

บริษัท Home Pottery จำกัด มหาชน ธุรกิจหลักของเราคือผู้ผลิตเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร จานชามเซรามิก เริ่มต้นคือเราทำเซรามิกเนื้อ Fine China ซึ่งเป็นหนึ่งใน Porcelain ซึ่งเป็น Tier บนของ Porcelain ถ้าเทียบกับ Porcelain ทั่วๆไป Fine China จะมีสีขาวนวล แวววาว สีเหมือน Bone China แต่ราคาจะย่อมเยากว่า มีคุณสมบัติที่ชัดเจนคือมีความทนทานสูง ดังนั้นจึงเป็นที่นิยมที่จะใช้ในโรงแรมและร้านอาหาร ที่ผ่านมา และในตัว Fine China เอง บริษัทก็มีแบรนด์เป็นของตัวเองชื่อว่าแบรนด์ Petal

ธุรกิจหลักของเรา หลักๆจานชามของเราจะส่งไปยังต่างประเทศกว่า 80% กลุ่มลูกค้าจะเป็นผู้นำเข้า หรือเป็น Holceller ในแต่ละประเทศ นำไปกระจายให้ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือร้านอาหาร หลักๆเราเริ่มทำตลาดในกลุ่มครัวเรือนมากขึ้น กลุ่มที่นำเข้าเซรามิกเหล่านี้ก็จะนำไปให้ห้างสรรพสินค้าหรืออื่นๆ โดยพันธกิจของ HPT คือ Industrial Craft Ceramic for Quality Living Bending Design Durability and Happiness คือเราผลิตเซรามิกในเชิงอุตสาหกรรมก็จริง แต่เรามีการเพิ่มมูลค่า คือเราเรียก Product ของเราว่าเป็น Industrial Craft ถ้าติดตามชิ้นงานของ HPT จะเห็นว่าเซรามิกของเราผลิตด้วยกรรมวิธีเป็นแบบอุตสาหกรรม ได้คุณภาพมาตรฐาน แต่ยังคงความเป็นงานศิลปะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะใช้งานในโรงแรม ร้านอาหาร หรือใช้งานในบ้าน ก็มีดีไซน์ แล้วก็มีความทนทาน แล้วก็สอดคล้องไปกับความสุขกับการรับประทานอาหาร อันนี้คือพันธกิจของเรา

HPT จะมีธุรกิจ เป็นบริษัทย่อย ชื่อว่า Central Hospitality ซึ่ง Central Hospitality จะเน้นกลุ่มลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งเราจะขายเป็นลักษณะ B2B คือขายให้กับคนที่ประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม หรือร้านอาหาร หรือว่าเป็น โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ หรือที่ใดก็ตามที่ประกอบอาหารในเชิงธุรกิจ Central Hospitality ก็จะเป็น คนที่ Supply อุปกรณ์ครัวครบวงจร จากทั่วทุกมุมโลกมาให้ ครบพร้อมสำหรับธุรกิจบริการด้านอาหาร

วันนี้หลักๆที่จะมาเล่าจะมีอยู่ 3 เรื่องด้วยกันใน Presentation นี้ อันดับแรกเราจะพูดเกี่ยวกับภาพรวมธุรกิจครึ่งปีแรกของปี 2568 แล้วก็ผลงานของครึ่งปีแรกที่ผ่านมา แล้วก็เรื่องเป้าหมายและกลยุทธ์ที่เราตั้งไว้สำหรับในปี 68 นี้

สำหรับปี 68 ถือว่าเป็นปีที่ค่อนข้างท้าทาย สำหรับคนที่ประกอบธุรกิจ ไม่ว่าธุรกิจอะไรก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับด้านส่งออก เพราะว่าอย่างครึ่งปีแรกจะเห็นว่า ที่เป็นที่น่ากังวลในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาของเราก็จะเป็นเกี่ยวกับอัตราภาษี นำเข้าของสหรัฐอเมริกา ที่มีการ มีการ ปรับ เปลี่ยน ซึ่งตอนแรกประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบ เพราะว่ามีอัตราภาษีนำเข้าถึง 36% ด้วยกัน แต่ตอนนี้เราปรับ เมื่อ 1 สิงหาคมที่ผ่านมาก็คือเข้าไตรมาส 3 เป็นอยู่ที่ 19% ซึ่งถามว่า Home Pottery ถ้าเกิดว่าในช่วงครึ่งปีแรกถามว่าอย่างตอนนี้อัตราภาษีอยู่ที่ 19% ก็จริง แต่ว่าช่วงครึ่งปีแรกที่มีความไม่ชัดเจนเนี่ย ทางลูกค้า อย่างทางอเมริกาเนี่ยก็จะเป็นลูกค้าที่ ส่งออกเป็นอันดับ 2 ของ Home Pottery อันดับแรกของเราจะเป็นยุโรป อันดับ 2 จะเป็นอเมริกา ในช่วงครึ่งปีแรก ในความที่ไม่ชัดเจนเนี่ยก็จะทำให้ลูกค้าเนี่ย มีการ Hold Order นะคะ เพื่อรอความชัดเจนของอัตราภาษีนำเข้า ดังนั้นในช่วงครึ่งปีแรกถามว่าออเดอร์ที่เข้า Home Pottery มาเนี่ยมีการชะลอตัวในครึ่งปีแรก ก็อาจจะเกิดมาจากสาเหตุนี้ แล้วก็ในส่วนของ ในส่วนของ อัตราภาษีนำเข้าเนี่ย นอกจากนี้ก็ยังมีในส่วนของยุโรป ซึ่งยุโรปเนี่ย จะเป็นในส่วนของเรื่องสงคราม สงครามที่รัสเซีย ยูเครน ก็ทำให้เศรษฐกิจของยุโรปค่อนข้างซบเซา ก็ค่อนข้างกระทบกับ การจำหน่ายสินค้าไปยังประเทศเหล่านี้

ถัดมาอีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้ทุกท่านมาดูในช่วงภาพรวมของครึ่งปีแรก จากกราฟนี้ ในส่วนที่ วงสีแดงไว้อันนี้จะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน US ดอลลาร์ เทียบกันในช่่วงเดียวกันของ ปีที่แล้วกับปีนี้นะคะ จะสังเกตเห็นว่าอัตราการแลกเปลี่ยน เงิน ในช่วงของปี 2568 เนี่ย ลดลงอย่างมากนะคะ ซึ่งอย่าง Home Pottery มีการกระจายการขายสินค้าในหลายอัตราค่าเงิน แต่ยังไง US ดอลลาร์ หรือแม้กระทั่งสไลด์ถัดมาที่เป็นยูโรเนี่ย ก็จะเห็นว่ามีการลดลง ที่เราแลกเป็นไทยบาทได้ลดลง ก็อันนี้ก็จะเป็นในส่วนอีกส่วนหนึ่งที่กระทบกับ รายได้โดยตรงของ ของธุรกิจที่ส่งออกแล้วก็ขายเป็นค่าเงินต่างประเทศ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมต่างๆที่ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับปัจจัยภายนอกนะคะ เป็น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับ เป็นเป็นระดับภูมิภาค ที่ดิฉันมาอัปเดตว่า HPT นี้เรา เราผ่านอะไรมา แต่ในขณะเดียวกัน Home Pottery เองก็มีการ ปรับตัวนะคะ อันนี้จะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการเพิ่มกำลังการผลิตนะคะ ถ้าทุกท่านที่ติดตามผลงานของ Home Pottery เนี่ย ก็จะได้ทราบว่า Home Pottery เดิมอ่ะทำโรงงาน จานชามเนื้อ Fine China แล้วก็ที่ผ่านมาเรามีการร่วมมือกับพันธมิตร เราก็เลยมีการขายสินค้า Stoneware เพิ่มเข้ามาด้วย ประมาณหลายปี จนเรามีฐานลูกค้าที่ ซื้อ Stoneware อย่างสม่ำเสมอ หลังจากที่ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรมาเนี่ย จนบริษัทเริ่มมั่นใจในการขายสินค้า Stoneware ไปในกลุ่มลูกค้าที่เราได้จำหน่ายไปแล้วเนี่ย บริษัทจึงได้ดำเนินการ เช่าโรงงาน โรงงานเซรามิก เมื่อมกราคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่ง การเช่าโรงงานนี้จะทำให้การผลิตสินค้า Stoneware ของบริษัททำได้ปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น แล้วก็รายได้ก็จะเพิ่มขึ้นจากการผลิตเซรามิก Stoneware เองนี้ด้วยเช่นกัน โดยโรงงานที่ได้รับการเช่าอยู่เนี่ยมีพื้นที่ทั้งหมด 38 ไร่ 2 งาน แล้วก็สามารถรองรับการผลิตชิ้นงานอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นโรงงานที่ไซซิ่งในการผลิตค่อนข้างใหญ่ โดยปัจจุบันตั้งแต่เราเริ่มเช่ามาเนี่ย จนประมาณครึ่งปี ก็สามารถผลิตอยู่ได้ประมาณ 5 ล้าน 5 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งในอนาคตบริษัทก็ประเมินว่าเราสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตได้มากขึ้นอีกค่ะ เพราะว่าตอนที่เราเริ่มเข้ามาเช่าเนี่ยมันจะต้องมีการปรับปรุงลายผลิตต่างๆ ให้สอดคล้องกับกระบวนการผลิตปัจจุบัน แล้วก็มีการซ่อมแซมเครื่องจักร แล้วก็อาคารให้ให้เหมาะสมกับการผลิตชิ้นงานค่ะ อันนี้ก็เป็น เป็นข่าวดีอันหนึ่งสำหรับ Home Pottery ดังนั้นในช่วงปลายปีก่อนก็เคยมีการกล่าวถึงมาแล้วเกี่ยวกับโปรเจค ผลิตเซรามิก Stoneware เอง

อันนี้จะเป็นผลิตภัณฑ์ หลักๆโรงงาน ตัว Stoneware เนี่ย เราจะชิ้นงานจะเป็น Stoneware แล้วก็เวลาขายเนี่ยจะขายให้กับครัวเรือนเป็นหลัก ดังนั้นการจำหน่ายก็จะจำหน่ายเป็นลักษณะ Dinner Set เป็น เป็นจานที่มี Dinner สลัด แล้วก็ถ้วยหรือแก้วมักรวมกันไป โดย ราคาถ้าเทียบกันระหว่าง Stoneware กับ Fine China เนี่ย Stoneware จะมีราคาที่ ถูกกว่านะคะ แล้วก็ ดังนั้นการขายมันก็จะเป็นการขายที่ได้วอลลุ่มเยอะกว่านะคะ แล้วก็เหมาะกับสภาวะเศรษฐกิจที่ คนต้องการสินค้าที่ราคาถูกลง

อันนี้จะเป็นการพยายามเพิ่มมูลค่าของ Stoneware นะคะ บริษัทได้มีการพัฒนา Stoneware เคลือบผลึกต่างๆ นะคะ ให้เป็น คล้ายๆงานคราฟ งาน อาร์ต ที่ทำให้มูลค่า Stoneware สูงขึ้นนะคะ แล้วก็สินค้าประเภทนี้ก็เป็นที่นิยมสำหรับตลาด สำหรับคนที่ชอบตกแต่งบ้าน ใช้บ้าน แล้วก็ ขาย High End ขึ้นนะคะ ที่อยู่ในห้าง ห้างสรรพสินค้า High End ก็จำหน่ายเป็น Dinner Set เหมือนกันค่ะ อันนี้ก็เป็นรูปผลิตภัณฑ์ของ ของสินค้า Home Pottery Stoneware

ส่วนด้านการตลาด จากภาพ รวมเศรษฐกิจที่ ที่ได้เล่ามาแล้วว่าในฝั่งอเมริกาแล้วก็ยุโรปเนี่ย ได้รับผลกระทบนะคะ บริษัทก็มีความพยายามที่จะกระจายความเสี่ยงนะคะ โดยการเพิ่มหา ฐานลูกค้าใหม่ๆนะคะ โดยใน ช่วงเมษายนที่ผ่านมาบริษัทก็ได้ไปร่วมงานออกแสดงสินค้านะคะ Hotel and Hospitality Expo ซาอุดิอาระเบียนะคะ ซึ่งซาอุดิอาระเบียเนี่ยก็เพิ่งเริ่มเปิดประเทศ แล้วก็ เริ่มเปิดการทำความสัมพันธ์กับประเทศไทยมากขึ้นนะคะ ก็บริษัทเองเนี่ยก็ได้ไปแสดงสินค้าในงาน แล้วก็ได้รับการตอบรับที่ดีนะคะ ก็คาดว่าในอนาคต เราน่าจะได้ขายสินค้าไปยังประเทศใหม่ๆ นะคะ เพิ่มมากขึ้นค่ะ

ต่อมาจะเป็นเกี่ยวกับผลงานครึ่งปีแรก ในปี 2568

อันนี้จะเป็นในส่วนของสัดส่วนรายได้นะคะ อย่างตอนนี้รายได้ของเราจะมาจาก 3 ส่วนหลักๆด้วยกันนะคะ ก็คือเป็นรายได้จากการขายของ HPT ที่เป็นโรงงานฝั่งผลิตนะคะ ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน Fine China หรือโรงงาน Stoneware นะคะ อันนี้รวมกันเนี่ยจะเป็นรายได้อยู่ที่ 88% และอีก 10.39% เนี่ยจะเป็นรายได้จาก Central Hospitality ซึ่งเป็นบริษัทย่อยนะคะ แล้วก็รายได้อื่น เช่นพวกค่าธรรมเนียม ค่าดอกเบี้ยต่างๆก็จะอยู่ที่ 1.53% รายได้รวมทั้งหมดในครึ่งปีแรกของเราอยู่ที่ 143 ล้าน.72 โดยที่ จะสังเกตเห็นถ้าเกิดติดตามผลประกอบการของ Home Pottery มาตลอดเนี่ยจะเห็นว่าสัดส่วนเปลี่ยนไปนะคะ โดยที่เดิมเนี่ย บริษัท ย่อยจะมีสัดส่วนการขายอยู่ประมาณ 15-18% นะคะ แต่ตอนนี้สัดส่วนลดลง สัดส่วนลดลงเนี่ยเกิดจากว่าเรามีโรงงานใหม่ ที่ผลิต Stoneware เข้ามานะคะ เลยทำให้สัดส่วนที่เป็น จากฝั่งผลิตอ่ะ มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นนะคะ ประจวบเหมาะกับเศรษฐกิจในประเทศไทยในฝั่งการท่องเที่ยวของปีนี้เองในไทยเนี่ยก็ได้รับผลกระทบจากการซบเซาของนักท่องเที่ยวนะคะ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ทำให้ การท่องเที่ยวของเราเนี่ยไม่ สดใสเท่าที่คิดไว้เมื่อต้นปีนะคะ เลยทำให้สัดส่วนของบริษัทย่อยเนี่ยมีรายได้ที่ลดลงด้วยเช่นกันค่ะ

อันนี้จะเป็นสัดส่วนรายได้ตามประเภทสินค้านะคะ รายได้จากการขาย สินค้าประเภท Fine China นะคะ อยู่ที่ ยังเป็นรายได้หลักของเราอยู่นะคะ ก็คืออยู่ที่ 55.25% นะคะ ของรายได้ทั้งหมดนะคะ ลองลงมาเนี่ยจะเห็นว่ามีรายได้จากการขายสินค้า Stoneware อยู่เกือบ 25% และส่วนที่เหลือก็จะเป็นการขายสินค้าเครื่องครัวและอื่นๆ แล้วก็สินค้า Lifestyle นะ คะ อยู่ อีกประมาณรวมกันเบ็ดเสร็จก็ประมาณ 18% กว่าๆ นะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาพสัดส่วนตามประเภทสินค้าของ กลุ่ม Home Pottery รวม

อันนี้จะเป็น กราฟ เปรียบเทียบรายได้รวมนะคะ ของ งบการเงินรวม เอ่อ นะคะ หลังจากที่ HPT เนี่ยในครึ่งปีแรกนะคะ สภาพเศรษฐกิจโดยรวมเนี่ยค่อนข้าง เอ่อ ส่งผลกระทบโดยกว้างนะคะ คนที่ทำธุรกิจทุกท่านก็น่าจะทราบดี แต่ อย่างไรก็ตามเนี่ยบริษัทก็ยังคงทำให้รายได้นะคะ ถ้าเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเนี่ย อยู่ใกล้เคียงกันนะคะ ซึ่งทั้งๆที่ ยอดคำสั่งซื้อนะคะ ไม่ว่าจากทางอเมริกา หรือทางยุโรปเองของสินค้าที่เป็นประเภท Fine China ลดลงเนี่ย แต่เนื่องจากเรามี คำสั่งซื้อนะคะ แล้วก็การขายสินค้า Stoneware มาช่วยนะคะ ก็ทำให้รายได้ของเราเนี่ย ไม่ ไม่ตกลงจากเดิมเยอะนะคะ อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน ก็ถือว่าเป็น เป็นการที่มีกลยุทธ์ที่ดีที่มารองรับนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าเงินต่างๆ ที่เรารับรู้รายได้ร้อยลง ทำให้ในส่วนที่ออกมาครึ่งปีแรกเนี่ย ก็อยู่ในทรงที่ไม่ ไม่ได้แย่เกินไปอ่ะที่คิดไว้นะคะ

ในส่วนของ กำไรขั้นต้นนะคะ ในส่วนของกำไรขั้นต้นเนี่ย เราจะลดลงเล็กน้อยนะคะ สาเหตุหลักๆ เนี่ยก็เพราะว่าเรามีการเช่าโรงงานนะคะ เพื่อผลิตเซรามิก เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เรามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการปรับปรุงลายผลิตต่างๆ นะคะ แล้วก็ในส่วนของการขายที่ลดลงด้วยมันก็เลยทำให้กำไรขั้นต้นของเราอ่ะ ดรอปลงเล็กน้อยนะคะ แต่ถ้าเทียบกับว่าการเรามีโรงงานเพิ่มมาอีกโรงหนึ่งเนี่ย โดยที่ยังคงรักษาตา กำไรได้อยู่เนี่ย ถือว่าเป็น เป็น อ่า เป็นนิมิตหมายที่ดีนะคะ เพราะว่าเนื่องจากเรามีการเตรียม ฐานลูกค้ารองรับไว้แล้ว เรามีการปรับปรุงเล็กน้อยแล้วก็สามารถเดินขายสินค้าได้เลย ถือว่าถ้า 6 เดือนถ้าเทียบกับการเริ่มโรงงานใหม่ถือว่าเป็น เป็นสปีดที่เร็วมาก

อันนี้จะเป็นกราฟนะคะ เปรียบเทียบกำไร ขาดทุน สุทธิ นะคะ ในครึ่งปีแรกปี 68 เอง HPT ยังคงมีกำไรสุทธินะคะ ถึงแม้จะลดลงนะคะ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ว่ายังสามารถทำกำไรได้อยู่นะคะ อยู่ที่ 7.82 ล้านบาทค่ะ

อันนี้จะเป็น เปรียบเทียบอัตรากำไรขั้นต้นแล้วก็กำไรสุทธินะคะ ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นของครึ่งปีแรกที่ผ่านมาอยู่ระดับที่ 22.7% นะ คะ แล้วก็อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 5.44% ค่ะ

โครงสร้างรายได้นะคะ แบ่งตามสัดส่วนการจัดจำหน่ายสินค้าในแต่ละทวีปนะคะ ถ้าเกิดดูจาก กราฟตัวนี้จะเห็นว่า สัดส่วนรายได้ของบริษัทเนี่ยยังคงอยู่ในสัดส่วนการขายสินค้าไปในแต่ละทวีปเนี่ยยังใกล้เคียงกับเดิมนะคะ เพราะว่าบริษัทมีความพยายามอย่างมากที่กระจาย กระจายความเสี่ยงในการขายสินค้าให้ครอบคลุมไปหลากหลายทวีปนะคะ เพื่อลดความผันผวนของเศรษฐกิจนะคะ ถึงแม้ว่าอย่างบางครั้งเศรษฐกิจเองทางฝั่งอเมริกาหรือยุโรปจะมีผลกระทบพร้อมๆกันเราก็พยายามจะขายเพิ่มเติมนะคะ ไปในฝั่งออสเตรเลียเองหรือในเอเชียเพิ่มเติมนะคะ เพื่อลดความผันผวนของของเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาคค่ะ

อันนี้จะเป็นกราฟแสดงรายได้แบ่งตามสัดส่วนมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายนะคะ จะสังเกตว่าตั้งแต่ปี 63 มานะคะ จนถึงปี 68 เนี้ย ก็จะเห็นว่าประเภทของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายของ HPT ทั้งหมดเนี่ย เรามีการค่อยๆเพิ่มผลิตภัณฑ์มานะคะ แล้วก็ในส่วนของ Stoneware เองเนี่ย เราเริ่มจำหน่ายเนี่ย ถ้าสังเกตนะคะ ในปี 64 เราก็เริ่มมีการจำหน่ายในปริมาณเล็กๆแล้ว แล้วก็ค่อยๆเพิ่มปริมาณมาเรื่อยๆนะคะ ในปี 65 66 67 เนี่ยจะอยู่ในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกันอยู่ในอัตราส่วนไม่เกิน 10% นะคะ แต่ในปี แค่ครึ่งปี 68 จะเห็นว่าจากไม่ถึง 10% ก็คือกระโดดขึ้นมาเป็นเกือบ 25% ของสัดส่วนการขายสินค้านะคะ ก็จะเห็นว่าเราขายปริมาณที่เพิ่มขึ้นมาอย่างชัดเจน ค่ะ แล้วก็ในส่วนของ ไฟล์ China สีขาว และไฟล์ China ตกแต่งสี ยังอยู่ในระดับสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับเดิมนะคะ ถึงแม้ว่าปริมาณรวมเนี่ยมันอาจจะลดลง แต่ว่าอยู่ในสัดส่วนที่ ที่ยังอยู่ในสัดส่วนใกล้เคียงกับเดิมค่ะ

อันนี้จะมาดูกราฟเกี่ยวกับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายนะคะ เมื่อกี้เราดูเป็นมูลค่าไปแล้ว จะสังเกตว่าสัดส่วนมูลค่าเนี่ย ก้อนที่เป็น ไฟล์ China กับ Stoneware เนี่ยจะอยู่พอๆกันนะคะ แต่ถ้าเกิดนับเป็นจำนวนชิ้นเนี่ย อันนี้เป็นงบเฉพาะนะคะ จะเห็นว่า จำนวนชิ้นของ Stoneware ที่เราจำหน่ายไปเนี่ย มีมากถึงกว่า 50% ถ้าเทียบกับตัว ไฟล์ China เหมือนเราขายกันครึ่งๆเลยอ่ะค่ะ ถ้าเทียบเป็นจำนวนชิ้นเหตุเป็นเพราะว่า Stoneware เนี่ยราคาถูกกว่านะคะ ถ้าเทียบต่อชิ้นค่ะ แล้วก็เราก็ในครึ่งปีแรกเองเราก็ขายปริมาณที่ค่อนข้างเยอะทีเดียวนะคะ สำหรับการที่เพิ่งเริ่มรันโรงงานใหม่นะคะ ที่เป็นโรงงานที่เราเช่ามาค่ะ

อันนี้จะเป็นงบแสดงฐานะการเงินนะคะ ของ สินทรัพย์รวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 นะคะ มีการเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของงบเฉพาะกิจการแล้วก็งบการเงินรวมนะคะ เนื่องจากมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มเข้ามา ปัจจุบันบริษัทมีอัตราสภาพคล่องเท่ากับ 3.05 เท่า นะ คะ ซึ่งอยู่ใน ใน ในตัวเลขที่ถือว่ามีสถานะการเงินที่ดีนะคะ

ในส่วนสุดท้ายก็จะเป็นเกี่ยวกับเป้าหมายแล้วก็กลยุทธ์นะคะ ในของ HPT ในปี 2568

เป้าหมายและกลยุทธ์ของเราก็ยังคงทำตามพันธกิจที่ ที่ได้บอกไว้เมื่อตอนต้น Presentation นะคะว่า เราจะเป็น Industrial Craft นะคะในการทำจานชามเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารเซรามิกที่มีประเภทเซรามิกหลากหลาย เพื่อยกคุณภาพชีวิตนะคะ เพื่อให้ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าในโรงแรมร้านอาหารหรือครัวเรือนเองเนี่ยสามารถรับประทานอาหารได้อย่างมีความสุขผ่านเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารเซรามิกของเรานะคะ ดังนั้นตอนนี้จะเห็นว่าสินค้าของ Home Pottery มีเซรามิกหลากหลายประเภท สอดคล้องกับ เกือบทุกประเภทการใช้งานแล้วก็หลาย หลายเทียร์ของ Tableware นะคะ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ Fine China สีขาวเองนะคะ ที่ สำหรับคนที่ต้องการความเรียบหรูสีขาว หรือว่า ไฟล์ China ตกแต่งสี นะคะ ซึ่งเราก็จะมีการเคลือบ ผลึก เคลือบอาร์ตต่างๆหรือว่าสินค้า Stoneware สำหรับครัวเรือน หรือว่า Stoneware อลูมิน ก็คือเป็นตัว Stoneware ที่มีความแกร่ง สามารถใช้งานให้กับโรงแรมร้านอาหารในราคาบัจเจทนะคะ หรือว่า Red Clay หรือดินแดง เนี่ยก็จะเป็นพวกงานเซรามิก งานคราฟ งานอาร์ต นะคะ แล้วก็สินค้า Lifestyle ไม่ว่าจะเป็นพวก ใจ กัน รูป ปั้น ลอย ตัว นะ คะ อันนี้ก็ถือว่าครอบคลุมเกือบทุกประเภทของเซรามิก ค่ะ

อันนี้จะเป็นเป้าหมายโครงสร้างสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่ายนะคะ โดยที่ เราจะเห็น กราฟแท่งนะคะ อันที่ 2 ถัดจากฝั่งขวามือมาก็คือเราตั้งเป้า สัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายเนี่ยของปี 68 เบ็ดเสร็จทั้งหมดอยู่ที่ 7.76 ล้านชิ้นนะคะ ในครึ่งปีแรกเนี่ย เราอาจจะทำได้ช้าสักหน่อยนะคะ ถ้าเทียบกับตัวเลขเป้าที่ตั้งไว้ เราทำไปอยู่ที่ 2.83 ล้านชิ้นนะคะ สัดส่วนก็คือจะเป็น ปริมาณที่เยอะที่สุดในการขายเป็นชิ้นเนี่ยก็จะเป็น Stoneware นะคะ แล้วก็รองมาด้วย ไฟล์ China ตกแต่งสีแล้วก็ไฟล์ China ขาว นะคะ แต่เราก็มองว่าในครึ่งปีหลังนะคะ ไม่ว่าจะเป็นไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ปริมาณการผลิตเนี่ยก็น่าจะมีการ ขายผลิตภัณฑ์เพิ่มมากขึ้นนะคะ เพราะว่าในครึ่งปีแรกอ่ะเรามีการชะลอมาจากหลายสาเหตุนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในฝั่งของ Fine China เองที่ว่า ได้รับการชะลอ สั่งซื้อจากฝั่งอเมริกา หรือว่าฝั่งยุโรปที่เศรษฐกิจชพ เซา แล้วตัวไฟล์ China เนี่ยเป็นสินค้าราคา เอ่อ อยู่ในเทียร์กลางบนนะคะ ดังนั้นพอเศรษฐกิจทพ เซา มันก็ได้รับการกระทบไปด้วย เพราะว่าการท่องเที่ยวหรือโรงแรมร้านอาหารในฝั่งยุโรปเนี่ยก็เหมือนชะลอการสั่งซื้อนะคะ แต่ว่าครึ่งปีหลังเนี่ยก็เราได้มีการพูดคุยกับลูกค้าในฝั่งยุโรปมากขึ้นก็มี

**สรุป:** HPT เผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกผันผวน แต่ยังคงรักษารายได้ใกล้เคียงปีก่อนหน้า โดยมี Stoneware เป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ช่วยพยุงยอดขาย แม้กำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อยจากการลงทุนในโรงงานใหม่ แต่บริษัทยังคงมีกำไรสุทธิ และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการขายในครึ่งปีหลัง โดยมุ่งเน้นการกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่ๆ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย

Q&A Session [นาทีที่ 32.13]

  1. **แนวโน้มยอดขาย H2/2568 และการเติบโตในอนาคต**

    • ผู้บริหารตอบว่ายอดขายในเดือนกรกฎาคมเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน โดยเฉพาะในตลาดยุโรปที่มีการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและคำสั่งซื้อจากโรงแรม
    • คาดหวังว่า H2 จะเติบโตกว่า H1 เนื่องจากไม่มีปัจจัยลบด้านอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และตลาดยุโรปฟื้นตัว
  2. **สัดส่วนรายได้จาก Stoneware ที่เพิ่มขึ้นและโอกาสในการเติบโต**

    • ผู้บริหารตอบว่า Stoneware มีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า Fine China ทำให้เข้าถึงตลาดครัวเรือนได้กว้างขึ้น
    • มีแผนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ Stoneware ให้มีดีไซน์ที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น
  3. **ความคืบหน้าในการขยายตลาดไปยังซาอุดีอาระเบีย**

    • ผู้บริหารตอบว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากงานแสดงสินค้าในซาอุดีอาระเบีย และอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าหลายราย
    • คาดว่าจะเริ่มเห็นรายได้จากตลาดซาอุดีอาระเบียใน H2/2568
  4. **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงและแนวทางการเพิ่มขึ้น**

    • ผู้บริหารตอบว่าอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากการลงทุนในโรงงานใหม่และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุง
    • มีแผนที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในอนาคต
  5. **ผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองในประเทศต่อธุรกิจ**

    • ผู้บริหารตอบว่ายังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจ แต่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
    • บริษัทมีแผนสำรองในการปรับกลยุทธ์หากสถานการณ์การเมืองส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
  6. **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและแนวทางการบริหารจัดการ**

    • ผู้บริหารตอบว่ามีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่มีการบริหารจัดการโดยการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง (Hedging)
    • มีการกระจายความเสี่ยงไปยังหลายสกุลเงิน เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
  7. **นโยบายการจ่ายเงินปันผล**

    • ผู้บริหารตอบว่าบริษัทยังคงมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยพิจารณาจากผลประกอบการและกระแสเงินสดของบริษัท

โพสต์ล่าสุด