บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
LEO Global Logistics ฝ่าวิกฤตสงครามการค้า คว้าโอกาสธุรกิจใหม่ Q2/2568
P/E 20.71 YIELD 7.18 ราคา 1.95 (0.00%)
LEO Global Logistics ฝ่าวิกฤตสงครามการค้า คว้าโอกาสธุรกิจใหม่ Q2/2568
สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่งาน Oppday ของบริษัท Leo Global Logistics มหาชน สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2568 หรือรอบครึ่งปีของปี 2568
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
- รายได้รวม 679 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับปี 2567
- รายได้จากการขนส่งทางทะเล (Sea Freight) ลดลง 9% เหลือ 492 ล้านบาท
- รายได้จากการขนส่งทางอากาศ (Air Freight) ลดลง 12% เหลือ 36 ล้านบาท
- รายได้จากบริการอื่นๆ ด้านโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น 9% เป็น 134 ล้านบาท
- ธุรกิจ Self-Storage และ Container Depot เพิ่มขึ้น 24%
- กำไรขั้นต้น 218 ล้านบาท ลดลง 5%
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบคือสงครามการค้าระหว่างประเทศที่ทำให้การส่งออกชะงักงัน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Non-Freight Non-Logistics มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
- การขนส่งสินค้าทางราง (Rail Transport) มีการเติบโตมาก โดยเฉพาะการขนส่งไปยังประเทศจีน
- บริษัท C-Tang Leo Multimodal Logistics เน้นการขนส่งทางรถไฟภายในประเทศ
- บริษัท ล้านช้าง Express เน้นการขนส่งทางรถไฟไปยังประเทศจีน
- Logichem Leo ในประเทศกัมพูชามีการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้น
- วิกฤตการณ์ชายแดนกัมพูชาเป็นโอกาสให้ Leo Global Logistics ได้ลูกค้าใหม่
บริษัทกำลังขยายธุรกิจ Non-Freight Non-Logistics และมุ่งเน้นการให้บริการแบบครบวงจร (Integrated Logistics Service) ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
- สงครามการค้าระหว่างประเทศส่งผลกระทบต่อการส่งออกและนำเข้า
- การแข่งขันด้านราคาในตลาดขนส่งสินค้าทางทะเล (Sea Freight) สูง
- ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ
- ข้อจำกัดด้านสภาพอากาศและฤดูกาลในการส่งออกสินค้าบางประเภท เช่น ทุเรียน
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
- ขยายธุรกิจ Non-Freight Non-Logistics เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของการค้าระหว่างประเทศ
- มุ่งเน้นการให้บริการที่มีมูลค่าเพิ่มและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
- บริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและปรับตัวตามสถานการณ์
- สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและคู่ค้า
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
- คาดการณ์ว่าสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศจะปรับตัวดีขึ้นหลังนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ชัดเจนขึ้น
- ธุรกิจ E-Commerce จะกลับมาเติบโตอีกครั้งในไตรมาส 3 และ 4
- บริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก Non-Freight Non-Logistics เป็น 30-35%
- บริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็น "One-Stop Shop" สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ของประเทศไทย
บริษัทกำลังพัฒนา Green Logistics โดยใช้รถ EV และให้บริการ Carbon Statement เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [นาทีที่ 01:10:24]
- **แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 3 และครึ่งปีหลัง**
- ปีนี้เป็นปีที่ท้าทาย แต่หลังจากนโยบายภาษีของทรัมป์ชัดเจนขึ้น คาดว่าจะได้รับผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว
- บริษัทจีนมาตั้งโรงงานในไทยมากขึ้นเพื่อผลิตและส่งออกไปยังสหรัฐฯ
- ไตรมาส 3 และ 4 น่าจะดีกว่าไตรมาส 1 และ 2 เนื่องจากภาพรวมการค้าทั่วโลกดีขึ้น
- **การขนส่งจากจีนไปสหรัฐฯ**
- เนื่องจากอัตราภาษีของจีนสูงกว่าประเทศใน South East Asia สถานการณ์การส่งออกของจีนยังไม่ถึงจุดก่อนสงครามการค้า
- จีนพยายามย้ายฐานการผลิตมาในไทยและเวียดนาม ทำให้ไทยได้รับผลประโยชน์มากขึ้น
- **ผลกระทบเชิงบวกต่อจีน**
- สินค้า E-Commerce มีการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
- B2B จีนอาจต้องย้ายฐานการผลิต แต่ E-Commerce จะได้รับผลกระทบเชิงบวกจากอัตราภาษีที่ชัดเจนขึ้น
Leo Global Logistics กำลังเผชิญกับความท้าทายจากสงครามการค้า แต่บริษัทกำลังปรับตัวและคว้าโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจ Non-Freight Non-Logistics และการขนส่งทางราง บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจโลจิสติกส์ของประเทศไทยและให้บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม