บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
TIDLOR เติบโตต่อเนื่อง! สรุป OPPDAY Q2/2568: สินเชื่อ-ประกันโต, NPL คุมอยู่, อนาคตสดใส!
P/E 9.52 YIELD 0.00 ราคา 17.10 (0.00%)
TIDLOR เติบโตต่อเนื่อง! สรุป OPPDAY Q2/2568: สินเชื่อ-ประกันโต, NPL คุมอยู่, อนาคตสดใส!
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
ติดล้อสามารถทำกำไรสุทธิ New High สำหรับกำไรรายไตรมาสค่ะ แตะที่ระดับ 1,304 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 19% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ทำให้กำไรรวม 6 เดือนแรกเนี่ยอยู่ที่ระดับ 2,510 ล้านบาท
การเติบโตนี้ก็เป็นผลมาจากทั้งการเติบโตของรายได้ และควบคุมกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
6 เดือนแรก กลุ่มบริษัทก็มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 11,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จาก 6 เดือนแรกของปีก่อนหน้า
การเติบโตนี้โดยหลักก็จะมาจากทางรายได้ค่าธรรมเนียมและก็บริการจากธุรกิจประกันวินาศภัยนะคะ ซึ่งเติบโตได้ดีถึง 15% รวมถึงรายได้ดอกเบี้ยรับจากกลุ่มธุรกิจสินเชื่อค่ะ ก็เติบโตได้เช่นกันค่ะที่ระดับประมาณ 5%
อัตรารายได้ดอกเบี้ยรับหรือว่าตัว Yield ในไตรมาส 2 ก็มีการปรับตัวขึ้นนะคะ มาอยู่ที่ประมาณ 18.09% อันนี้ก็เป็นผลมาจาก 1 คือจำนวนวันเพิ่มขึ้นค่ะ แล้วก็ 2 ก็คือมีการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนประเภทสินเชื่อ
Cost of fund หรือว่าต้นทุนทางการเงินค่ะ ก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะเพียงเล็กน้อยค่ะ มาอยู่ที่ 2.44% ค่ะ การปรับเพิ่มขึ้นเนี่ยค่ะก็เป็นไปตามภาวะอัตราดอกเบี้ยในตลาด
ค่าใช้จ่าย บริหารได้ดี สะท้อนมาถึงที่อัตราค่าใช้จ่ายต่อรายได้ หรือว่า Cost to Income Ratio ค่ะ ในระดับที่มีเสถียรภาพที่ประมาณ 54.5% นะคะ ในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมาค่ะ
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
บริษัทอยู่ในระหว่างการดำเนินการแยกธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยในรูปแบบของ InsureTech นะคะ ได้แก่แพลตฟอร์มตัวอริเกเตอร์ค่ะ แล้วก็ ฟอร์ม Heygoody นะคะออกจากตัวบริษัทเงินติดล้อค่ะ เพื่อจัดตั้งเป็นบริษัทใหม่ โดยคาดว่ากระบวนการทั้งหมดค่ะจะแล้วเสร็จภายในปี 2568 นี้
ธุรกิจในหน้าประกันช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 กลุ่มบริษัทมี ยอดประกันวินาศภัย รวมประมาณ 5,300 ล้านบาท ขยายตัว 10% ของช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
การเติบโตก็เป็นมาจากช่องทางการขายที่หลากหลายนะคะ รวมถึงมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์และก็ ครบถ้วน และยังมีการนำเทคโนโลยี เข้ามาปรับใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทั้งในส่วนของช่องทาง ออนไลน์และก็ออฟไลน์ ช่วยยกระดับการบริการรวมถึงแก้ไข Pain Point ต่างๆ ของลูกค้าด้วยค่ะ
ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจนายหน้าประกัน ผ่าน ภายใต้ 3 แบรนด์หลัก Brand แรกเนี่ยก็คือประกันติดโรค อันนี้ก็จะเป็นช่องทางการขายในรูปแบบ Face to Face นะคะผ่านพนักงานสาขาค่ะ ที่มี ที่มีใบอนุญาตนะคะขาย ในหน้าประกันค่ะทั้งประกันวินาศภัยและก็ประกันชีวิตนะคะ รวมถึงมีบริการ Call Center ค่ะเบอร์ 1501
มีการขยายช่องทาง ไปในส่วนของ Intech Platform Platform แรกเนี่ยก็จะเป็น Platform agator นะคะ Platform นี้เนี่ยจะเป็นการขายประกันออนไลน์ค่ะผ่าน สมาชิกตัวแทนในหน้าประกันค่ะ ซึ่งปัจจุบันเนี่ยเราก็มีสมาชิกตัวแทนเนี่ยมากกว่า 10,000 ท่านนะคะ รวมถึงช่องทางนี้เนี่ยถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งค่ะที่มีการเติบโตค่ะอยากแข็งแกร่งต่อเนื่อง
Platform สุดท้ายก็จะเป็น Platform Heydy นะคะ หรือ ว่า Heydy.com ค่ะ อันนี้จะเป็น Digital Broker นะ คะ ที่ลูกค้าสามารถ เลือกซื้อประกันวินาศภัย ออนไลน์ 100% ผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
แนวโน้มการเติบโต ยังสอดคล้องไปกับการอนุมัติสินเชื่อที่ยังคงความระมัดระวังค่ะ แล้วก็ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจค่ะ รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าด้วยเช่นกัน
อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมใหม่ ยังมีอัตราที่สูงกว่าเงินกู้ หรือ ว่า หุ้นกู้เดิม ที่ครบกำหนด
การที่ตลาดกลายเป็น EV ซะส่วนใหญ่ จะมีผลกับราคาประเมินของของตัวทรัพย์สิน
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
มีการปรับวงเงินให้สินเชื่อ ให้สอดคล้องกับราคาประเมินของรถในตลาด
มีการเพิ่มประสิทธิภาพ ในกระบวนการติดตามหนี้เชิงรุกค่ะผ่านสาขาด้วยเช่นกัน
มีการบริหารจัดการอายุเงินกู้ยืม ให้สอดคล้องกับอายุของสินทรัพย์
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
โครงสร้างเงินทุน ยังมั่นใจว่าเรายังมีความมั่นคงทางด้านแหล่งเงินทุนนะคะ แล้วก็โครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งค่ะ ความเสี่ยงในการรีไฟแนนซ์
กลุ่มบริษัท ยังคงมีธุรกิจหลักอยู่ 2 ส่วนด้วยกันนะคะ ก็ได้แก่ธุรกิจสินเชื่อ ซึ่งธุรกิจสินเชื่อนี้พอร์ตของเราก็ยังคงเป็นสินเชื่อที่ทะเบียนรถเป็นประกันนะคะสำหรับทั้งมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ รถกระบะ แล้วก็รถบรรทุกค่ะ ส่วนสินเชื่อเช่าซื้อเนี่ย พอร์ตหลักก็ยังคงเป็นรถบรรทุกมือสองเช่นเดิมค่ะ โดยเราก็มีสินเชื่อโฉนดที่ดินนะคะเพิ่มเติมมา
การเบิกวงเงิน 72% ของธุรกรรมที่ทำทั้งหมดจะเป็นการทำผ่านตัว Function E withdra ค่ะ
เชื่อว่าปีนี้ ทั้งสอง Factor ไม่ว่าจะเป็น Credit cost หรือ NPL Formation ก็จะ ต่ำกว่า 2 3%
เชื่อว่าครึ่งปีหลัง น่าจะเติบโตในอัตราที่เร็วขึ้น
การเติบโตของรถกระบะ EV คาดว่าจะเข้ามาในไทยในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ต้องจับตามอง แต่ถามว่าจะมีผลกระทบกับเรามากมั้ย คิดว่าในระยะเวลาอันสั้นถึงกลางเนี่ย คิดว่าน่าจะยัง
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): เริ่ม นาทีที่ 28:13
-
ภาพรวมครึ่งปีหลังและ Opex:
Q: มองภาพรวมของครึ่งปีหลังเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก และ Opex ยังคงบวกเพิ่มมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังเหมือนทุก ๆ ปีหรือไม่?
A: ครึ่งปีหลังน่าจะมีความชัดเจนมากกว่าครึ่งปีแรก ภาคธุรกิจน่าจะวางแผนได้ดีขึ้นหลังอัตรา Tariff ชัดเจนขึ้น กนง. ประกาศดอกเบี้ยลงน่าจะเป็นปัจจัยบวกสำหรับครึ่งปีหลัง และคาดว่าปีนี้จะมีเทรนด์ Opex คล้าย ๆ กับปีก่อน ๆ
-
ภาพรวมประกันเติบโต:
Q: มองภาพรวมประกันเติบโตอย่างไรในปีนี้?
A: ประกันยังมี room ในการเติบโตเยอะ แม้เศรษฐกิจอาจจะไม่โตเร็วนัก แต่ก็ยังโต Double digit และยังค่อนข้างมั่นใจว่าปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 10% ในขณะที่ตลาดน่าจะโต Single digit ไม่ถึง 5% และการเติบโตเร็วกว่าตลาดเป็นมาตั้งแต่ปี 2018 แล้ว
-
NPL ในปีนี้:
Q: ภาพรวม NPL ในปีนี้?
A: NPL ยังควบคุมได้ดี ทั้งปีก็ไม่น่าจะเกิน 2%
-
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา:
Q: ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 46.51% อนาคตเงินติดล้อจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่?
A: ธนาคารกรุงศรีฯ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่มาเป็น 10 ปีแล้ว ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง และไม่ได้คิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ โครงสร้างและวิธีการบริหารจัดการ
-
การปล่อยสินเชื่อ:
Q: การปล่อยสินเชื่อช่วงครึ่งปีหลังมองว่ามีทิศทางอย่างไร?
A: การที่กรุงศรีถือหุ้นเพิ่มเป็น Factor ที่บวก นักลงทุนและผู้ให้สินเชื่อบริษัทมองว่าเป็นการเพิ่ม Stability และความมั่นคงของบริษัท คนภายนอกจะมองว่าเป็นเรื่องบวก และการปล่อยสินเชื่อในครึ่งปีหลังน่าจะเร็วกว่าครึ่งปีแรกและปีก่อนหน้า ปล่อยสินเชื่อค่อนข้างน้อย พอร์ตไม่โตเลย แต่ปีนี้เห็นเดือนนึงแล้วก็ปล่อยเร็วกว่าเดือนเดียวกันในปีก่อน
-
การนำเงินออกจาก TIDLOR:
Q: บริษัทมีวิธีเอาเงินออกจากเงินติดล้อที่เป็นบริษัทลูกอย่างไร เพราะงบการเงินมีการรวมกำไร แต่ถ้าเงินสดเงินติดล้อไม่ปันผลออกมา หรือปันผลออกมาไม่เยอะก็จะเอาออกมาไม่ได้?
A: เงินติดล้อยังคงเป็น Main Operating Company เพราะฉะนั้นก็จะมีเงินสด เงินสด บริษัทจะดำเนินนโยบายการบริหารจัดการเช่นเดิม คือจะดำเนินนโยบายการปันผลแบบเดิม คือบริษัทก็ต้อง จ่ายปันผลขึ้นมาให้กับ ผู้ถือหุ้นของเงินติดล้อ ซึ่งในที่นี้ก็คือเป็นบริษัท Holding ด้วย
-
e-Withdrawal:
Q: ตัวติดล้อที่แสดงให้เห็นว่ามีผู้ คือประมาณ 750,000 บาท เนี่ยค่ะ อันนี้มีผู้ใช้งานที่เป็น Active user ค่ะ กี่เปอร์เซ็นต์แล้วก็ใช้เกณฑ์อะไรในการกำหนดว่าเป็น Active user?
A: 750,000 นี่เป็น Active อยู่แล้ว จากฐานลูกค้าร้านกว่าราย Active แต่ Definition ของ Active ขออนุญาตไม่เปิดเผย เพราะมีบางเรื่องที่อาจจะไม่ได้ อยากให้คู่แข่งทราบ
-
แผนการขยายสาขา:
Q: แผนการขยายสาขา?
A: ทั้งปีวางแผนไว้ที่ประมาณ 100 สาขา ครึ่งปีแรกขยายไปแล้วประมาณ 53 สาขา ครึ่งปีหลังก็อาจจะมีการเปิดเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 50 สาขา
-
โครงการ "คุณสู้เราช่วย":
Q: จากโครงการคุณสู้เราช่วยค่ะ บริษัทมีลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการกี่เปอร์เซ็นต์นะคะ จากยอดสินเชื่อรวมทั้งหมดของ แล้วก็มีลูกค้าที่มีสิทธิ์เข้าร่วมอ่ะค่ะ กี่เปอร์เซ็นต์ค่ะ แล้วก็ มีการประเมินผลกระทบของโครงการประมาณใดค่ะ?
A: ลูกค้าที่มีสิทธิ์ เข้าโครงการเนี่ย ประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ ไม่ถึง 15% และที่เข้า โครงการจริง ๆ อยู่ประมาณ ไม่ถึง 2% บอกว่ามันจะมีบางเงื่อนไข ของโครงการที่ ไม่ได้จูงใจให้ลูกค้าเข้าโครงการ โครงการคุณสู้เราช่วย ดีมากสำหรับลูกค้าที่อยากเข้าโครงการและพร้อมที่จะเข้าโครงการ ลูกค้าที่อยู่นอก Scope โครงการบริษัทมีมาตรการอื่นเยอะแยะมากมายในการช่วยเหลือลูกค้า ให้ ให้พ้น ช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีและก็ช่วงที่ หนี้เสียอาจจะ อาจจะเยอะไปนิดนึง คือเราก็มีโครงการหลาย ๆ อย่างที่จะช่วยลูกค้าในการปรับโครงสร้าง Balance sheet และก็หนี้ของตัวเอง
-
รถกระบะ EV:
Q: บริษัทมีมุมมองอย่างไรต่อการเติบโตของรถกระบะ EV ที่คาดว่าจะเข้ามาในไทยอีก 2-3 ปีข้างหน้า และก็มีแผนที่จะทดลองตลาดนี้หรือไม่ค่ะ?
A: โดยธรรมชาติของเรา เราทดลองทุกอย่าง คงได้ลองถ้า Once ลูกค้าประเภทนี้มา แต่ก็ศึกษาตลาด EV แล้วก็ เราเห็น หลาย ๆ อย่างที่ ทำให้ ยังไม่มั่นใจนะว่าว่า penetration ของ EV ในประเทศไทยเนี่ยสุดท้ายแล้ว จะ จะจบที่กี่เปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างเช่นประเทศที่ มี EV ขาย ให้ ให้ลูกค้า รายย่อย เป็นประเทศแรกน่าจะเป็นอเมริกา Tesla ขาย ครั้งแรกที่อเมริกา ใน ใน ให้ ให้กับ ตลาด เนี่ยน่าจะปี ประมาณปี 200 2008 แล้ว จากวันนั้นมาถึงวันเนี้ย penetration ของ EV ใน ใน ในอเมริกาเอง สำหรับรถที่จดทะเบียนในตลาดเนี่ย จริง ๆ ไม่ถึง 10% ประเทศจีนเป็นประเทศที่เราเห็นกันว่า ผลิต EV เยอะที่สุดในโลก รัฐบาลต้องเรียนว่า นอกจากกระตุ้นแล้วก็สนับสนุนแล้ว ใช้ ใช้คำว่าแทบจะบังคับด้วยซ้ำนะ ให้ประชาชนใช้ EV penetration ก็ ก็ ก็ยังไม่ถึง 30% นะครับแล้วเขาก็ทำมาตั้งนาน ตั้งนานแล้ว ในปัจจุบัน EV เป็น เป็นสิ่งที่ เราคงต้องจับตามอง แต่ ถามว่าจะมีผลกระทบ กับเรามากมั้ย เอ่อคิดว่าใน ใน ใน ในระยะ เวลาอัน สั้นถึงกลางเนี่ย คิดว่าน่าจะยัง เหตุผลอีกอันนึงก็คือ สิ่งที่เราควรดูคือ ดู ecosystem ที่ขึ้น รอบ ๆ EV ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีของการชาร์จ ความ Availability ที่ชาร์จ ต้นทุนของรถเมื่อ ที่ เมื่อเราคำนวณต้นทุนที่ รวมทั้ง ไอ้ที่ประหยัดน้ำมันและ ความเสี่ยงที่เกิดจาก ต้อง ต้องมีแบตเตอรี่ที่ถ้าเกิด มีปัญหาขึ้นมา มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แล้วก็ถ้าเกิดดู รถป รถปัก กระบะเนี่ย ส่วนใหญ่จะเป็นต้องใช้ งานคน ที่ครอบครองกระบะ แล้วใช้ ใช้สำหรับ การบรรทุกสินค้าต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็อยากจะซื้อประกัน ประกันที่ ที่ เป็นประกันรถ EV ก็ ก็จะเป็น สิ่งที่มีเบี้ยที่สูงมาก ก็ ก็เลยคิดว่า EV โดยเฉพาะ EV และกระบะเนี่ย จริง ๆ ยังไม่ได้คอนเฟิร์มว่า จะ จะ จะมีผลเยอะกับ กับตลาด รถกระบะโดยรวม
-
Cost to Income Ratio:
Q: คิดว่ามีโอกาสปรับลดได้ต่ำกว่า 50% มั้ยคะ?
A: มีครับ ซึ่ง อันนี้เป็น Choice ขึ้นอยู่กับนักลงทุนและก็ผู้ถือหุ้นแล้วก็ กรรมการด้วยว่าเราอยากให้มันลงต่ำกว่า 50 จริงรึเปล่า คอร์สของเรามีหลายมิติที่จริง ๆ รวม Investment ด้วย Investment ใน Technology Investment ใน Brand ลงทุนกับคน เพื่อให้ เพื่อที่จะให้ ทีมงานเราเนี่ยมีความคล่อง ใน ใน ใน Technology ที่เป็น AI แล้วก็ในการสร้าง Brand ที่ ที่กำลังมาแรงแล้วก็โตเร็วกว่าตลาดทั้งหมดเลยนะ ประกันติดโรคแล้วก็ Aligator
-
สินเชื่อ:
Q: มองว่าที่จะโตได้ประมาณปีที่แล้วค่ะ มีปัจจัยหมุนจากอะไร แล้วก็ครึ่งปีหลังอ่ะค่ะ มองเล็งเห็นความเสี่ยงอะไรบ้างไหมคะในการปล่อยสินเชื่อ?
A: ตอนแรก ตอนแรกไม่ได้คิดถึง เทเล แล้ว เราคิดว่า เศรษฐกิจน่าจะนิ่งกว่านี้ หนึ่งในปัจจัยที่เรา คิดว่า ยังบวกอยู่ น่า น่าจะบวกอยู่ในอนาคตแต่ดีเลย์มาก็คือการเติบโตของสินเชื่อรถบรรทุก Segmentนี้ นิ่งมาสัก 2-3 ปีละ แล้วเราคิดว่ายังมีโอกาสใน ใน ในการเติบโตอีก นั่นคือเรื่องแรก เรื่องที่สองคือ ต้องเรียนว่าทุกวันเนี้ยความต้องการสินเชื่อยังค่อนข้างสูง แค่เนื่องจาก เรามีการคัดกรอง ค่อนข้างละเอียดนิดนึง approval rate นะครับอัตราในการอนุมัติสินเชื่อเราอ่ะ อยู่ในเรทที่ต่ำกว่าในอดีต จริง ๆ อันเนี้ยเราจะ เราจะเปิดปิดสวิตช์เราจะ เราจะทำเราจะรับความเสี่ยงเพิ่มเมื่อไหร่ก็ได้ และการโตเนี่ยจริง ๆ ไม่ได้ยากเลย สิ่งที่สิ่งที่สำคัญคือ โตด้วยคุณภาพได้รึเปล่า ซึ่งอันเนี้ยเราคิดว่าขอดูอีกนิดนึง แต่เราเมื่อกี้เรียนไปแล้วว่ามีบาง บางไซน์ที่ดี rate อัตราดอกเบี้ยลง มันก็ทำให้มี มีสภาพคล่องที่ ที่สูงขึ้นในตลาด แล้วการที่มี Tariff อัตราภาษีที่ชัดมากขึ้น อันนี้ก็จะทำให้ภาคธุรกิจเนี่ยสามารถ วางแผนในการลงทุนได้มากขึ้น ซึ่งพวกนี้ผมว่าเราเป็นเป็นปัจจัยบวกสำหรับอนาคตหมดเลย
-
สัดส่วนรายได้:
Q: สัดส่วนรายได้ระหว่างสินเชื่อกับประกัน?
A: ปัจจุบันอ่ะค่ะ รายได้จากสินเชื่อที่เป็นรายได้ดอกเบี้ยรับอ่ะค่ะจะอยู่ประมาณ 82% นะคะแล้วก็รายได้ธุรกิจประกันรวมประกันวินาศภัยแล้วก็ชีวิตอ่ะค่ะจะประมาณ 18%
-
ผู้ถือหุ้นเดิม:
Q: ขอแนวทางของผู้บริหารค่ะสำหรับนักลงทุนที่ไม่ได้แปลงสภาพหุ้นเป็น Holding ค่ะ?
A: สำหรับ นักลงทุนที่ ที่ ที่ยังถือหุ้นอยู่ใน ใน เงินติดล้อ เดี๋ยวอยากให้ติดต่อ มาที่บริษัทโดยตรง ใน Website เรามีให้ลงทะเบียน แล้วพอเรา เรามีการ decision กันแล้วว่า Next step คืออะไรเดี๋ยวเราจะแจ้ง ไป ไป ไป ไปหาทุกท่านโดยตรง ไปลงทะเบียนแล้วแจ้ง ความประสงค์ที่จะ ที่ ที่จะ ที่จะ Exit จาก จาก Position นั้นหน่อยแล้วกันนะ
-
เงินปันผล:
Q: มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเงินปันผลหรือไม่?
A: นโยบายไม่ได้เปลี่ยน เอา เอาเป็นว่านโยบายตั้งแต่เงินติดล้อมาเป็นติดล้อ Holding นโยบายเรายังอยู่ที่ 20% ทั้งนี้ทั้งนั้น เรามีการทบทวน decision นั้นทุกปีเลย ก็ทุกปีตอน หลังจากผลประกอบการ Full year ออกเราก็จะมีการทบทวนแล้วก็ decision อย่างยกตัวอย่างปีที่แล้วนโยบายเราก็ 20% แต่เราจ่าย 40% ของ ของกำไรสะสมของ 9 เดือนแรก ก็ อยู่ที่เรามีมุมมองกับอนาคตว่าเราจำเป็นต้อง ต้องเก็บเงินทุนไว้เยอะรึเปล่านะครับ อย่างปีที่แล้ว เราคิดว่าปีนี้อาจจะไม่ได้โตเร็วนัก กำไรที่เราได้มาเราก็คืนผู้ถือหุ้นดีกว่า คือ คือปีนี้เราก็คงมองเช่นเดียวกัน พอถึงเวลาเราจะประเมินว่าเงินทุนที่ กำไรที่ ที่สะสมมาจำเป็นที่จะต้องเก็บไว้หรือว่า เพื่อ เพื่อ เพื่อลงทุนในอนาคตหรือว่า หรือว่าถ้า ถ้ามีโอกาสเราคืนผู้ถือหุ้นดีกว่า
-
ผลประกอบการครึ่งปีหลัง:
Q: จาก Season มองว่าผลประกอบการในครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไร?
A: จริง ๆ ผมว่ามันก็ขึ้น ๆ ลง ๆ เนาะ แต่ละไตรมาส แต่เรา ส่วนใหญ่เราจะวางแผนแล้วก็จะมองเป็นภาพรวม เราค่อนข้างเชื่อว่าปีนี้ไม่น่าจะหลุด Double digit net income growth กำไรน่าจะโต Double digit แต่โดยธรรมชาติอยู่แล้วตัวเลขมันก็จะเหวี่ยง บางเดือน credit course ก็จะขึ้นบางเดือน ก็จะลง ตอนที่เราวางแผนเราไม่ได้อยากจะดูอะไรระยะสั้นเกินไป แต่เราค่อนข้าง มั่นใจว่าปีนี้กำไรไม่น่าจะต่ำกว่า Double digit growth ครับ
-
สรุปภาพรวมปี:
Q: ขอให้ท่านผู้บริหารสรุปภาพรวมผลงานใน ปีนี้ให้หน่อยค่ะ?
A: อยากจะโต สินเชื่อ พอ ๆ กับปีที่แล้ว ประกัน น่าจะโต ได้ Double digit ประกันน่าจะโตเร็วกว่าสินเชื่อแล้วก็โตเร็วกว่าตลาด ทรนด์ ไดนามิก คล้าย ๆ กับปีที่แล้ว credit cost อัตราการเร่งของ NPL NPL Formation ดีกว่าปีที่แล้วค่อนข้างเยอะ Level ของ NPL พอ ๆ กับปีที่แล้วก็ประมาณ 1 ระหว่าง 1.5 กับ 1.2 เอ้ยก็ 2% แล้ว ที่สำคัญอีกอันนึงก็คือ NPL coverage ratio นะครับอัตราสำรองเมื่อเทียบกับ NPL สูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งพวกเนี้ยจริง ๆ พอเรามองไปข้างหน้าแล้วยังเห็นความไม่แน่นอนอยู่ผมว่าพวกเนี้ย เป็น เป็นสิ่งที่ทำให้เราอุ่นใจ แล้วประกอบกับ ดอกเบี้ยกำลังขาลงนะครับ เราก็คิดว่าอันนั้นก็เป็นปัจจัยบวกสำหรับผลประกอบ ประกอบการกับเรา แถม เพิ่งได้ upgrade นะครับเพิ่งไม่นานมานี้เองนะครับแล้วก็มีผู้ถือหุ้น เพิ่มสัดส่วนนะ ผู้ถือที่แข็งแกร่งมาเพิ่มสัดส่วนเป็น เป็น 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ จริง ๆ มีมีมีปัจจัยบวกเต็มไปหมดเลย ก็ คือภาพรวมจริง ๆ ฝ่ายบริหารจริง ๆ มอง มอง มองอนาคตค่อนข้างสดใสแล้วก็แล้วก็มั่นใจ กับ กับ กับ performance ของบริษัท
-
รถ EV กระทบจำนำทะเบียน:
Q: ในอนาคตถ้าหากรถส่วนใหญ่เป็น EV คิดว่าจะ มีผลกระทบต่อจำนำทะเบียนหรือเปล่าคะ?
A: มีในมุมของ คือผมว่ากลไกตลาด มัน มัน มันคงปรับไปตาม ตาม ตาม บริบทแล้วกัน คือผมว่า ถ้า ถ้า ตลาดกลายเป็น EV ซะส่วนใหญ่ ผมว่าอาจจะมีผลกับ อ่าราคาประเมินของ ของตัวทรัพย์สิน ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อกี้ที่เรียนไปนะผมว่า ในประเทศที่ ขาย EV มาเป็น 10 ๆ ปีแล้ว penetration ของ EV ยังไม่ถึง 10% แล้ว อ่าประเทศจีนที่ เอ่อก็นำ ผักกัน EV penetration ก็ยังไม่ได้สูงขนาดนั้นเช่นเดียวกัน ก็เลยคิดว่ายัง ยัง ยังต้องรอดูอีกนานพอสมควรความเสี่ยงนั้นจะมีนัยยะกับ กับผลประกอบการบริษัท ในประเทศไทย มอเตอร์ไซค์ จดทะเบียนมีอยู่ 22 ล้านคัน EV ไม่ ไม่ถึงล้านนะผมว่า ไม่ ไม่น่าจะถึง ไม่แน่ใจว่าถึง 100,000 รึเปล่านะครับ รถยนต์ก็เช่นเดียวกันนะครับ Dynamic คล้าย ๆ กัน รถยนต์จดทะเบียนอยู่ประมาณ 18 ล้านคัน EV เป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ๆ ณ ณ วันนี้ Segment ที่ซื้อ EV นะครับแล้วครอบครอง EV ก็ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ตรงกับ Segment ของลูกค้าเงินติดล้อสักเท่าไหร่ เราเลยคิดว่า EV ยัง ยังอีกนานนะ กว่า กว่าจะ อ่ากว่าจะมีผล กับ กับธุรกิจสินเชื่อทะเบียน
-
จำนำทะเบียน EV:
Q: ปัจจุบันรับปัจจุบันเงินติดล้อมีรับจำนำทะเบียนรถ EV หรือไม่คะ?
A: มีน้อยมาก มีน้อยมากเนื่องจาก อย่างเมื่อกี้ที่เรียนไปนะครับ เจ้าของ EV จริง ๆ ไม่ค่อยตรง Segment กับ กับ เงินติดล้อสักเท่าไหร่
-
จำนวนสาขา:
Q: มองภาพว่าจำนวนสาขาค่ะ เราอาจจะมีมากสุดได้ประมาณกี่สาขาคะ?
A: ณ วันนี้ถ้าเกิด Business Model ไม่เปลี่ยนแล้วเราไม่ได้นำ เสนอผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อย่างเช่น อ่าประกันประเภทอื่นเข้ามา ใน ใน ใน ใน ในสาขาของเราเราก็คิดว่าน่าจะ 2,000 ต้น ๆ นะครับ ก็ ก็ น่าจะพอแล้วนะครับ ตอนนี้เราอยู่ที่ 1850 นะครับประมาณ
-
การจ่ายปันผล:
Q: จากเรื่องการจ่ายเงินปันผลของ ของบริษัท เงินติดล้อค่ะ เห็นว่ามีการจ่ายปันผลเป็นเงินสดค่ะ ประมาณ 0.37 บาทต่อหุ้นในรอบ เดือนธันวาคม ตุลาคมถึงธันวาคมปีที่แล้วนะคะ อันนี้อยากทราบว่าสามารถนำเงินปันผลมาคูณ 4 ไตรมาสโดยได้หรือไม่ค่ะ?
A: อัน อันนี้มองว่าอาจจะไม่ได้คูณ 4 เพราะจริง ๆ เรามีการจ่ายของ 9 เดือนแรกแล้ว ที่ ที่เราแต่งไปต้นปีอันเนี้ยค่ะจะเป็นการจ่ายเพิ่มของ ของ 3 เดือนที่เหลือค่ะของปีที่แล้ว ถ้า ถ้า ถ้ามีการจ่ายเพิ่มเติมนะครับซึ่งอันนี้อยู่ที่คณะกรรมการตัดสินใจอีกทีนะครับ ก็ ก็ ก็ น่าจะเอาแค่ ฐานของ กำไรของไตรมาส 4 ปีที่แล้วมา มาคำนวณนะครับเพราะว่า เรา เรามองว่า สำหรับ 3 ไตรมาสแรกเรา เรา เรา อ่า จ่ายไปแล้ว 40%
-
LTV ปัจจุบัน:
Q: จะเป็นเรื่องของ LTV ค่ะว่าตอนนี้ปัจจุบัน LTV ค่ะประมาณเท่าไหร่?
A: LTV ไม่ได้เปลี่ยนนะครับ แล้วแต่ แล้วแต่ เกรดคุณภาพของ ของลูกค้า ลูกค้าที่เรามีข้อมูลเยอะเราก็ปล่อยได้ถึง 160% LTV ลูกค้าใหม่ที่ เอกสารดีความ ประวัติ ดีจริง ๆ เราก็ปล่อยได้ 100 กว่าเปอร์เซ็นต์ LTV เช่นเดียวกัน โดยเฉลี่ยเราก็อยู่ที่ประมาณ 80 มั้งครับ สิ่งที่เปลี่ยนใน ใน ใน ในช่วงที่ผ่านมาจริง ๆ คือตัว ตัว V การประเมิน ราคา รถมือสองจริง ๆ ราคาลง ใน อีกประมาณ ปี 2 ปีที่ ที่ผ่านมานะครับ แล้ว แต่ แต่ ณ วันนี้เราคิดว่า ราคาค่อนข้างนิ่ง ดังนั้นในราคาที่เรา เรา เราประเมินให้กับลูกค้าขึ้นอยู่กับราคา ราคา ราคาตลาดของรถนะครับ แต่ LTV Policy นโยบายไม่ได้เปลี่ยนครับ
-
ลูกค้าธุรกิจประกัน:
Q: จะเป็นลูกค้าของ ธุรกิจประกันน่ะค่ะอันนี้เป็นกลุ่มเดียวกับลูกค้าของกลุ่มธุรกิจสินเชื่อหรือเปล่าคะ?
A: ทับซ้อนกันบ้าง ต้องเรียนว่าทับซ้อนกันบ้าง แต่ไม่ตรงซะทีเดียว นะครับ นั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงแตก แบรนด์ประกันติดโรคออกมา เพราะว่า Segment ลูกค้าแตกต่างกันนิดนึง
โดยสรุปแล้ว ติดล้อมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2 ปี 2568 โดยมีกำไรสุทธิและรายได้ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งควบคุม NPL ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจประกันยังคงเป็นดาวเด่นด้วยการเติบโตที่สูงกว่าตลาด และบริษัทมีแผนการขยายธุรกิจและปรับโครงสร้างองค์กรอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่ผู้บริหารยังคงมั่นใจในอนาคตของบริษัทและมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน