UPF
บริษัท ยูเนี่ยนไพโอเนียร์ จำกัด (มหาชน)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2568

สรุปสั้น

ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล


ผู้เขียน

สรุปด้วย AI(O) BOT

## สรุปผลประกอบการของ หุ้น UPF บริษัท ยูเนี่ยนไพโอเนียร์ จำกัด (มหาชน) ประจำปี 2568

**ภาพรวมผลการดำเนินธุรกิจ**

ในปี 2568 บริษัท ยูเนี่ยนไพโอเนียร์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจภายใต้สภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งจากนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก, ความผันผวนของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์, รวมถึงปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลต่อภาคการส่งออกและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยรวม เศรษฐกิจไทยขยายตัวในอัตราปานกลาง โดยมีแรงสนับสนุนหลักจากภาคการท่องเที่ยวและบริการที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกยังเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์โลกที่ไม่ทั่วถึง แม้อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวลดลง แต่กำลังซื้อภายในประเทศยังถูกจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนในระดับสูงและค่าครองชีพที่ยังสูงอยู่ สภาพแวดล้อมทางการแข่งขันมีความเข้มข้นขึ้น ผู้ประกอบการต้องเผชิญทั้งแรงกดดันด้านราคา, ต้นทุนการดำเนินงาน, และความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว (หน้า 1)

**1. สรุปรายได้รวม:**

ในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการจำนวน 525.45 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 จำนวน 50.58 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8.78 การลดลงนี้มาจากยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยยอดขายในประเทศลดลง 13.34 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.89 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ชะลอตัว ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง แม้จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งและการปรับค่าจ้างขั้นต่ำในบางพื้นที่ก็ตาม (หน้า 2)

ขณะที่ยอดขายต่างประเทศลดลง 37.73 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.20 มีปัจจัยหลักจากการลดลงของคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายสำคัญในประเทศสหรัฐอเมริกา อันเป็นผลมาจากการประกาศใช้อัตราภาษีนำเข้าแบบตอบโต้กับคู่ค้าทั่วโลก เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าที่ไม่เป็นธรรม ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2567 คิดเป็นร้อยละ 6.3 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังสามารถขยายยอดขายในตลาดต่างประเทศอื่น ๆ ได้ อาทิ ประเทศพม่า ตูนิเชีย แคนาดา และอีกหลายประเทศ ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดหลักได้บางส่วน (หน้า 2)

สำหรับรายได้อื่นในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 จำนวน 0.50 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.92 สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการจำหน่ายเศษผลิตภัณฑ์ และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น (หน้า 2)

**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**

เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ขยายตัวในอัตราปานกลาง โดยมีแรงสนับสนุนหลักจากภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการที่ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องจากปีก่อน ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกยังเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์โลกที่ไม่ทั่วถึง แม้อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวลดลงและเริ่มเข้าสู่ระดับที่ทรงตัวมากขึ้น แต่กำลังซื้อภายในประเทศยังคงถูกจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนในระดับสูงและค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า สภาพแวดล้อมทางการแข่งขันมีความเข้มข้นมากขึ้น ผู้ประกอบการต้องเผชิญทั้งแรงกดดันด้านราคา ต้นทุนการดำเนินงาน และความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความสามารถในการปรับตัวและการบริหารจัดการภายในองค์กรมีบทบาทสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขัน (หน้า 1)

**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**

ด้านต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมลดลง 21.36 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.78 เนื่องจากบริษัทฯ มีการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง แม้ว่าราคายางพาราซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม (หน้า 2)

ในปี 2568 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิตามงบการเงินจำนวน 15.29 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.91 ของรายได้รวม เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 9.23 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.60 ของรายได้รวม ส่งผลให้ผลการดำเนินงานลดลงจากปีก่อนจำนวน 24.52 ล้านบาท ผลขาดทุนสุทธิดังกล่าวคิดเป็นขาดทุนสุทธิต่อหุ้นจำนวน 2.04 บาทต่อหุ้น สะท้อนถึงผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัทฯ ในรอบปี (หน้า 2)

อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินอยู่ที่ -4.53% ลดลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 2.62% โดยเป็นผลจากผลการดำเนินงานสุทธิที่ขาดทุนในปีปัจจุบัน ส่งผลให้ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นลดลง (หน้า 3)

อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือปี 2568 เท่ากับ 3.27 เท่า ลดลงจากปี 2567 ซึ่งเท่ากับ 3.71 เท่า สะท้อนถึงอัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากภาวะตลาดและระดับการขายที่ลดลงเมื่อเทียบกับฐานสินค้าคงเหลือเฉลี่ย (หน้า 3)

**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 466.95 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 5.37 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของสินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 40.80 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.86 โดยเฉพาะลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารเงินทุนหมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นจำนวน 23.90 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 41.57 ส่งผลให้สถานะสภาพคล่องของบริษัทปรับตัวดีขึ้น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 14.33 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.16 โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้สินทรัพย์สิทธิการใช้และสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อรองรับการดำเนินงานในระยะยาว แม้ว่ามูลค่าที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์จะลดลงตามค่าเสื่อมราคาประจำปี (หน้า 4)

บริษัทฯ มีหนี้สินรวม 144.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.69 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.34 โดยการลดลงของหนี้สินหมุนเวียนได้รับการชดเชยด้วยการเพิ่มขึ้นของหนี้สินไม่หมุนเวียนเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาระผูกพันตามสัญญาเช่าและประมาณการหนี้สินสำหรับผลประโยชน์พนักงาน ทั้งนี้ โครงสร้างหนี้โดยรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้และไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของบริษัท (หน้า 4)

ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปีอยู่ที่ 321.99 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 31.17 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.83 สาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานของปีและการจัดสรรกำไรสะสม อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียน และยังคงมีฐานทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอในการรองรับการดำเนินงานและแผนธุรกิจในอนาคต (หน้า 4)

อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปี 2568 อยู่ที่ 0.45 เท่า สูงกว่าปี 2567 ที่ 0.40 เท่า ซึ่งแสดงว่าสัดส่วนของหนี้สินยังมีระดับต่ำ เมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น (หน้า 2)

อัตราส่วนสภาพคล่องปี 2568 เท่ากับ 6.30 เท่า เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งเท่ากับ 5.25 เท่า สะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้สินระยะสั้นที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและการบริหารสินทรัพย์หมุนเวียนอย่างรอบคอบ (หน้า 3)

**สภาพคล่องและความเพียงพอของเงินทุน**

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดมีจำนวน 81.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 จำนวน 23.90 ล้านบาท (หน้า 4)

* เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 55.74 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกระแสเงินสดจ่ายสุทธิ 36.63 ล้านบาท การปรับตัวดังกล่าวมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายการปรับปรุงที่ไม่กระทบเงินสด อาทิ ค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน รวมถึงการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าผลการดำเนินงานก่อนภาษีของบริษัทยังคงอยู่ในภาวะขาดทุน (หน้า 5)
* เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจ่ายสุทธิจำนวน 18.42 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน จากการลงทุนในเครื่องจักรอุปกรณ์ และการชำระเงินล่วงหน้าค่าอุปกรณ์ เพื่อรองรับการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว ทั้งนี้ กระแสเงินสดจ่ายดังกล่าวได้รับการชดเชยบางส่วนจากเงินรับจากการจำหน่ายสินทรัพย์และดอกเบี้ยรับ (หน้า 5)
* เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจ่ายสุทธิ 13.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินปันผล การชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย (หน้า 5)

**ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในอนาคต**

สำหรับปี 2569 ภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความท้าทาย ทั้งจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคของโลก และความไม่แน่นอนของนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับหลายประเทศ ส่วนสภาวะเศรษฐกิจในประเทศไทยเองคาดว่าจะมีการปรับตัวดีขึ้นจากการลงทุนภาครัฐและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินกระจายไปยังท้องถิ่น ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับธุรกิจการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นจากปีก่อน (หน้า 6)

ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมความพร้อมในการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่อาจเปลี่ยนแปลงไป โดยอาศัยการพิจารณาและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบค้าน ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บริษัทคงมุ่งมั่นในการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ ตลอดจนคุณภาพการให้บริการ ควบคู่กับการรักษาความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าหลัก การขยายฐานลูกค้าใหม่ และการเปิดตลาดสู่ภูมิภาคอื่น ๆ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที (หน้า 6)

นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งมอบสินค้าที่ตรงเวลา การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและการบริหารต้นทุน ทั้งต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด พร้อมกันนี้ บริษัทได้ดำเนินการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนผ่านการใช้สัญญาซื้อขายเงินตราล่วงหน้า และการบริหารบัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว (หน้า 6)


รายได้รวม
121.70 ล้านบาท
2.33ล้านบาท
(1.88%)
ไตรมาสก่อนหน้า
25.19ล้านบาท
(17.15%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
กำไรขั้นต้น
10.95 ล้านบาท
0.42ล้านบาท
(3.65%)
ไตรมาสก่อนหน้า
3.10ล้านบาท
(22.06%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
9.00 ล้านบาท
0.16ล้านบาท
(1.75%)
ไตรมาสก่อนหน้า
0.56ล้านบาท
(5.86%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
ค่าใช้จ่ายรวม
18.72 ล้านบาท
1.66ล้านบาท
(9.71%)
ไตรมาสก่อนหน้า
1.48ล้านบาท
(8.58%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
15.38 %
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
กำไรสุทธิ
-2.90 ล้านบาท
2.83ล้านบาท
(4,164.71%)
ไตรมาสก่อนหน้า
4.38ล้านบาท
(295.95%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-2.38 %
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
D/E
0.45 เท่า
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
กระแสเงินสด
-18.74 ล้านบาท
46.77ล้านบาท
(166.86%)
ไตรมาสก่อนหน้า
1.15ล้านบาท
(5.78%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล