สรุปงบล่าสุด TSC
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
**สรุปผลประกอบการของ บมจ. ไทยสตีลเคเบิล (TSC) ประจำปี 2568**
**1. สรุปรายได้รวม:**
ในปี 2568 บริษัท ไทยสตีลเคเบิล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 2,517.41 ล้านบาท ลดลง 6.18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (2,683.22 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม กำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้นเป็น 346.43 ล้านบาท คิดเป็น 13.76% ของรายได้จากการขาย ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 295.21 ล้านบาท หรือ 11.00% ในปีก่อนหน้า การเติบโตของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนการผลิตและการจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ (อ้างอิง: ผลการดำเนินงาน)
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงมีการเติบโตที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวลง กำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงอ่อนแอ และหนี้สินภาคครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ทำให้สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ โดยเฉพาะลูกค้ารายย่อย นอกจากนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ยังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ทั้งในและต่างประเทศ (อ้างอิง: ผลการดำเนินงาน, ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 6.18% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่และการลดลงของการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์
* **ต้นทุนขาย:** ลดลงจาก 79.93% ของรายได้ในปี 2567 เป็น 77.34% ในปี 2568 แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลงจาก 10.88% ของรายได้ในปี 2567 เป็น 10.14% ในปี 2568 แสดงถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
* **กำไรสำหรับงวด:** เพิ่มขึ้น 18.67% เนื่องจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนการผลิตและการจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
(อ้างอิง: ผลการดำเนินงาน)
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลงเล็กน้อยจาก 2,215.26 ล้านบาท ในปี 2567 เป็น 2,198.52 ล้านบาท ในปี 2568
* **หนี้สินรวม:** ลดลงจาก 675.77 ล้านบาท ในปี 2567 เป็น 624.19 ล้านบาท ในปี 2568
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** เพิ่มขึ้นจาก 1,539.49 ล้านบาท ในปี 2567 เป็น 1,574.33 ล้านบาท ในปี 2568
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** ลดลงจาก 0.44 ในปี 2567 เป็น 0.40 ในปี 2568 แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นและความสามารถในการชำระหนี้ที่ดีขึ้น
(อ้างอิง: ฐานะทางการเงิน)
**ประเด็นสำคัญเพิ่มเติม:**
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Ratio):** เพิ่มขึ้นจาก 20.07% ในปี 2567 เป็น 22.66% ในปี 2568 แสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้น โดยบริษัทสามารถลดต้นทุนวัตถุดิบได้ประมาณ 2.18%
* **อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE):** เพิ่มขึ้นจาก 19.18% ในปี 2567 เป็น 22.01% ในปี 2568 แสดงถึงความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นและการใช้สินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ
* **อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio):** เพิ่มขึ้นจาก 2.22 ในปี 2567 เป็น 2.39 ในปี 2568 แสดงถึงสภาพคล่องที่ดีขึ้น
* บริษัทฯ ตระหนักถึงความท้าทายจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคาพลังงานและวัตถุดิบที่ผันผวน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงและปรับแผนการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาพตลาด โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การควบคุมต้นทุน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในอนาคต
(อ้างอิง: อัตราส่วน, ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย)
(79.12%)
(11.11%)
(70.94%)
(8.18%)
(4.54%)
(21.69%)
(161.57%)
(3.59%)
(65.20%)
(26.80%)
(16.50%)
(1.72%)