สรุปงบล่าสุด TPAC
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
## สรุปผลประกอบการของ บมจ. พลาสติค และหีบห่อไทย (TPAC) ไตรมาส 1 ปี 2569
บทความนี้สรุปผลประกอบการของบริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPAC สำหรับไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยเน้นการวิเคราะห์รายได้ กำไร สินทรัพย์ หนี้สิน และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและไตรมาสก่อนหน้า
**1. สรุปรายได้รวม**
TPAC มีรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 1,807 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 141 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% YoY แต่ลดลง 3% QoQ (หน้า 4, 7, 9)
* **ปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้:** ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล (QoQ) เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ แต่ความผันผวนของราคาเม็ดพลาสติกซึ่งมีผลต่อกลไกการตั้งราคาขาย และแรงกดดันด้านต้นทุนจากราคาวัตถุดิบและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยกดดัน (หน้า 4, 7)
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ**
เอกสารไม่ได้กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโดยละเอียด แต่ระบุถึงผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบในตลาดโลก ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนของบริษัท (หน้า 4)
* **การลงทุนและขยายธุรกิจ:** ในไตรมาส 1 ปี 2569 TPAC ได้เข้าซื้อหุ้น 100% ใน Super Uniart Industries (M) SDN BHD ซึ่งเป็นบริษัทในมาเลเซีย (หน้า 5)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร**
ต้นทุนขายในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 1,379 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% QoQ และลดลง 1% YoY กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 428 ล้านบาท ลดลง 4% QoQ และเพิ่มขึ้น 1% YoY อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 23.7% ลดลงจาก 26.8% ในไตรมาสก่อนหน้า และใกล้เคียงกับ 23.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน (หน้า 9)
* **ปัจจัยที่ส่งผลต่อกำไร:** Core EBITDA อยู่ที่ 344 ล้านบาท ทรงตัว QoQ และเพิ่มขึ้น 1% YoY อัตรากำไรที่ลดลงในธุรกิจบางนาเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Mix) และต้นทุนที่สูงขึ้นในธุรกิจอินเดียจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ เป็นปัจจัยกดดัน (หน้า 4, 9, 10)
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน**
สินทรัพย์รวมของบริษัท ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 7,573 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 7,328 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2568 ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3,006 ล้านบาท (หน้า 12, 16)
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนลดลงจาก 0.93 เท่า ณ สิ้นปี 2568 เป็น 0.85 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 แสดงถึงการลดภาระหนี้สินของบริษัท (หน้า 4, 7, 12, 16)
**สรุปประเด็นสำคัญ**
* รายได้รวมลดลงเล็กน้อย YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล
* แรงกดดันด้านต้นทุนและ Product Mix ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* การลดภาระหนี้สินอย่างต่อเนื่องทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลง
* การเข้าซื้อ Super Uniart Industries ในมาเลเซียเป็นการขยายธุรกิจที่สำคัญ
**ข้อสังเกต:**
* เอกสารนี้เป็นการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ซึ่งอาจมีมุมมองที่เป็นบวกต่อบริษัท
* ข้อมูลในเอกสารเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
* การตัดสินใจลงทุนควรพิจารณาข้อมูลและปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย
(10.43%)
(0.64%)
(3.70%)
(0.58%)
(12.80%)
(0.04%)
(3.65%)
(6.79%)
(3.47%)
(17.00%)
(77.01%)
(20.47%)