สรุปงบล่าสุด TNP
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
**สรุปผลประกอบการของ บมจ. ธนพิริยะ (TNP) สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568**
บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมีรายได้จากการขายรวม 3,090.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 212.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.57% จากปีก่อนหน้า การเติบโตนี้มีปัจจัยหลักมาจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีการเปิดสาขาใหม่จำนวน 6 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ (หน้า 1, 2)
**สถานการณ์เศรษฐกิจ**
แม้ว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวมยังคงอ่อนแอ แต่ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ภาครัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการเพิ่มเงินช่วยเหลือพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งส่งผลให้ยอดขายในสาขาของบริษัทเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส เนื่องจากเงื่อนไขที่กำหนดให้เฉพาะร้านค้าขนาดเล็กเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมได้ (หน้า 1)
**การวิเคราะห์รายได้และกำไร**
รายได้จากการขายในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 อยู่ที่ 894.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 22.34% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ปี 2568 การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายสาขาเดิม 12.2% และการขยายสาขาใหม่ นอกจากนี้ ช่องทางการขายสินค้าตามสัญญาผู้จัดจำหน่ายสินค้าที่ได้รับอนุญาต (Authorized distributor) ซึ่งจำหน่ายสินค้าผ่านบริษัทย่อยของบริษัทในไตรมาสที่ 4/2568 เติบโตร้อยละ 12.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (หน้า 3)
ต้นทุนขายสำหรับปี 2568 อยู่ที่ 2,525.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.66% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลงจาก 82.44% ในปี 2567 เป็น 81.72% ในปี 2568 เนื่องจากการบริหารต้นทุนสินค้าและการได้รับการสนับสนุนที่ดีจากผู้จำหน่ายสินค้า รวมถึงการคัดเลือกสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้นมาจำหน่าย (หน้า 4)
กำไรขั้นต้นสำหรับปี 2568 อยู่ที่ 564.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.00% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 17.56% ในปี 2567 เป็น 18.28% ในปี 2568 (หน้า 5)
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายสำหรับปี 2568 อยู่ที่ 209.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.72% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากการขยายสาขา แต่เมื่อเทียบเป็นอัตราส่วนต่อรายได้จากการขายแล้ว เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 6.54% เป็น 6.79% (หน้า 6)
ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำหรับปี 2568 อยู่ที่ 103.96 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้จากการขายลดลงจาก 3.62% เป็น 3.36% (หน้า 6)
**สินทรัพย์และหนี้สิน**
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,808.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.39% จากปีก่อนหน้า โดยมีสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด สินค้าคงเหลือ และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (หน้า 8)
หนี้สินรวมอยู่ที่ 483.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.71% จากปีก่อนหน้า โดยมีหนี้สินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือ เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น และหนี้สินตามสัญญาเช่า (หน้า 8)
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.31 เท่าในปี 2567 เป็น 0.36 เท่าในปี 2568 (หน้า 2)
**กระแสเงินสด**
บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 267.07 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 124.57 ล้านบาท และกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 48.16 ล้านบาท (หน้า 9)
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาส**
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญคือการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีก ในขณะที่โอกาสในการเติบโตมาจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ (หน้า 9, 10)
**สรุปความสัมพันธ์ระหว่างรายได้, กำไร, อัตรากำไรขั้นต้น, อัตรากำไรสุทธิ, และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E)**
ภาพรวมผลการดำเนินงานของ TNP ในปี 2568 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การขยายสาขาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในการเติบโตของรายได้ ในขณะที่การบริหารต้นทุนและการคัดเลือกสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา แต่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารยังคงควบคุมได้ดี การเพิ่มขึ้นของอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากเงินกู้ยืมเพื่อขยายธุรกิจ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงทางการเงิน แต่ก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้หากการลงทุนประสบความสำเร็จ
(22.24%)
(21.28%)
(16.73%)
(18.78%)
(4.49%)
(2.05%)
(3.03%)
(7.20%)
(34.35%)
(25.82%)
(63.51%)
(211.28%)