สรุปงบล่าสุด NYT
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
**บทสรุปผลประกอบการของ หุ้น NYT บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) ไตรมาส 1 ปี 2569**
บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รายงานผลกำไรสุทธิรวมสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 113.5 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 123.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 32.1 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 1/2568: 93.6 ล้านบาท) ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 0.10 บาทต่อหุ้นจาก 0.08 บาทต่อหุ้นในปีก่อน (หน้า 1)
**สถานการณ์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม**
ภาพรวมการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของไทยในไตรมาส 1 ปี 2569 มีการชะลอตัวลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของประเทศคู่ค้าหลักที่ลดลง สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับปริมาณรถยนต์ส่งออกผ่านท่าของบริษัทที่ปรับตัวลดลงร้อยละ 5.2 (อยู่ที่ 156,240 คัน) และปริมาณรถยนต์นำเข้าที่ลดลงร้อยละ 16.0 (อยู่ที่ 12,630 คัน) อย่างไรก็ดี ปริมาณรถยนต์ถ่ายลำใช้บริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.7 (อยู่ที่ 50,091 คัน) ซึ่งช่วยชดเชยปริมาณการส่งออกและนำเข้าที่ชะลอตัวได้เกือบทั้งหมด ส่งผลให้ปริมาณรถยนต์ผ่านท่ารวมในไตรมาสนี้ทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 216,961 คัน (ลดลงเพียงร้อยละ 0.1 จากไตรมาส 1/2568 ที่ 217,264 คัน) (หน้า 1)
**การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน**
รายได้รวมสำหรับงวดไตรมาส 1 ปี 2569 มีจำนวน 476.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.9 จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายละเอียดดังนี้ (หน้า 1, 4):
* **รายได้จากท่าเทียบเรือ:** เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.0 แม้ปริมาณรถผ่านท่าจะทรงตัว แต่บริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการให้บริการลานพักสินค้า ค่าภาระฝากเก็บ และรายได้จากการให้บริการแรงงานพิเศษที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **รายได้จากคลังสินค้า:** จำนวน 137.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.8 ล้านบาท (+13.9%) การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการขยายพื้นที่ให้บริการจากการเปิดดำเนินการคลังสินค้าแห่งใหม่ตลอดจนอัตราการเช่าพื้นที่ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากลูกค้ารายใหม่
* **รายได้อื่น:** จำนวน 21.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8 ล้านบาท (+120.0%) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนหนึ่งเกิดจากผลกำไรจากการลงทุนที่พื้นตัวตามสภาวะตลาด (เทียบกับไตรมาส 1/2568 ซึ่งมีผลขาดทุนจากการลงทุนและแสดงอยู่ในหมวดค่าใช้จ่าย)
**ค่าใช้จ่าย** (หน้า 2):
* **ต้นทุนการให้บริการ:** จำนวน 224.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0 ล้านบาท (+3.2%) สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนแรงงานพิเศษซึ่งปรับตัวสูงขึ้นในทิศทางเดียวกันกับรายได้จากการให้บริการแรงงานพิเศษที่เพิ่มขึ้นรวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าตัดจำหน่ายสิทธิตามสัญญาสัมปทานบริการท่าเทียบเรือ
* **ต้นทุนการให้เช่า:** จำนวน 33.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1 ล้านบาท (+13.8%) สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาของโครงการการคลังสินค้าแห่งใหม่ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของรายได้จากการเปิดให้บริการพื้นที่คลังสินค้าแห่งใหม่
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** จำนวน 41.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8 ล้านบาท (+1.9%) สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้า:** กลุ่มบริษัทไม่มีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนเพิ่มเติมในไตรมาส 1/2569 (ไตรมาส 1/2568: รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน 8.7 ล้านบาท) เนื่องจากกลุ่มบริษัทได้รับรู้ผลขาดทุนและตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าจนมูลค่าเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าลดลงเหลือศูนย์แล้ว
* **ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** กลุ่มบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจำนวน 0.3 ล้านบาท (ไตรมาส 1/2568: รับรู้กำไร 9.5 ล้านบาท) สาเหตุหลักมาจากปริมาณสินค้าผ่านท่าและการให้บริการของบริษัทร่วมลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจ
**ต้นทุนทางการเงิน**
จำนวน 30.9 ล้านบาท ลดลง 1.1 ล้านบาท (-3.6%) ตามยอดหนี้สินรวมที่ลดลงจากการทยอยจ่ายชำระค่าเช่าตามสัญญาเช่า (หน้า 2)
**สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น** (หน้า 3)
* **สินทรัพย์:** สินทรัพย์รวมลดลงเล็กน้อย 44.4 ล้านบาท โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญคือลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นลดลง 283.7 ล้านบาท เนื่องจากการได้รับการชำระหนี้ตามคำพิพากษาจาก กทม. ครบถ้วนแล้ว ส่งผลให้กลุ่มบริษัทนำกระแสเงินสดดังกล่าวไปจัดสรรในสินทรัพย์ทางการเงินระยะสั้นเพิ่มขึ้น 306.1 ล้านบาท นอกจากนี้ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น 113.7 ล้านบาทจากการก่อสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่
* **หนี้สิน:** หนี้สินรวมลดลง 157.9 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการชำระคืน เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น (-64.3 ล้านบาท) ซึ่งรวมถึงเจ้าหนี้ค่าก่อสร้างและค่าทนายความ และการลดลงของหนี้สินตามสัญญาเช่า (-113.5 ล้านบาทรวมส่วนหมุนเวียน) จากการชำระค่าเช่า ขณะที่ภาษีเงินได้ค้างจ่ายเพิ่มขึ้นจากผลกำไรของงวดปัจจุบัน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 113.5 ล้านบาทจากการสะสมกำไรสุทธิของงวดไตรมาส 1 ปี 2569
**สภาพคล่องและกระแสเงินสด**
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 กลุ่มบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 154.7 ล้านบาท ลดลง 60.0 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณารวมกับสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น กลุ่มบริษัทจะมีสภาพคล่องส่วนเกินรวม 1,196.4 ล้านบาท (หน้า 3)
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 575.1 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 241.1 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568) สาเหตุหลักเกิดจากกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 317.2 ล้านบาท (ก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน) ผนวกกับกระแสเงินสดรับจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นจำนวน 2864.3 ล้านบาทจากการได้รับการชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาจาก กทม.
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 498.9 ล้านบาท โดยกระแสเงินสดจ่ายที่สำคัญประกอบด้วย 1) การบริหารสภาพคล่องผ่านการลงทุนระยะสั้นในสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นจำนวน 300.5 ล้านบาท เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม และ 2) รายจ่ายฝ่ายทุนเพื่อการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (โครงการคลังสินค้า) จำนวน 197.9 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 136.2 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจ่ายชำระคืนหนี้สินตามสัญญาเช่า 114.1 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ย 25.8 ล้านบาท และจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินตามกำหนดเวลา 18.4 ล้านบาท
ทั้งนี้ สถานะกระแสเงินสดและโครงสร้างเงินทุนของกลุ่มบริษัทในปัจจุบันมีความมั่นคง และเพียงพอต่อการรองรับแผนการลงทุนขยายธุรกิจ รวมถึงการจ่ายชำระคืนหนี้สินตามกำหนดเวลาในอนาคต (หน้า 3)
**ประเด็นสำคัญเพิ่มเติม**
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 บริษัทฯ ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เกี่ยวกับการบริหารจัดการท่าเทียบเรือสินค้ากองเอ 5 ชั่วคราวภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยเนื่องจากปัจจุบันการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ยังไม่มีการเปิดประมูลเพื่อสรรหาผู้ประกอบการรายใหม่ ประกอบกับการบริหารจัดการท่าเทียบเรือเพื่อรองรับการส่งออกและนำเข้ารถยนต์มีความจำเป็นต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินธุรกิจบริหารจัดการท่าเทียบเรือสินค้ากองเอ 5 ต่อไปเป็นการชั่วคราว เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกยานยนต์ของประเทศจนกว่าการสรรหาผู้ประกอบการรายใหม่จะลุล่วง ทั้งนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินการหาข้อสรุปกับ กทท. ในเรื่องดังกล่าว การดำเนินการนี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทฯ ยังคงสามารถประกอบธุรกิจและรับรู้รายได้จากบริการท่าเทียบเรือได้อย่างต่อเนื่องในระหว่างรอความชัดเจนของการเปิดประมูลใหม่ (หน้า 4)
**สรุป**
โดยรวมแล้ว ผลประกอบการของ NYT ในไตรมาส 1 ปี 2569 มีการเติบโตที่น่าพอใจ โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าปริมาณการส่งออกและนำเข้ารถยนต์จะชะลอตัวลง แต่บริษัทฯ สามารถชดเชยได้ด้วยรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ เช่น คลังสินค้าและบริการถ่ายลำ นอกจากนี้ การได้รับชำระหนี้จาก กทม. ยังส่งผลให้กระแสเงินสดของบริษัทฯ แข็งแกร่งขึ้น
(37.66%)
(10.87%)
(8.10%)
(15.52%)
(73.38%)
(4.18%)
(32.46%)
(1.39%)
(62.23%)
(32.13%)
(78.25%)
(138.48%)