บริษัท แมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
0.01
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6549 out_tok=2883 at=2026-07-25T19:54:14 -->
# MAX Q3/2566 พลิกขาดทุนน้อยลง รับรายได้สนามกอล์ฟ-โรงแรมฟื้น
## รายได้รวมโต 44% แต่ยังขาดทุนสุทธิ เหตุต้นทุนบริการ-ค่าใช้จ่ายบริหารพุ่ง
บริษัท แมกซ์ เมทัลคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MAX รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 13.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักจากธุรกิจสนามกอล์ฟและธุรกิจโรงแรม อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 13.63 ล้านบาท ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 ที่ขาดทุน 12.50 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักของการขาดทุนที่ลดลงมาจากผลการดำเนินงานที่รับรู้จากบริษัทย่อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตราการขาดทุนสุทธิของ MAX ในไตรมาส 3/2566 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการบริการสนามกอล์ฟและธุรกิจโรงแรม ควบคู่ไปกับการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทย่อยที่ลดลง** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตถึง 44% แต่บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 13.63 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 12.50 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากธุรกิจสนามกอล์ฟที่เติบโต 47.86% และธุรกิจโรงแรมที่เติบโต 15.38% ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคบริการหลังสถานการณ์โควิด อย่างไรก็ตาม ต้นทุนบริการสนามกอล์ฟและต้นทุนบริการโรงแรมก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นยังคงติดลบที่ 1.25 ล้านบาทในปีก่อน และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.05 ล้านบาทในปีนี้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังคงสูงถึง 9.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.74% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการให้ยังคงขาดทุน
ประเด็นสำคัญที่ทำให้ตัวเลขขาดทุนสุทธิ "ลดลง" เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทย่อยที่ลดลง** โดยในไตรมาส 3/2566 มีการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัท เดอะ มาเจสติคครีก คันทรีคลับ จำกัด จำนวน 4.43 ล้านบาท และจากบริษัท อริยา เอสเตท จำกัด จำนวน 2.68 ล้านบาท รวมเป็น 7.11 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทย่อยในไตรมาส 3/2565 (ตัวเลขไม่ได้ระบุชัดเจน แต่จากผลขาดทุนสุทธิที่ลดลง 1.13 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 1.30 ล้านบาท บ่งชี้ว่าผลขาดทุนจากบริษัทย่อยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ)
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จากธุรกิจสนามกอล์ฟและโรงแรมจะฟื้นตัว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่การที่ต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา นอกจากนี้ การรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทย่อยที่ลดลงในปีนี้ อาจเป็นปัจจัยชั่วคราวที่ส่งผลให้ตัวเลขขาดทุนสุทธิดูดีขึ้น หากบริษัทย่อยยังคงมีผลการดำเนินงานที่ขาดทุนต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการรวมในอนาคตได้ ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะยาว หรือการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทย่อยอย่างชัดเจน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 13.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% YoY** จากการฟื้นตัวของธุรกิจสนามกอล์ฟและโรงแรม
* **ขาดทุนสุทธิ 13.63 ล้านบาท ลดลง 9.07% YoY** จากการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทย่อยที่ลดลง
* **กำไรขั้นต้นพลิกเป็นบวก 0.05 ล้านบาท** จากขาดทุน 1.25 ล้านบาทในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 21.74% YoY** เป็น 9.97 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมลดลง 0.36%** เป็น 1,818.08 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงจากการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคา
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 5.72%** เป็น 393.63 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 1.92%** เป็น 1,424.45 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท แมกซ์ เมทัลคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวมจากการขายและบริการอยู่ที่ 13,167,000 บาท เพิ่มขึ้น 3,707,000 บาท หรือ 44.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการบริการสนามกอล์ฟอยู่ที่ 10,250,000 บาท เพิ่มขึ้น 47.86% และรายได้จากธุรกิจบริการโรงแรมอยู่ที่ 2,917,000 บาท เพิ่มขึ้น 15.38% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดที่ 13,630,000 บาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 12,497,000 บาท ในไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งเป็นการขาดทุนที่ลดลงเล็กน้อย
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจสนามกอล์ฟและโรงแรม:** การเติบโตของรายได้ในสองธุรกิจหลักนี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีขึ้นของภาคการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
* **การปรับปรุงผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย:** หากบริษัทสามารถบริหารจัดการบริษัทย่อยให้มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น หรือลดการรับรู้ผลขาดทุนลงได้ จะส่งผลดีต่อภาพรวมผลประกอบการของกลุ่มบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูง:** การที่ต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดันความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย:** การที่บริษัทย่อยยังคงมีผลขาดทุน อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการรวมของบริษัทในระยะยาว
* **ความไม่แน่นอนของข้อมูลทางการเงินกลุ่ม HNC:** การที่กลุ่ม HNC ไม่ส่งมอบงบการเงิน ทำให้ข้อมูลทางการเงินที่นำมารวมอาจมีความคลาดเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ และอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้ธุรกิจสนามกอล์ฟและโรงแรมในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อลดผลกระทบต่อกำไร
* ความคืบหน้าในการปรับปรุงผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยที่ยังขาดทุน
* การได้รับงบการเงินที่ถูกต้องและตรวจสอบได้จากกลุ่ม HNC เพื่อสะท้อนฐานะการเงินที่แท้จริง
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ โดยเฉพาะอัตราส่วนสภาพคล่องและอัตราส่วนหนี้สิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
แม้ว่าเอกสารจะระบุว่าบริษัทอยู่ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร แต่ข้อมูลที่นำเสนอใน MD&A นี้ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการสนามกอล์ฟและโรงแรม ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทดำเนินงานอยู่จริงในปัจจุบัน โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ sector ดังนี้:
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ไม่มีการระบุถึงราคาวัตถุดิบหรือสินค้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจสนามกอล์ฟและโรงแรม (เช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ค่าบริการต่างๆ)
* **Volume:** มีการระบุถึงรายได้จากการบริการสนามกอล์ฟและโรงแรม ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณการใช้บริการที่เพิ่มขึ้น
* **GPM:** กำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ยังอยู่ในระดับต่ำมาก โดยในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 0.05 ล้านบาท จากรายได้ 13.17 ล้านบาท หรือคิดเป็น GPM เพียง 0.38% ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของธุรกิจบริการทั่วไป
* **ช่องทางขาย:** ไม่มีการระบุถึงช่องทางขายที่ชัดเจน นอกเหนือจากการให้บริการในสนามกอล์ฟและโรงแรม
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงการบริหารสต็อก
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจที่นำเสนอ
* **ฤดูกาลผลิต:** ธุรกิจสนามกอล์ฟและโรงแรมอาจมีปัจจัยฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบที่ชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,818.08 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.36% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 0.99% จากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 0.80% จากการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 393.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.72% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 8.45% จากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 73.72% จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,424.45 ล้านบาท ลดลง 1.92% จากขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นในช่วง 9 เดือนแรกของปี
ในส่วนของกระแสเงินสด ไตรมาส 3/2566 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ 4.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยกระแสเงินสดจ่ายสุทธิจากการดำเนินงานลดลงเล็กน้อย ส่วนกระแสเงินสดที่ใช้ในกิจกรรมลงทุนลดลง และกระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ ณ สิ้นไตรมาส 3/2566:
* อัตราส่วนสภาพคล่อง: 1.34 เท่า (ลดลงจากไตรมาสก่อน)
* อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์รวม: 0.23 เท่า (เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน)
* อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น: 0.28 เท่า (เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน)
* ขาดทุนต่อหุ้น: (0.0002) บาท (เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน)
## สรุปท้าย
MAX ในไตรมาส 3/2566 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจสนามกอล์ฟและโรงแรม ซึ่งเป็นปัจจัยบวก แต่ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูง ทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แม้จะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยหัวใจสำคัญที่ทำให้ตัวเลขขาดทุนดูดีขึ้น มาจากการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทย่อยที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามความต่อเนื่องในระยะยาว ขณะที่ฐานะการเงินและกระแสเงินสดมีการเปลี่ยนแปลงตามการดำเนินงานและโครงสร้างหนี้สินที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการบริหารต้นทุนและผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MAX ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
411.22
ล้านบาท
↓ 50.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-7.16
ล้านบาท
↓ 127.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.74
%
กำไรสุทธิ
-260.80
ล้านบาท
↓ 4852.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-63.42
%
D/E Ratio
0.51
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
411
↓ -50.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-7
↓ -127.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-261
↓ -4852.3%
YoY
D/E Ratio
0.51
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MAX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.51
ROE (%)
-27.26
ROA (%)
-17.47
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MAX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-53
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-462
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MAX
| รายการ | 2566 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 | 2560 | 2559 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
-53.17
-510.90%
|
12.94
-54.77%
|
28.61
-173.55%
|
-38.90
-40.76%
|
-65.66
-19.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
-462.06
-5,741.76%
|
8.19
-131.36%
|
-26.12
-94.16%
|
-447.24
-806.54%
|
63.30
+34.82%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
549.17
-2,231.87%
|
-25.76
+65.98%
|
-15.52
-103.33%
|
466.46
+2,015.46%
|
22.05
+684.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
33.94
-831.47%
|
-4.64
-64.39%
|
-13.03
-33.79%
|
-19.68
-199.95%
|
19.69
-162.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
3.97
-73.34%
|
14.89
-46.67%
|
27.92
-41.34%
|
47.60
+70.55%
|
27.91
-53.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
37.91
+854.91%
|
3.97
-73.34%
|
14.89
-46.67%
|
27.92
-41.34%
|
47.60
+70.56%
|