สรุปงบล่าสุด IRC
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
**สรุปผลประกอบการของ บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (IRC) ประจำปีบัญชี 2568**
**1. สรุปรายได้รวม:**
บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (IRC) มีรายได้รวมสำหรับปีบัญชี 2568 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 อยู่ที่ 4,693.05 ล้านบาท ลดลง 2.14% เมื่อเทียบกับปีบัญชี 2567 ที่มีรายได้รวม 4,795.50 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทฯ มีรายได้พิเศษในปี 2567 จากเงินปันผลของกิจการที่เกี่ยวข้องกันจำนวน 145.78 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว รายได้จากการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 43.33 ล้านบาท โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายผลิตภัณฑ์ยางนอก-ยางในรถจักรยานยนต์ทั้งในประเทศและส่งออก (อ้างอิง: หน้า 1)
กำไรสุทธิสำหรับปีบัญชี 2568 อยู่ที่ 184.26 ล้านบาท ลดลง 40.85% เมื่อเทียบกับปีบัญชี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 311.50 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้เงินปันผลจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน และการสิ้นสุดลงของสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการได้รับการส่งเสริมการลงทุน ทำให้บริษัทฯ ต้องรับรู้ภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราปกติ (อ้างอิง: หน้า 1)
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
เศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวได้ดี โดยมีภาคบริการเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายจากความไม่แน่นอนของสงครามการค้าและนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อโลกที่ปรับตัวลดลง ทำให้ธนาคารกลางส่วนใหญ่มีทิศทางผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ (อ้างอิง: หน้า 1)
เศรษฐกิจไทยขยายตัวชะลอลงท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยภายนอกและการเปราะบางภายในประเทศ โดยปัจจัยภายนอกได้รับแรงกดดันจากการเร่งส่งออกในช่วงครึ่งปีแรกก่อนการประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ การขยายตัวของการส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศ เผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะตลาดแรงงานที่อ่อนแอลงและหนี้สาธารณะที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ยอดผลิตรถยนต์ในประเทศไทยลดลง 10.54% ในขณะที่ยอดผลิตรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 2.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (อ้างอิง: หน้า 1)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 29.71 ล้านบาท หรือ 0.74% จากปีก่อน โดยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย และค่าใช้จ่ายสวัสดิการพนักงานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการผลิตอื่นๆ ลดลงจากการบริหารจัดการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ (อ้างอิง: หน้า 1)
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 0.68 ล้านบาท หรือ 0.17% จากปีก่อน โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายสวัสดิการพนักงาน (อ้างอิง: หน้า 1)
* **กำไรต่อหุ้น:** ลดลงจาก 1.62 บาท ในปีบัญชี 2567 เป็น 0.96 บาท ในปีบัญชี 2568 (อ้างอิง: หน้า 1)
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
* **สินทรัพย์รวม:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 มีจำนวน 5,311.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.30 ล้านบาท จากวันที่ 30 กันยายน 2567 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในตราสารหนี้และลูกหนี้การค้า (อ้างอิง: หน้า 1)
* **หนี้สินรวม:** มีจำนวน 1,175.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.71 ล้านบาท จากวันที่ 30 กันยายน 2567 โดยหลักเพิ่มขึ้นจากภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานและเจ้าหนี้การค้า (อ้างอิง: หน้า 1)
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** มีจำนวน 4,135.51 ล้านบาท ลดลง 37.41 ล้านบาท จากองค์ประกอบอื่นของส่วนของเจ้าของสำหรับการวัดมูลค่าใหม่ของภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้น และการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในตราสารทุนที่ลดลง (อ้างอิง: หน้า 1)
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio):** อยู่ที่ 0.28 เท่า (อ้างอิง: หน้า 1)
**ประเด็นสำคัญเพิ่มเติม:**
* บริษัทฯ มีรายจ่ายเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจำนวน 66.12 ล้านบาท ในปีบัญชี 2568 (อ้างอิง: หน้า 1)
* บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 822.63 ล้านบาท ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 เพิ่มขึ้น 135.15 ล้านบาท จากวันที่ 30 กันยายน 2567 (อ้างอิง: หน้า 1)
* บริษัทฯ มองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงท้ายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวจากการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงการใช้จ่ายของภาครัฐและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว (อ้างอิง: หน้า 1)
* บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอลงในปี 2569 จากผลกระทบของมาตรการกีดกันทางการค้า และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบ (อ้างอิง: หน้า 1)
* บริษัทฯ มีความพร้อมในการวิจัยและพัฒนาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (อ้างอิง: หน้า 1)
(94.87%)
(35.73%)
(37.98%)
(52.36%)
(29.17%)
(25.87%)
(90.72%)
(25.23%)
(10.82%)
(68.31%)
(29.12%)
(74.10%)