บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.05
+0.01 (+25.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3860 out_tok=2336 at=2026-07-25T17:47:35 -->
# IFEC พลิกขาดทุนหนัก Q2/2565 รับปริมาณขายเหล็กดิ่ง 53% แม้ราคาเฉลี่ยพุ่ง
## รายได้-กำไรทรุดหนักจากยอดขายเหล็กหดตัวแรง สวนทางราคาขายที่ปรับสูงขึ้น ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยเศรษฐกิจโลก-สงคราม ยันสต็อกสินค้าเพิ่มเพื่อรองรับ
บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 145.39 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 360.12 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลงถึง 40.07% สาเหตุหลักจากปริมาณการขายเหล็กที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ IFEC พลิกจากบวกเป็นลบในไตรมาส 2/2565 คือ **ปริมาณการขายเหล็กที่ลดลงอย่างรุนแรงถึง 53.43%** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการลดลง 1,679.53 ล้านบาท หรือ 40.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยทั้งไตรมาสจะปรับเพิ่มขึ้นถึง 26.45% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากปริมาณขายที่หายไปได้ ทำให้บริษัทฯ เกิดขาดทุนขั้นต้น 22.68 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไรขั้นต้น 475.50 ล้านบาทในไตรมาส 2/2564 นอกจากนี้ การรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วม 2.27 ล้านบาท เทียบกับกำไร 111.56 ล้านบาทในปีก่อน ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ปริมาณการขายเหล็กที่ลดลงอย่างมากเกิดจากภาวะเศรษฐกิจโดยภาพรวมของอุตสาหกรรมเหล็กที่ถดถอย ผู้บริโภคและผู้ค้าส่งชะลอการสั่งซื้อและการบริโภค เนื่องจากยังมีความไม่มั่นใจจากผลกระทบของโรคระบาดใหม่ (COVID-19) และภาวะสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรมและลดทอนอำนาจการซื้อของผู้บริโภค แม้ราคาขายเฉลี่ยจะสูงขึ้น แต่ต้นทุนการขายที่เพิ่มขึ้นตามราคาตลาด ประกอบกับปริมาณขายที่ลดลง ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้เกิดการขาดทุนขั้นต้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการชี้แจงว่าสาเหตุหลักมาจากปัจจัยภายนอกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก โรคระบาด และสงคราม ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยากและมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบเป็นช่วงๆ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ มีการเพิ่มสินค้าคงคลังและเงินจ่ายล่วงหน้าประมาณ 900 ล้านบาท สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับคำสั่งซื้อในอนาคตเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย แต่ความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอกทำให้ยากที่จะประเมินระยะเวลาที่ผลกระทบนี้จะสิ้นสุดลง
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 145.39 ล้านบาท** พลิกจากกำไร 360.12 ล้านบาทใน Q2/2564 คิดเป็นการลดลง 505.51 ล้านบาท หรือ 140.37%
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง 40.07%** เหลือ 2,512.44 ล้านบาท จาก 4,191.97 ล้านบาทใน Q2/2564
* **ปริมาณการขายเหล็กลดลง 53.43%** เป็นสาเหตุหลักของรายได้ที่หดตัว
* **ราคาขายเฉลี่ยเหล็กเพิ่มขึ้น 26.45%** แต่ไม่สามารถชดเชยปริมาณขายที่ลดลงได้
* **ขาดทุนขั้นต้น 22.68 ล้านบาท** เทียบกับกำไรขั้นต้น 475.50 ล้านบาทในปีก่อน
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 946.24 ล้านบาท** เป็น 6,553.58 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มของสินค้าคงคลังและเงินจ่ายล่วงหน้า
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 997.62 ล้านบาท** เป็น 4,077.29 ล้านบาท จากการใช้สินเชื่อระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC มีผลประกอบการที่น่าผิดหวัง โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,512.44 ล้านบาท ลดลงถึง 40.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 4,191.97 ล้านบาท การลดลงนี้ส่งผลให้บริษัทฯ พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 145.39 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไรสุทธิ 360.12 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 อัตรากำไรขั้นต้นติดลบที่ 22.68 ล้านบาท เทียบกับกำไรขั้นต้น 475.50 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
แม้ผลประกอบการในไตรมาสนี้จะเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก แต่การที่บริษัทฯ มีการเพิ่มสินค้าคงคลังและเงินจ่ายล่วงหน้าจำนวนมาก อาจสะท้อนถึงความคาดหวังในการกลับมาฟื้นตัวของอุปสงค์ในอนาคต หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายนอกคลี่คลายลง ประกอบกับการที่ราคาขายเฉลี่ยยังคงปรับตัวสูงขึ้นได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการตั้งราคาขายของผลิตภัณฑ์เหล็ก
## ความเสี่ยง
ความเสี่ยงหลักที่ฝ่ายจัดการระบุคือ **ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลก** และ **ผลกระทบจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการชะลอตัวของอุตสาหกรรมเหล็ก นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีการเพิ่มการใช้สินเชื่อระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าจำนวนมาก ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1.22 เท่า เป็น 1.65 เท่า ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงด้านภาระดอกเบี้ยและสภาพคล่องหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นตามที่คาดการณ์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการขายเหล็กในไตรมาสถัดไป จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้หรือไม่
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น จะสามารถระบายออกได้ทันเวลาและมีกำไรหรือไม่
* ทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลก และปัจจัยมหภาคที่จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
* การบริหารจัดการต้นทุนการเงินและภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น
* ผลกระทบจากบริษัทร่วมที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในฐานะบริษัทที่อยู่ในกลุ่มทรัพยากร โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเหล็ก การเปลี่ยนแปลงของราคา commodity และปริมาณการขายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการ ในไตรมาส 2/2565 IFEC เผชิญกับสถานการณ์ที่ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ปรับตัวสูงขึ้น 26.45% ซึ่งเป็นสัญญาณบวกในแง่ของการตั้งราคา แต่ปริมาณการขายกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 53.43% ทำให้รายได้รวมหดตัวลงอย่างมาก การขาดทุนขั้นต้นบ่งชี้ว่าต้นทุนการขายต่อหน่วยอาจเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบในตลาดโลก หรือการที่ปริมาณขายที่ลดลงทำให้ไม่สามารถกระจายต้นทุนคงที่ได้เต็มที่ การที่สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นจากการสต็อกสินค้าจำนวนมาก อาจเป็นทั้งโอกาสในการรองรับอุปสงค์ที่คาดว่าจะกลับมา และความเสี่ยงหากอุปสงค์ยังคงซบเซา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 6,553.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 946.24 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและเงินจ่ายล่วงหน้า ซึ่งสะท้อนถึงการเตรียมสต็อกสินค้าเพื่อรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต ในขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 997.62 ล้านบาท เป็น 4,077.29 ล้านบาท จากการใช้สินเชื่อระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการสั่งซื้อสินค้า ทำให้ D/E Ratio เพิ่มจาก 1.22 เท่า เป็น 1.65 เท่า
## สรุปท้าย
IFEC ในไตรมาส 2/2565 ประสบปัญหาหนักจากการหดตัวของปริมาณขายเหล็กอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่หายไปได้ ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ การเพิ่มขึ้นของสต็อกสินค้าและการก่อหนี้ระยะสั้นเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ว่าจะสามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสในการกลับมาทำกำไรได้หรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IFEC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
91.05
ล้านบาท
↓ 78.1% YoY
กำไรขั้นต้น
40.52
ล้านบาท
↓ 320.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.50
%
กำไรสุทธิ
-176.59
ล้านบาท
↓ 78.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-193.95
%
D/E Ratio
-1.83
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
91
↓ -78.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
41
↓ -320.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-177
↓ -78.7%
YoY
D/E Ratio
-1.83
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IFEC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
-1.83
ROE (%)
0.00
ROA (%)
-5.61
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IFEC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-84
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IFEC
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-83.91
|
— |
83.11
-39.65%
|
137.72
+152,922.22%
|
0.09
-99.95%
|
185.58
-108.37%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1.76
|
— |
30.10
-52.84%
|
63.82
-241.41%
|
-45.13
-194.12%
|
47.95
-141.61%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
29.42
|
— |
-125.85
-45.55%
|
-231.15
-1,330.83%
|
18.78
-115.07%
|
-124.63
-105.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-69.72
|
— |
-15.90
-44.21%
|
-28.50
+1,092.47%
|
-2.39
-102.16%
|
110.68
-144.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
169.86
+50.08%
|
— |
129.07
-18.09%
|
157.57
-1.36%
|
159.74
+225.60%
|
49.06
-83.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
206.97
+21.85%
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|