https://aio.panphol.com/assets/images/community/5805_b8d9ca.png

GULF เติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยพลังงานสะอาดและดิจิทัล: สรุป Oppday ไตรมาส 1 ปี 2568

P/E 8.53 YIELD 0.00 ราคา 46.75 (0.00%)

GULF เติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยพลังงานสะอาดและดิจิทัล: สรุป Oppday ไตรมาส 1 ปี 2568

ขอต้อนรับสู่การประชุม Set Opportunity Day ประจำไตรมาส 1 ปี 2568 ของบริษัท Gulf Development จำกัด มหาชน โดยมีผู้บริหารนำเสนอข้อมูลและตอบคำถาม ได้แก่ คุณรัฐพล ชื่นสมจิต (President), คุณยุพาพิน วังวิวัฒน์ (CFO), และคุณณภัทร บูชาศก (Head of IR) โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):

บริษัทได้ทำการควบรวมกิจการกับ Intouch เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา และจัดตั้งเป็นบริษัทใหม่ชื่อ Gulf Development Public Company Limited ซึ่งเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 นอกจากนี้ Tris Rating ได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตของบริษัทจาก A+ เป็น AA- และปรับเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันจาก A เป็น AA- ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสถานะทางการเงินภายหลังการควบรวม โดยเฉพาะในเรื่องของกระแสเงินสดและเงินปันผลที่จะได้รับมากขึ้นจาก AIS

2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):

บริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายฐานสินทรัพย์ของบริษัท ฐานเงินทุน หรือ EBITDA ที่จะเพิ่มขึ้น รวมถึงการลงทุนใน Domestic Renew และพลังงานหมุนเวียนในประเทศ เช่น โครงการโซลาร์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม โครงการขยะอุตสาหกรรมต่างๆ

3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):

ไม่มีการระบุความเสี่ยงที่ชัดเจนในส่วนนี้ แต่มีการกล่าวถึงผลกระทบที่จำกัดจากการปรับลงของ FT เนื่องจากสัดส่วนการขายไฟให้ลูกค้าอุตสาหกรรมของ Gulf มีเพียง 6% ของปริมาณการขายไฟทั้งหมด

4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):

บริษัทมีแผนการออกหุ้นกู้เพิ่มเติมในไตรมาส 4 ของปีนี้ ประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท เพื่อนำมาชำระหุ้นกู้ที่ครบกำหนดและใช้ในการขยายธุรกิจต่างๆ โดยคาดว่าจะได้รับดอกเบี้ยที่ต่ำลงจากการปรับปรุงเครดิตเรตติ้งที่ดีขึ้นและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่ลดลง

5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):

บริษัทคาดการณ์การเติบโตของรายได้ในปีนี้ประมาณ 25% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอีกประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ จากการเปิดดำเนินการโครงการหินกองหน่วยที่ 2 และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ต่างๆ นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง และธุรกิจ Digital เช่น Data Center และ Cloud Services ร่วมกับ Google และ AIS

6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): เริ่มต้นที่นาที 47:56

  1. การเติบโตของรายได้ปีนี้: คาดว่าจะเติบโตประมาณ 25% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

  2. แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2: คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีโครงการที่เปิดดำเนินการครบหมดแล้ว เช่น โรงไฟฟ้าหินกองที่ครบทั้ง 2 ยูนิต และ Gulf One ที่ทยอยเปิดดำเนินการเรื่อยๆ

  3. งบลงทุนปีนี้: เตรียมงบลงทุนประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยหลักๆ จะลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในประเทศ เช่น โครงการโซลาร์ในประเทศ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศ โรงไฟฟ้าเขื่อน ท่ามาบตาพุด และ Data Center

  4. การลงทุนโรงไฟฟ้าในสหรัฐ: ปัจจุบันมีอยู่ 1 โรงที่ชิคาโก ยังไม่มีแผนชัดเจนว่าจะเข้าเพิ่มเติมมากน้อยอย่างไร แต่ก็ดูหาโอกาสที่จะทำธุรกิจเพิ่มเติมอยู่

  5. ผลกระทบจากกำแพงภาษีของสหรัฐ: ไม่มีผลกระทบ เนื่องจาก Gulf อยู่ในธุรกิจพลังงาน และมีสัญญาซื้อขายไฟระยะยาวกับภาครัฐ

  6. เหตุผลที่เข้าถือหุ้น KBank เพิ่มขึ้น: Gulf มีพอร์ตในการลงทุนอื่นๆ ด้วย เช่น Climate Change และมีพอร์ตเรื่องการลงทุนอยู่แล้ว การลงทุนใน KBank ถือเป็นการลงทุนทั่วไป ซึ่งจะได้รับ Dividend และ Upside จากราคาหุ้นอยู่แล้ว

คำถามและคำตอบเพิ่มเติมจากผู้บริหาร

  • M&A ปีนี้: อยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่มีความชัดเจน
  • ความคืบหน้า M&A: เรียนว่าดูอยู่ตลอดแต่ยังไม่ได้มีข้อสรุปตอนนี้
  • การร่วมงานกับ KBank: ยังไม่มีแผน

โดยสรุป Gulf ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตในธุรกิจพลังงานสะอาดและดิจิทัล โดยมีเป้าหมายที่จะขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าและลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว

โพสต์ล่าสุด